ทริปนี้เป็นทริปของอาจารย์ที่สอน heritage tourism แนวของทริปครั้งนี้ก็ออกแนวประวัติศาสตร์หน่อย ก็จะไปที่ที่เคยเป็นเหมืองทองเก่า Big river และเมืองร้าง Waiuta ที่เคยเป็นที่อยู่ของชาวเหมืองทอง
ไปถึงจุดจอดรถแวน หิมะก็เริ่มตก มีรถ 4WD เข้าไปยังบริเวณที่เป็นเหมืองเก่า แต่นั่งได้ครั้งละสี่คน รอบแรกผู้โชคดีได้แก่ ข้าพเจ้า (แก่สุดในบรรดาหญิง) เพื่อนที่เข่าเคยมีปัญหา เพื่อนที่เป็นหอบ และไกด์สำหรับนำชม Waiuta คนขับก็จะขับไปส่งเราแล้วแวะกลับมารับเพื่อนที่เหลือระหว่างทาง แล้วแต่ว่าจะได้กี่รอบ คงลำบากหน่อยเพราะหิมะตกหนักเมื่อคืน เขายังไม่รู้ว่ารถจะวิ่งได้ถึงที่ที่เราจะไปหรือปล่าว เพราะอาจมีต้นไม้ล้มขวางทาง
ในที่สุดก็เจอต้นไม้ล้มขวางทาง แต่ก็ต้นไม่ใหญ่มาก คนขับเลยลงไปเอาขวานสับๆ ขวานหลุดกระเด็นโชคดีไม่โดนใคร ก็ช่วยกันจนผลักออกจากทางได้ จากนั้นก็มีแต่ต้นเล็กๆ ที่ขวางทาง
เห็นสภาพทางแล้วสงสารเพื่อนที่ต้องเดิน เพราะมีทั้งหิมะ ทั้งทางน้ำไหล ขนาดไปกับรถยังใช้เวลาเกือบชั่วโมง ก็ถึงทางขึ้นที่พัก กระเป๋าเพื่อนที่วางไว้บนหลังคาเต็มไปด้วยหิมะ ก็ต้องช่วยกันแบกกระเป๋าเพื่อนขึ้นไป และก็อุปกรณ์และอาหารทั้งหลาย ก็เดินขึ้นลงกันหลายรอบ เหงื่อตกเลย
สงสารกระเป๋า
ทางขึ้นที่พัก



กว่าพรรคพวกจะมาครบก็เกือบบ่ายสี่ อาจารย์ก็ยังอยากอธิบายสถานที่ที่เป็นเหมืองทองเก่า กลุ่มที่มาถึงก่อนเพื่อนเลยลงไปดูกับอาจารย์ ทองแถวนี้เป็นทองที่อยู่ในรูปของควอทซ์ ดังนั้นต้องมีสารเคมีมาแยกทองโดยใช้ไซยาไนด์ เหมืองที่นี่เริ่มเปิดปี 1880 ปิดเมื่อปี 1942 มองจากที่พักก็จะเห็นที่พักของคนงาน ไกด์ที่มาด้วยก็เล่าให้ฟังเรื่องเด็กคนนึงที่พ่อแม่ให้มาทำงานในเหมืองทอง เอาิเงินกลับไปให้พ่อแม่ มีอยู่วันนึงหายตัวไป เจออีกทีก็เป็นศพอยู่ในบ่อไซยาไนด์ เศร้าและน่าขนลุก แต่ไม่เป็นไรยังสว่างอยู่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่

เราเดินลงไปดูกันรอบๆ และจะข้ามแม่น้ำไปดูอีกฝั่งแต่ปรากฎว่าน้ำไหลเชี่ยวมาก ฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นทุกที เลยตัดสินใจกลับที่พัำก Carol ทำอาหารวันนี้ ปรากฎว่าเพื่อนลืมเอาเห็ดใส่รถมาด้วย เลยอารมณ์เสีย แต่เขาก็ทำอาหารอร่อย ทำ Carbonara เราลืมเอาจาน ช้อน แก้ว (ลืมทุกอย่าง) เลยต้องหากล่องพลาสติกแถวนั้น แบ่งส้อมเพื่อนมาใช้ ยืมแก้วเพื่อนมาใช้ พอเริ่มมืดก็จุดเทียนกัน (ไม่มีไฟฟ้า) เล่นไพ่บ้าง นั่งคุยบ้าง นั่งผิงไฟบ้าง นอนดูเพื่อนเล่นไพ่บ้าง เราเลือกที่นอนที่ใกล้กับเตาผิง จะได้ไม่หนาวมาก
