ช่วงหลังๆมานี่ เริ่มมีปัญหาในการดูแลคนไข้ยาเสพติดที่มีปัญหาจิตเวชมากขึ้นค่ะ คนที่ติดยาแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปน่ะค่ะ เท่าที่เห็น คือคนติดสุราเรื้อรังนี่มักจะมีอาการซึมเศร้า เคยคิดฆ่าตัวตาย นอกเหนือไปจากอาการหูแว่ว ประสาทหลอนที่พบเป็นส่วนใหญ่ ส่วนคนติดยาบ้าก็จะเป็นประเภทหวาดระแวง พฤติกรรมไม่ค่อยให้ความร่วมมือ คนติดเฮโรอีนนี่ดีหน่อยที่อาการทางจิตประสาทไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่จะหนักตรงพฤติกรรม Antisocial ที่แย่กว่านั้นคือ ตอนหลังสารระเหยเริ่มมาบำบัดมากขึ้น บางคนใช้ร่วมกับยาบ้าด้วย พวกนี้ดูแลยาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมรับว่าติด อยู่ได้วันสองวันก็จะกลับบ้านล่ะ
เมื่อเช้าก่อนลงเวรดึกก็มีคนไข้กาวที่ใช้ยาบ้ามารบเร้าขอกลับบ้านค่ะ ร้องไห้บอกว่าไม่ได้ติดนานๆใช้ที ภรรยาก็ท้องแก่จะคลอดลูกแล้ว ตรงนี้เราต้องใช้หลักการของ MI เข้ามาช่วยค่ะ (ประมาณอย่าเถียงคนบ้า อย่าว่าคนเมา) ถ้ายิ่งต่อล้อต่อเถียงจะยิ่งไปกันใหญ่ เมื่อเช้าก็ใช้หลักการแสดงความเข้าใจ ล้อไปตามแรงต้าน และสอบถามสิ่งที่เขากังวล เขาบอกว่าเครียด เมื่อคืนไม่ได้นอน ก็เลยเน้นประเด็นตรงนี้ไปเลยค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือ เขาต้องได้ยาที่เหมาะกับอาการของโรคด้วยค่ะ โชคดีที่เขายอมฉีดยา ยังไงก็ตามคนไข้แบบนี้ต้องดูแลใกล้ชิดค่ะ เจ้าหน้าที่เราไม่พอก็ต้องขอแรงพี่เลี้ยง(คนไข้ที่อยู่นานกว่าหน่อย)มาช่วยเป็นหูเป็นตาแทน ช่วยดูด้วย(ประมาณเตี้ยอุ้มค่อม)
คิดๆไปก็นึกถึงเมื่อก่อนค่ะ เมื่อสิบปีที่แล้วคนไข้ส่วนใหญ่เป็นเฮโรอีนฉีด และชาวเขาที่ใช้ฝิ่น ดูแลง่ายกว่ากันเยอะ นี่ถ้ารู้จักเรื่อง harm reduction ในช่วงนั้นคงเป็นประโยชน์กับคนไข้มากเลยค่ะ
สวัสดีคับ
แวะมาเยี่ยม
สวัสดีครับ
การดูแลคนติดยา เป็นเรืองที่ซับซ้อนจริงๆ ยิ่งคนที่มีอาการทางจิตร่วมด้วย ก็ยิ่งซับซ้อนไปกันใหญ่ บางครั้งก็แยกไม่ออกว่า ยาทำให้เกิดอาการทางจิต หรือ อาการทางจิตทำให้เดินไปสู่การใช้ยา
เสียดายที่การประเมินคนไข้บ้านเรา ไม่นิยมใช้ multi-axial assessment เลยไม่พบ ความเบี่ยงเบนด้านบุคลิกภาพที่มีอยุ่เดิม ก่อนใช้ยา หรือก่อนป่วยทางจิต เลยไม่เข้าใจคนไข้ และมองแนวทางการบำบัดไม่ชัดเจน
อีกเรืองที่บ้านเรายัง ไม่ชัดเจน ก็คือ การดูแลผุ้ป่วยที่มีการวินิจฉัยผสม (Dual diagnoses) หรือ Co-morbidity การดูแลเลยขาดๆ เกินๆ เ่พราะองค์ความรู้ในเรองนี้ยังไม่ชัดเจนนักในบ้านเรา (ต้องการการฝึกอบรมเฉพาะ ไม่ใช่แค่เรียนจิตเวช แล้วจะดูแลคนติดยาได้)
อันที่จริง การดูแลคนไข้ที่มีปัญหายาเสพติด และ คนที่มีอาการทางจิต มันมีอะไรขัดๆ กันอยู่ เช่น
เวลาดูคนไข้ยาเสพติด เราก็จะบอกเขาว่า คุณต้องบังคับตัวเอง ต้องไม่พึงยา
แต่พอมีอาการทางจิต เราก็จะบอกว่า คุณต้องกินยาตลอดนะ ไม่งั้นจะเป็นซ้ำ
ตกลงจะให้คนไข้ พึ่งยา หรือ ไม่พึ่งยา อันนี้เป็นตัวอย่างของความขัดแ้ย้งกันเองในแนวคิดการบำบัดรักษา
แนวคิดเรือง Harm Reduction ก็เป็นอีกเรืองหนึ่งที่ยังสวนทางกับนโยบายสงครามยาเสพติด ทำไมนักท่องเที่ยวที่ติดยาถึงมาตายบ้านเราเยอะ เพราะบ้านเขาเสพได้ตามสบาย โดยที่โรงแรม อนามัย หรือ ห้องน้ำ จะมีุชุดเข็มฉีดยา ถังออกซิเจนเล็ก ฉีดแล้ว ก็เอาออกซิเจนมาครอบปาก พอปลอดภัยก็เดินออกไป พอมาบ้านเราไม่มีไรให้เลยหัวใจวายเอาง่ายๆ
มีเรืองถกอีกเยอะครับ เกี่ยวกับ เรืองยาเสพติดและการบำบัดรักษา
เป็นกำลังใจให้นะครับ