มีคำตอบครับ
-
คำร้องขอต่อมโนสำนึกของพลเมืองไทยทุกคน
-
โดยที่สังคมไทยในวันนี้มีความขัดแย้งแบ่งฝ่ายอย่างรุนแรงก่อให้เกิดความเกลียดชังซึ่งกันและกันระหว่างคนไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อนความแตกแยกร้าวลึกเกิดขึ้นกับคนในองค์กรและสถาบันหลักของชาติและสังคมลุกลามไปทั่ว จนแม้คนในครอบครัวเดียวกันก็ขัดแย้งแบ่งฝ่ายกันจนถึงขั้นเสียเลือดเนื้อและชีวิตมาแล้วและน่าเชื่อว่าจะมีการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในอนาคตอันใกล้หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่จะระงับยับยั้งปัญหาดังกล่าวหากความหายนะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงประเทศชาติและประชาชนก็จะเป็นผู้แพ้และสูญเสียการเยียวยาให้สังคมฟื้นคืนสภาพเข้าสู่สันติ อาจต้องใช้เวลายาวนาน ดังนั้นความรู้สึกหวาดวิตกกังวลจนกลายเป็นความเครียด และความกลัวจึงแผ่ขยายไปในหมู่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ที่รักสันติและอหิงสาอย่างไม่เคยมีมาก่อน
-
ด้วยเหตุดังนี้สภาพัฒนาการเมืองซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมืองพ.ศ. ๒๕๕๑และประกอบด้วยพลเมืองทุกภาคส่วนของสังคมซึ่งมาจากผู้แทนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ๗๖ จังหวัด ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม ๑๖ คน ผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่มี ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ๗ คน ผู้แทนพรรคการเมืองที่ไม่มี ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ๒ คนผู้แทนซึ่งมาจากประธานคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ๒ คน ผู้แทนนักวิชาการ ๑๐ คนและผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ เลขาธิการ กกต.เลขาธิการ ปปช. เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้อำนวยการ พอช. ฯลฯรวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๒๐ คน จึงเห็นว่า ในฐานะพลเมืองไทยที่เกิดและอาศัยแผ่นดินนี้และโดยที่เรามีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๖(๔)(ค)ที่จะส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีเราทั้งหลายไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยให้ความหายนะที่คาดหมายได้เกิดขึ้นต่อหน้าโดยมิได้ทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่ามีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองสภาพัฒนาการเมืองจึงมีมติร้องขอต่อมโนสำนึกของพลเมืองไทยทุกผู้ทุกคนดังนี้
-
๑.ขอให้ทุกฝ่ายหยุดกระทำการอันอาจก่อให้เกิดความรุนแรงและเสียเลือดเนื้อประชาชนผู้บริสุทธิ์
-
2. การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ ณที่ใดที่หนึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของ
-
พลเมืองที่รัฐธรรมนูญรับรอง แต่สภาพัฒนาการเมืองร้องขอต่อผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้ชุมนุมโดยสงบอยู่ในที่ตั้ง หากมีการเคลื่อนขบวนก็ต้องเคลื่อนโดยสงบและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและปะทะกัน อันจะนำไปสู่ความสูญเสียของทุกฝ่าย
-
๓.ขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมายโดยไม่ใช้ความรุนแรงในการป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายเกิดการปะทะกัน หากเกิดการปะทะเสียเลือดเนื้อกันขึ้น เราในฐานะพลเมืองถือว่ารัฐบาลผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจหน้าที่ จะต้องรับผิดชอบทั้งทางจริยธรรมและกฎหมายต่อพลเมืองทั้งชาติ
-
๔. ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ฝ่ายค้าน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ส่งบุคคลที่ฝ่ายตนยอมรับมาร่วมกันสานเสวนา เพื่อหาทางออกให้ประเทศและประชาชนส่วนใหญ่ โดยสภาพัฒนาการเมืองพร้อมที่จะประสานงานให้บุคคลที่เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคมเป็นศูนย์กลางของการสานเสวนานั้น
-
๕.สภาพัฒนาการเมืองร้องขอให้พลเมืองไทยทุกคนผู้รักสันติ นิสิต นักศึกษา พ่อค้าประชาชน เยาวชน มหาวิทยาลัยทุกแห่ง โรงเรียนทุกโรงเรียนองค์กรวิชาชีพและอาชีพทุกองค์กร องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย บริษัท สมาคม มูลนิธิและองค์กรทุกองค์กรที่เห็นด้วยกับคำร้องขอและแนวทางที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอได้โปรดสนับสนุนแนวทางดังกล่าวข้างต้นด้วยการ ออกแถลงการณ์ ให้สัมภาษณ์ชักชวนบุคคลในองค์กรและผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันให้ร่วมแสดงออกซึ่งการสนับสนุนแนวทางสันติดังกล่าวเช่น การใช้ป้ายข้อความ “ยุติความรุนแรง แสวงสันติด้วยการสานเสวนา” ปิดที่ยานพาหนะหรือหน่วยงาน ร้านค้าและบ้านเรือน และขอให้ยานพาหนะเปิดไฟหน้าในเวลากลางวันทั้งนี้อย่างน้อย ๑ สัปดาห์หรือวิธีการสันติอื่นจนกว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งรับที่จะมาร่วมสานเสวนาหาทางออกให้ประเทศไทยอย่างจริงจัง
-
สภาพัฒนาการเมืองเชื่อว่าแม้จะมีความขัดแย้งกันแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งต่างก็รักชาติและประชาชน และการสานเสวนาด้วยสันติธรรมร่วมกันเท่านั้นที่จะเป็นทางออกของความแตกต่างทางความคิดในขณะที่ความรุนแรงและการปะทะกันเป็นทางตันของการแก้ปัญหาบ้านเมือง
-
สภาพัฒนาการเมืองมั่นใจว่าหากพลเมืองไทยร่วมใจ การเมืองไทยก็จะเข้มแข็ง การแสดงออกเพื่อสนับสนุนแนวทางที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งของพลเมืองไทยทุกคน จะทำให้เหตุร้ายกลายเป็นดี และเป็นการยืนยันว่า แม้พลเมืองจะไม่มีอำนาจ แต่พลเมืองที่รวมกันทุกคนย่อมมีพลังอันยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ความสงบและสันติได้
-
ด้วยความเคารพและความหวัง
-
สภาพัฒนาการเมือง
-
๑๒ ตุลาคม๒๕๕๑
ทุกคนก็ขอให้เป็นเช่นนั้นค่ะ คนไทยจะได้พูดกันได้เสียที
หวังว่า เพลงนี้จะมีคนขอฟังมากที่สุด ทุกสถานที่ เด้อครับ......
(*) เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง
ต่างซื่อตรง พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น
ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน มิเคยคำนึงถึงชีวัน
เข้าประจันเหล่าร้าย เพื่อประชา (ซ้ำ*)
(**) ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย
ปราบโจรผู้ร้าย กล้าตายเรื่อยมา
เนื้อของเราเราเชือด พร้อมทั้งเลือดเราพลี
เอาชีวีของเราเข้าแลกมา เพื่อให้ประชาดำรงสุขสถาพรชัย (ซ้ำ**)
เกิดมาแล้วต้องตาย
(***) ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย ช่วยประชาไม่ว่าหนไหน
เป็นมิตรด้วยดวงจิตสดใส เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน
ปราบภัยและผองพาลให้เข็ดขาม เราปราบปรามเสริมความสุขสันต์
เหล็กที่แกร่งกล้านั้น เราฝึกกายาทุกวัน
แข็งกว่าเหล็กนั้น ตำรวจไทย (ซ้ำ***)
สวัสดีครับ พี่สิงขร
เข้าชมความรู้และพบพี่ดีใจด้วยนะ
ฟ้าหลังฝน นสอ รุ่น 1 ไง
หากมีข่าวดี เป็น กษอ บอกน้องด้วยเด้ออ้าย
จะมาฉลองกันครับ
เอาเพลง ตำรวจ มาทำไมครับ เพลงนี้ตายไปจากหัวใจประชาชนแล้ว