หลักการจัดองค์การและการบริหาร
Principles of Organization and Management
ความรู้เบื้องต้นในการศึกษาองค์การและการบริหาร
ความหมายขององค์การ
องค์การหมายถึง
1. การรวมตัวของคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
2. มีจุดหมายร่วมกันในการทำกิจกรรมหรืองานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยอาศัยกระบวนการจัดโครงสร้างของกิจกรรมหรืองานนั้นออกเป็นประเภทต่างๆ
3. เพื่อแบ่งงานให้สมาชิกในองค์การดำเนินการปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย
สาเหตุที่ทำให้เกิดองค์การ
สาเหตุสำคัญที่เป็นพื้นฐานให้ต้องมีองค์การแพร่หลายโดยทั่วไปในสังคมมนุษย์นั้นเพราะเหตุ 2 ประการที่เป็นข้อเท็จจริงคือ
1. มนุษย์ทุกคนมีความต้องการซึ่งเป็นความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่อยากมีการกินดีอยู่ดียิ่งขึ้นไปกว่าแต่ก่อน
2. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถจำกัดทั้งด้านกำลังกายและกำลังความคิดซึ่งทำให้แต่ละคนไม่สามารถกระทำสิ่งใดๆให้สำเร็จลุล่วงไปตามความต้องการทุกอย่างได้ด้วยตนเองโดยลำพัง
สาเหตุทั้ง 2 ประการนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัวเองในขณะที่มนุษย์ทุกคนอยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมโดยหวังจะได้สินค้าดีๆปริมาณมากๆตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากขึ้นนั้นแต่ขณะเดียวกันมนุษย์แต่ละคนที่มีความสามารถสำหรับตัวเองอยู่อย่างจำกัดทั้งกำลังแรงกายความชำนาญกำลังความคิดในการจำและคิดริเริ่มตลอดจนความสามารถต่างๆในขอบเขตที่จำกัดแตกต่างกันไปดังนั้นหากจะดำเนินการจัดหาสิ่งต่างๆด้วยตนเองแล้วการจะหวังให้ได้สิ่งต่างๆมากอย่างและดีขึ้นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ผลผลิตที่ทำได้ด้วยตนเองจะทำได้น้อยทั้งในด้านปริมาณและด้อยในคุณภาพดังนั้นเพื่อช่วยให้สามารถเอาชนะข้อจำกัดที่มีอยู่ดังกล่าวได้พร้อมกับการสามารถจัดหาสิ่งต่างๆมาตอบสนองความต้องการได้ดีขึ้นและมากขึ้นก็คือการตกลงร่วมมือทำงานกับบุคคลอื่นๆเป็นกลุ่มซึ่งอย่างน้อยที่สุดก็เริ่มต้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปการร่วมกันทำงานดังกล่าวจะช่วยให้มีการรวมกำลังความสามารถเพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆที่ยากขึ้นได้ซึ่งผลงานที่ได้มาก็จะทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละคนและของกลุ่มได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง
องค์การทุกองค์การจึงเกิดขึ้นมาโดยมีเหตุผลสนับสนุนอยู่อย่างสมเหตุสมผลและกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งที่จะช่วยให้มนุษย์เอาชนะข้อจำกัดของตนเองได้ขณะเดียวกันก็ช่วยสนับสนุนการตอบสนองความต้องการทั้งหลายที่มีอยู่ได้อย่างสมบูรณ์และครบถ้วนยิ่งขึ้นด้วย
ประโยชน์ขององค์การ
องค์การทั้งหลายต่างก็เกิดขึ้นมาเพื่อสนองประโยชน์ต่อมนุษย์ในประการสำคัญ 2 ประการคือ
1. การตอบสนองความต้องการทางสังคมมนุษย์มีความต้องการทางสังคม (Social needs) ชอบหาความสัมพันธ์พบปะเจรจากับผู้อื่นดังนั้นองค์การจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นเพื่อสนองความต้องการเหล่านี้องค์การจะเป็นแหล่งที่สามารถสร้างประโยชน์และให้ความพอใจทางจิตใจแก่สมาชิกของตนเช่นองค์การศาสนาสโมสรหรือองค์การสาธารณกุศลต่างๆกลุ่มอาสาสมัครเป็นต้น
2. การตอบสนองความต้องการทางวัตถุองค์การเกิดขึ้นมาก็เพื่อช่วยแก้ไขข้อจำกัดของมนุษย์แต่ละคนโดยวิธีการดังต่อไปนี้คือ
1. เพื่อเพิ่มกำลังความสามารถมนุษย์จะอาศัยองค์การเป็นที่รวมกำลังความสามารถเพื่อการผลิตที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเช่นเพื่อผลิตอาหารเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัยและอื่นๆที่ดีและมากขึ้นโดยวิธีการที่มีประสิทธิภาพกว่าการแยกกันหรือต่างคนต่างทำการที่ประสิทธิภาพในการผลิตจะสูงขึ้นได้ก็โดยที่องค์การจะเป็นสื่อหรือเครื่องมือที่ช่วยอำนวยให้การแบ่งงานกันตามความถนัด (Specialization) และการแลกเปลี่ยนกัน (exchange) เกิดขึ้นได้
2. เพื่อช่วยให้มีการทำงานที่รวดเร็วและแข่งกับเวลางานบางอย่างที่เดิมต้องใช้เวลานานจึงจะทำสำเร็จได้นั้นจะทำได้รวดเร็วขึ้นและสำเร็จลงได้ทันการเมื่อสามารถรวมพลังมาช่วยกันทำมีการแบ่งงานกันทำตามความถนัดและเร่งรัดให้สำเร็จลงได้ในเวลาที่สั้นกว่า
3. เพื่อร่วมกันคิดอ่านเพื่อให้สมาชิกขององค์การได้ประโยชน์จากการร่วมแรงร่วมใจช่วยกันคิดอ่านนำเอาความรู้ของมวลสมาชิกมาช่วยกันและร่วมกันก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดหากไม่มีการรวมกันเป็นองค์การบุคคลแต่ละคนย่อมต้องบเสาะแสวงหาความรู้ในเรื่องต่างๆด้วยตนเองทั้งหมดซึ่งเป็นเรื่องเหนือความสามารถที่จะกระทำได้
การจำแนกประเภทองค์การ
ถ้าจะถามว่าองค์การแบ่งออกเป็นกี่ประเภทคงจะตอบได้ยากและต้องย้อนถามกลับไปอีกว่าจะให้แบ่งองค์การตามลักษณะใดโดยทั่วไปแล้วการจำแนกประเภทองค์การอาจแบ่งได้โดยยึดหลักต่างๆกันดังนี้
1. การจำแนกองค์การโดยยึดวัตถุประสงค์ขององค์การ
1. องค์การเพื่อประโยชน์ของสมาชิกโดยตรงเช่นพรรคการเมืองสหกรณ์สโมสรสมาคมวิชาชีพเป็นต้น
2. องค์การทางธุรกิจได้แก่องค์การที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์หรือกำไรเช่นห้างร้านบริษัทธนาคารโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้น
3. องค์การเพื่อการบริการได้แก่องค์การที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไปเช่นโรงพยาบาลโรงเรียนสมาคมเพื่อการสังคมสงเคราะห์ต่างๆเป็นต้น
4. องค์การเพื่อสวัสดิภาพของประชาชนได้แก่องค์การที่ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนเช่นกระทรวงทบวงกรมกองทหารสถานีตำรวจเป็นต้น
2. การจำแนกองค์การโดยยึดโครงสร้าง
1. องค์การแบบเป็นทางการ (formal organization) เป็นองค์การที่มีการจัดโครงสร้างอย่างเป็นระเบียบแบบแผนแน่นอนการจัดตั้งมีกฎหมายรองรับบางแห่งเรียกว่าองค์การรูปนัยได้แก่