ประโยชน์ที่เกินคุ้มจากกล้วยหิน ของดีเมืองยะลา

 

 

 กล้วยหิน นอกจากจะใช้เลี้ยงนกกรงหัวจุก และทำเป็นกล้วยฉาบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปOTOPของดีเมืองยะลาแล้ว เรายังใช้ประโยชน์จากกล้วยหินได้อีกมากมาย ตั้งแต่ ต้น ,ใบ ,ผลดิบ ,ผลสุก

♦ต้นกล้วย(หยวกกล้วย) ชาวบ้านจะใช้ต้นกล้วยที่ตัดผลแล้วนำมาเป็นฝานบางๆ ผสมกับรำข้าวใช้เลี้ยงหมู แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้ว เนื่องจากมีอาหารสำเร็จรูปซึ่งสะดวกกว่า ฉันยังจำได้เมื่อก่อนบ้านฉันก็เลี้ยงหมู จะใช้หยวกกล้วยผสมรำข้าวเช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่ได้เลี้ยงแล้ว และนอกใช้ลี้ยงหมู ชาวบ้านจะนำเอาหยวกกล้วยมาปอกออกและฉีกเป็นเส้นๆแล้วนำไปตากแดดทำเป็นเชือกไว้ใช้ค่ะ

     ♦ต้นอ่อนที่ยังไม่ออกผล ชาวบ้านจะตัดนำมาปอกจนเป็นสีขาว ใช้ทำอาหารได้หลายอย่างเช่น แกงหยวกกับไก่บ้าน ,หยวกกล้วยลวกกะทิ จิ้มกับน้ำพริกหรือน้ำบูดู  มักจะใช้ในงานบุญต่างๆ

         ♦หัวปลี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ปลีกล้วย" จะต้องรอให้ออกผลจนหมดแล้วตัดหัวปลีออก เพื่อให้ได้ผลที่สมบูรณ์ เรานำหัวปลีมาทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น ทำผักเหนาะ(ผักจิ้ม)รับประทานกับผัดไทย,ขนมจีน, ลวกกะทิจิ้มน้ำพริกหรือน้ำบูดู เหมือนกับหยวกกล้วย ,แกงเลียง,ยำหัวปลีใส่มะพร้าวคั่วและกะทิสด และชุบแป้งทอด 

     ♦กล้วยดิบใช้ทำกล้วยฉาบ ส่วนกล้วยสุกใช้ทำขนมได้อร่อยเลยทีเดียว เช่น

     กล้วยหินต้ม เมื่อก่อนกล้วยหินต้มที่ สามแยกบ้านเนียง มีชื่อเสียงเป็นของดีเมืองยะลาด้วยเช่นกันแต่ปัจจุบันนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว กล้วยหินต้มจะรับประทานเปล่าก็อร่อยหรือจะจิ้มมะพร้าวทึนทึกขูดเส้นคลุกเกลือป่นเล็กน้อยแล้วโรยงาดำคั่วหอมๆ อร่อยยิ่งขึ้นค่ะ

     ♦กล้วยหินเชื่อมจะรับประทานแบบไม่เติมกะทิ หรือจะเติมกะทิสดแต่กะทิต้องเติมเกลือให้ออกรสเค็มนิดๆก็อร่อยเช่นกันขึ้นอยู่กับความชอบ ส่วนกล้วยบวชชีนั้นจะมีรสชาติที่เปรี้ยวนิดๆหวานหอมกะทิก็อร่อยอีกแบบหนึ่งค่ะ

 กล้วยหินทอด ซึ่งรสชาติของกล้วยแขกที่ทำจากกล้วยหินอร่อยไม่เหมือนใคร เนื้อกล้วยสีเหลืองเหนียวนุ่ม เปรี้ยวนิดๆ หอมกรุ่นหลังทอดเสร็จใหม่ และที่สำคัญต้องรับประทานร้อนๆ   จะอร่อยมากๆๆ จนลืมความอ้วนไปเลยค่ะ

นี่ค่ะประโยชน์จากกล้วยหินของดีเมืองยะลา ที่เกินคุ้มทุกส่วนใช้ได้หมดจริงๆ