มองผลงาน : ผ่านช่างแต้มอีสาน ปี 2007
พิทักษ์ น้อยวังคลัง*
************************
จิตรกรรมฝาผนังโบสถ์อีสาน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมปรากฏคุณค่าด้านสุนทรีย์ และคุณค่าทางด้านเนื้อหา สื่อถึงเรื่องราวในอดีตของสังคม ศาสนา ประเพณี และสภาวะแวดล้อมของท้องถิ่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นรากฐานสืบเนื่องจากอดีตกาลจวบจนปัจจุบัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจิตรกรรม มีคุณค่าทางวิชาการที่ไม่สามารถประเมินได้ แต่ดูประหนึ่งว่าผู้คนในสังคมท้องถิ่นอีสานปัจจุบันเป็น “ผู้รับมอบ” ทางวัฒนธรรมไม่สามารถเข้าถึง อีกทั้งขาดความเอาใจใส่ ละเลย ส่งผลให้มรดกอันทรงค่าตกอยู่ในภาวะอ่อนล้าลงไปเรื่อยๆ
แวดวงคนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในสถานการณ์ปัจจุบัน มักไม่ปรากฏให้เห็นเท่าใดนักว่าบัณฑิตศิลปินที่ผ่านการหล่อหลอมหลักวิชาทางด้านศิลปกรรมศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งนิยมจัดการเรียนการสอนแบบ “แยกส่วน” ได้เล็งเห็นคุณค่าของจิตรกรรมอีสานที่เป็นกระแสท้องถิ่นอันอุดมไปด้วยการถ่ายทอดรูปแบบเรียบง่าย สมถะ สื่อเนื้อหาของท้องถิ่นแบบ “องค์รวม” เฉกเช่นผู้ที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงในช่วงเวลานี้คือ “ตนุพล เอนอ่อน” สังคมควรร่วมกันตั้งคำถามว่าเขาคือทายาทผู้สืบทอดอุดมการณ์ช่างแต้มอีสานรุ่นบรรพชนสู่การเป็น “ช่างแต้มอีสานปี 2007” หรือไม่ เขามีแนวคิด การสร้างรูปทรง กรรมวิธี หรือการประยุกต์ผสมผสานความเป็นอดีต สู่ปัจจุบัน สร้างสรรค์ผลงานให้มีรูปแบบ และเนื้อหาให้มีลักษณะเฉพาะตน ลักษณะเฉพาะถิ่น และลักษณะของชาติโดยรวมอย่างไร
ผลงานจิตรกรรมของ “ตนุพล เอนอ่อน” เป็นศิลปะแบบอุดมคติ (Idealistic) แนวอีสานประเพณี ตัวภาพแสดงอริยาบทและความรู้สึกในภาพ แสดงออกทางความคิดสัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง เช่น แนวเรื่องสื่อให้เห็นถึงดุลยภาพของการอยู่อาศัยร่วมกัน สัมพันธ์กันภายใต้ระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ ดังปรากฏให้เห็นได้จากสรรพชีวิต สภาวะแวดล้อมในแต่ละช่วงเวลา หรือฤดูกาล รูปแบบในงานจิตรกรรม เช่น รูปภาพสัตว์ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากสัตว์ในธรรมชาติ นิยมถ่ายทอดออกมาเป็นภาพด้านข้าง (Profile) เป็นส่วนใหญ่ ภาพทิวทัศน์ เป็นรูปภาพซึ่งถ่ายทอดเป็นภาพ น้ำ ต้นไม้ ภูเขา ท้องฟ้า และอากาศ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นส่วนประกอบด้านหน้า กลาง และพื้นหลังของภาพ ไม่แสดงแสงและเงา ระยะใกล้ไกล ภาพทิวทัศน์เป็นส่วนประกอบอันดับรองภาพอื่น ๆ สนับสนุนให้ภาพสัตว์ และอื่นๆ มีความเด่นชัด
รูปแบบทางจิตรกรรม เขาทำขึ้นเพื่อแทนสรรพสิ่งต่างๆ ที่ต้องการสื่อประสบการณ์ ตามทัศนะส่วนตัวมีการประดิษฐ์สร้าง 3 แบบ คือ “รูปแบบประดิษฐ์”เช่น ภาพทิวทัศน์ ภาพสัตว์ ต้นไม้ ภูเขา ผืนน้ำ ล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถสัมผัสเข้าใจและง่ายต่อการรับรู้ของผู้ดู “รูปแบบสร้างขึ้นใหม่” เช่น การย่อส่วนให้เล็กกว่าความจริงเพื่อบรรจุส่วนประกอบภาพให้พอแก่การเล่าเรื่อง และแสดงออก รูปแบบลดทอน เป็นรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสื่อความหมายแทนสิ่งซึ่งเป็นรูปธรรม สื่อให้เห็นถึงความงามในลักษณะประดิษฐ์ที่เป็นธรรมดาสามัญ
วิธีพื้นฐานการเขียนภาพมีลักษณะ 2 มิติ ทัศนธาตุถูกนำมาใช้เพื่อการแสดงออก และสื่อความหมาย เช่น การใช้เส้น ให้ความสำคัญของเส้นรูปนอก และเส้นรายละเอียดภายในแยกส่วนที่เป็นรูปกับพื้นให้เด่นชัด ผสานกับการใช้สีวรรณะเย็น และหรือวรรณะร้อน เพื่อเน้นหรือให้เกิดความเด่นชัด ดึงดูดสายตา สื่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกเชิงสัญลักษณ์ที่มีความหมายตรง และมีนัยแฝง การระบายสีบนพื้นเรียบเพื่อแสดงองค์ประกอบกลุ่มภาพและรูปภาพ และตัดเส้นแสดงขอบเขตขององค์ประกอบ กลุ่มภาพ และตัวภาพต่างๆ เนื่องจากภาพจิตรกรรม เป็นการพรรณนาเนื้อเรื่องด้วยภาพมีลักษณะ 2 มิติ ไม่ต้องคำนึงถึงความมืด ความสว่าง แหล่งที่มาของแสง ตัวภาพแยกจากส่วนที่เป็นพื้นหลังเพราะสีช่วยทำให้เกิดการจำแนกหรือแยกส่วนรูปและพื้นให้ปรากฏต่อสายตากำหนดขอบเขตของภาพได้อย่างชัดเจน การระบายสีในส่วนละเอียดทุกส่วนมีลักษณะแบนราบ ตัดเส้นแสดงขอบเขตของรูปร่าง ส่วนต่าง ๆ ของรูปภาพอื่นๆ ล้วนใช้กรรมวิธีดังกล่าว การจัดองค์ประกอบนำตัวภาพขนาดเล็ก ใหญ่ อยู่ร่วมกัน ผลก็คือ ตัวภาพขนาดใหญ่ มักปรากฏคุณสมบัติที่สัมผัสจากการมองเห็นทำให้เกิดความรู้สึก "เบาลอย" (Less Visual) ซึ่งเป็นสภาพไร้น้ำหนักทางสายตา แต่ไม่สามารถจะมีน้ำหนักหรือรู้สึกเหมือนกดทับ หรือเกิดความอึดอัดขึ้นมาในภาพเหล่านั้น
การจัดองค์ประกอบทางจิตรกรรมของ “ตนุพล เอนอ่อน” สะท้อนแนวคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สะท้อนความอิสระด้านการแสดงออกที่เรียบง่ายไม่เคร่งครัด แสดงออกทางความรู้ความเข้าใจตามรสนิยม และทักษะของเขา ขณะเดียวกันเขาได้พยายามคัดสรรศิลปะแบบอีสานประเพณีมาปรับใช้เท่าที่จำเป็นต่อการแสดงออก
เทคนิค วัสดุ เป็นโครงสร้างสำคัญที่ใช้เป็นสื่อแสดงออกตามความถนัดของเขา และความเหมาะสมกับลักษณะของผลงาน สอดคล้องกับแนวเรื่องเป็นตัวกำหนด ตัวอย่างที่เห็นเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของเขาคือกระบวนการด้านเทคนิคในการสร้างงานเขามีความรู้ ความเข้าใจในคุณสมบัติของวัสดุในการสร้างงานเป็นอย่างดี เช่นการผสมผสานการใช้เกรยอง การระบายสีอะคริลิค การใช้ฟองน้ำเช็ด ถู ฯลฯ เพื่อให้เกิดพื้นผิว เป็นต้น
ช่างแต้ม “ตนุพล เอนอ่อน” ได้พากเพียรต่อยอดองค์ความรู้เดิมซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของช่างแต้มอีสานในอดีต โดยได้ค้นหา ปรับปรุง ผสมผสานประดิษฐ์สร้างจนเกิดแบบอย่างเฉพาะตัวอย่างงดงาม ลงตัว สามารถยืนหยัดเคียงข้างหรือท้าทายความเป็น “สากล” ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ที่พยายามลากจูงให้โลกทั้งใบมีความงามเพียงหนึ่งเดียว ผลงานของเขาสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิเสธ ท้าทาย และยืนหยัดอย่างมั่นคงว่า “ความจริงแท้เรื่องความงาม” ต้องมีลักษณะเป็น “พหุลักษณ์” มิใช่ความงามมีเพียงหนึ่งเดียวตาม “ตรรกะ” ของชาวตะวันตก สอดคล้องกับหลักคิดหลังสมัยใหม่ที่ว่า “ความหลากหลายคือความงาม”
****************************
ภาพประกอบตัวอย่าง จิตรกรรมฝาผนังโบสถ์อีสานในอดีต
ภาพประกอบ 1 วัดโพธาราม ดงบัง ภาพประกอบ 2 วัดป่าเรไรย์ ดงบัง
ภาพประกอบ 3 วัดสนวนวารี ภาพประกอบ 4 วัด
สนวนวารี
ภาพประกอบตัวอย่าง จิตรกรรมของ ตนุพล เอนอ่อน
ภาพประกอบ 5
โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์แสดงผลงานสร้างสรรค์
ภาพประกอบ 6 ผลงานสร้างสรรค์ของ “ตนุพล เอนอ่อน”
*********************************************