อ่านทั้งหมด ที่เวป http://khunsamatha.com/

เมื่อพระพุทธเจ้าแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

เรื่องเกี่ยวกับองค์พระพุทธเจ้า


1.  เมื่อพระพุทธเจ้าโปรดยสกุลบุตรให้ได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว   บิดาของท่านยสะออกติดตามไปพบรองเท้าของท่านยสะวางอยู่ที่ป่าอิสิปตนะ   จึงเดินเข้าไปยังที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  พระพุทธองค์ทอดพระเนตรเห็นบิดาของท่านยสะมาแต่ไกล   ทรงบันดาลฤทธิ์  (อิทธาภิสังขาร)   ไม่ให้เศรษฐีเห็นบุตรของตน  


เมื่อเศรษฐีทูลถามว่า   ทรงเห็นสกุลบุตรบ้างไหม? พระพุทธองค์ตรัสว่า  “เชิญนั่งก่อน”   บางทีท่านนั่งอยู่ตรงนี้อาจจะเห็นยสกุลบุตรนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยเหมือนกันก็ได้”


พระศาสดาทรงแสดงธรรมคืออนุปุพพิกถา  5  และอริยสัจ  4   ให้บิดาของท่านยสะบรรลุโสดาปัตติผล   ณ  ที่นั้น   ฝ่ายท่านยสะฟังธรรมที่พระศาสดาทรงแสดงแก่บิดา   พิจารณาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง   จิตก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง   เป็นพระอรหันต์พระศาสดาทรงทราบดังนั้น   จึงทรงคลาย  อิทธาภิสังขาร    คือทรงคลายฤทธิ์ที่กำบังท่านยสะไว้   บิดาของท่านยสะจึงได้เห็นบุตรของตนนั่งอยู่ที่นั้นเอง



2.  ทรงแสดงปาฏิหาริย์เป็นอันมาก   เมื่อเสด็จโปรดชฏิล  3  พี่น้อง  เพราะชฏิลพวกนั้นมีทิฐิมานะมากไม่เคารพนับถือโดยง่าย  จึงทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่าง ๆ   เช่น


2.1 ทรงทำให้ควันและไฟปรากฏขึ้นทั่วโรงบูชาไฟของชฏิล   จนพวกชฏิลเข้าใจผิดคิดว่าโรงบูชาไฟถูกไฟไหม้


2.2  วันหนึ่งอุรุเวลกัสสปเตรียมบูชายัญเป็นการใหญ่   ประชาชนที่เคารพนับถือจะมากันมาก  เขาดำริว่าไฉนหนอพรุ่งนี้  พระสมณะรูปนั้นจะไม่มาฉันในสำนักของเราเพราะถ้าสมณะรูปนั้นมา  ท่านมีฤทธิ์มาก   มีอานุภาพมาก  คนทั้งหลายจะพึงเลื่อมใสท่านลาภสักการะของเราจะเสื่อม  


พระผู้มีพระภาคทรงทราบความคิด   ของเขาแล้ว   วันนั้นเสด็จไปบิณฑบาตเสียในที่ไกลและเสวยที่อื่น   วันรุ่งขึ้น   เมื่ออุรุเวลกัสสปทูลถามว่าเมื่อวานทำไมจึงไม่มา   ตรัสถามว่า  ท่านคิดมิใช่หรือว่าทำอย่างไรสมณะรูปนี้จะไม่มา


2.3   พวกชฏิลเตรียมผ่าฟืนไว้บูชาไฟ   แต่ไม่สามารถจะผ่าได้   เพราะพระผู้มีพระภาคทรงบันดาลฤทธิ์  แต่พอพระองค์ตรัสว่าจงผ่าเถิด   พวกชฏิลก็ผ่าได้   เมื่อพวกชฏิลจะก่อไฟก็ ก่อไม่ติด  เมื่อทรงอนุญาตแล้วทรงก่อติด  พอจะดับไฟก็ดับไม่ได้   เมื่อพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ดับจึงดับได้


2.4 เกิดฝนตกน้ำท่วม  ที่ที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ก็ถูกน้ำท่วม  จึงทรงบันดาลให้น้ำห่างออกไปโดยรอบ (ทรงแหวกน้ำ)   แล้วเสด็จจงกรม  (ทรงพระพุทธดำเนินไป – มา)   อยู่ที่ภาคพื้น  มีฝุ่นฟุ้งขึ้นตอนกลาง   อุรุเวสกัสสปและบริวารมาเห็นแล้วประหลาดใจมาก  พระผู้มีพระภาคเสด็จขึ้นสู่อากาศแล้วลงประทับในเรือลำหนึ่ง


แม้ทรงแสดงปาฏิหาริย์นานาประการอย่างนี้   อุรุเวลกัสสปรู้สึกทึ่งมาก  ยอมรับว่าสมณะนี้มีฤทธ์มาก  มีอานุภาพมากก็จริง   แต่คงมิได้เป็นพระอรหันต์เช่นตน   พระพุทธองค์ทรงทราบความคิดของเขามาตลอดในที่สุดตรัสว่า   กัสสป  ท่านมิได้อรหันต์ดอกปฏิปทาที่ทำให้เป็นอรหันต์ของท่านก็ไม่มี



เมื่อตรัสดังนี้   อุรุเวลกัสสปจึงได้ความสังเวชสลดใจซบศีรษะลงที่พระบาทของพระผู้มีพระภาคและขอบวช   พระพุทธองค์ทรงเตือนให้ปรึกษากับบริวารให้ดีเสียก่อน


.............................................

 

อ่านบทความทั้งหมดได้ที่ http://khunsamatha.com/

พุดคุยสนทนาธรรมในประเด็นต่างๆ กันได้ที่ห้องสนทนา  http://forums.212cafe.com/samatha/