เมื่อออกพรรษาแล้ว พระสารีบุตรทูลลาพระศาสดาเพื่อเยี่ยมน้องชายอีก พระทศพลตรัสว่า พระองค์ก็จะเสด็จไปเหมือนกัน

พระศาสดาพร้อมด้วยภิกษุสาวกเป็นอันมาก เสด็จไปเยี่ยมสามเณรเรวัตร เมื่อไปได้หน่อยหนึ่งถึงทาง 2 แพร่ง พระอานนท์ยืนอยู่ที่ทางสองแพร่ง ทูลพระศาสดาว่า

“พระเจ้าข้า มีทางอยู่ 2 ทาง ทางหนึ่งอ้อมประมาณ 60 โยชน์ มีมนุษย์อยู่ตลอดทางอีกทางหนึ่งตรงประมาณ 30 โยชน์ เป็นที่อยู่ของพวกอมนุษย์ จะเสด็จไปทางใด?”

“สีวลี*มากับพวกเราด้วยมิใช่หรือ อานนท์?”

“มาด้วย พระเจ้าข้า”

“ถ้าสีวลีมาด้วย พวกเราควรไปทางตรงนั่นแหละ

ตำนานเล่าว่า ครั้งนั้น พวกเทพเจ้าได้ช่วยเหลือภิกษุสงฆ์เป็นอันมากทั้งเรื่องที่พัก อาศัย และอาหาร เพราะเทพเจ้าเหล่านั้นคิดว่า “เราจักทำสักการะแก่พระสีวลีเถระพระผู้เป็นเจ้าของเรา”

ตลอดระยะทางกันดาร 30 โยชน์ พระศาสดาและภิกษุสงฆ์ ได้อาศัยบุญของพระสีวลีโดยตลอด

ฝ่ายพระเรวัตรเถระ (ความจริงยังเป็นสามเณร แต่ที่เรียกว่าพระเถระเพราะท่านได้เป็นพระอรหันต์แล้ว) ทราบการเสด็จมาของพระศาสดาและภิกษุสงฆ์แล้ว ได้เนรมิตที่อยู่สำหรับภิกษุสงฆ์ และที่ประทับของศาสดาด้วยฤทธิ์ของตน

พระศาสดาประทับอยู่ที่นั่นเดือนหนึ่ง ได้ทรงอาศัยบุญของพระสีวลีเรื่องอาหาร

บรรดาภิกษุทั้งหลายที่มาพักอยู่ที่นั้น มีภิกษุแก่ 2 รูปคิดติเตียนพระเรวัตรว่า “ภิกษุนี้รูปเดียว ทำการก่อสร้างเสนาสนะมากมายอย่างนี้ จะมีเวลาบำเพ็ญสมณธรรมอย่างไร พระศาสดาทรงเห็นแก่หน้าว่าเป็นน้องชาย พระสารีบุตรจึงเสด็จมาสู่สำนักของเธอผู้ประกอบนวกรรม (การก่อสร้าง) เห็นปานนี้”

วันนั้น พระศาสดาทรงตรวจดูสัตว์โลกในเวลาใกล้รุ่ง ได้ทรงทราบความคิดของภิกษุ 2 รูปนั้นแล้ว เมื่อประทับอยู่ที่นั้นสิ้นเดือนหนึ่งแล้ว ในวันเสด็จออกได้ทรงอธิษฐานให้ภิกษุ 2 รูป นั้นลืมบริขารบางอย่างไว้ เช่น หลอดน้ำมัน และรองเท้า เป็นต้น เมื่อเสด็จออกไปภายนอกได้หน่อยหนึ่งก็ทรงคลายฤทธิ์

ทั้งสองรูปรู้สึกตัวว่าตนได้ลืมของไว้ จึงกลับไปอย่างตะลีตะลาน ถูกหนามไม้สะแกตำเท้า พบห่อสิ่งของ ๆ ตนแขนห้อยอยู่ที่ต้นสะแก เพราะเวลานั้นพระเรวัตรเถระก็คลายฤทธิ์แล้วเหมือนกัน เสนาสนะที่ท่านสร้างขึ้นด้วยฤทธิ์จึงหายไปด้วย

พระศาสดาเสด็จกลับมายังบุพพาราม ภิกษุแก่ 2 รูปนั้นล้างหน้าแต่เช้า ไปดื่มข้าวต้มในเรือนของนางวิสาขาผู้ถวายอาคันตุกภัตร

นางวิสาขาถามถึงที่อยู่ของพระเรวัตรว่ารื่นรมย์น่าอยู่หรือไม่ ภิกษุพวกนั้นตอบว่ารกไปด้วยไม่สะแก มีหนามมากมายเหมือนที่อยู่ของพวกเปรต

ต่อมาอีกหน่อยหนึ่ง มีภิกษุหนุ่ม 2 รูปมา นางวิสาขาถวายข้าวต้มแล้ว ถามถึงเรื่องที่อยู่ของพระเรวัตรอีก ภิกษุหนุ่ม 2 รูปตอบว่า น่ารื่นรมย์ไม่อาจจะพรรณนาประดุจเทวสภา ประดุจเนรมิตขึ้นด้วยฤทธิ์

นางวิสาขาเป็นโสดาบัน เข้าใจในความเห็นที่แตกต่างกันของภิกษุ 2 พวกว่า พวกหนึ่งคงเห็นสถานที่เมื่อพระเถระยังไม่คลายฤทธิ์ พวกหนึ่งคงเห็นเมื่อคลายฤทธิ์แล้ว

นางคิดว่า จักทูลถามพระศาสดาเมื่อพระศาสดาแสด็จมาเสวยเสร็จแล้วจึงทูลให้ทราบว่า มีภิกษุ 2 พวก มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องที่อยู่ของพระเรวัตรอย่างไหนถูกต้อง

พระศาสดาตรัสว่า

“อุบาสิกา จะเป็นบ้านหรือเป็นป่าก็ตาม พระอรหันต์อยู่ที่ใด ที่นั้นน่ารื่นรมย์” ดังนี้เป็นต้น