จงคงไว้ซึ่งศูนย์กลางภายในตน มองหาความจริงที่อยู่ในนั้น

         จงปฏิบัติต่อผู้คนโดยเท่าเทียมกัน การเห็นผู้หนึ่งผู้ใด “ถูกอกถูกใจ” เป็นพิเศษ ย่อมไม่ได้เป็นไปตามหลักแห่งเต๋า แต่เป็นการแสดงว่าเรายังมีการ “ตัดสินให้ค่า” เรายังมีการ “ตีตรา” ว่าคนนั้นดี คนนี้เลว คนนั้นทำให้เราพอใจ คนนี้ทำไม่ได้เรื่อง . . .

         จงหมั่นฝึกจิตใจมิให้เอนเอียง ฝึกตนเป็นดั่งฟ้าดิน ฟ้าดินไม่ตัดสินใครและไม่เลือกปฏิบัติ ไม่จงใจว่าให้ฝนตกตรงนั้นตรงนี้ เรียนรู้ที่จะมีใจที่เปี่ยมไปด้วย “เมตตา” หากแต่ว่าทรงไว้ซึ่ง “อุเบกขา” หาเวลาเงียบๆ เพื่อศึกษาสิ่งที่อยู่ภายใน . . .

         นี่คือสิ่งที่ผมได้จากการประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 5 ผมลองแปลจากหนังสือ “Living the WISDOM of the TAO” ของ Dr. Wayne W. Dyer เรียบเรียงออกมาเป็นภาษาไทย ได้ดังนี้:

                       "ฟ้าดินไม่เคยตัดสินใคร ฟ้าดินปฏิบัติต่อสรรพสิ่งเสมอกัน

                ผู้ทรงปัญญาต้องไม่มีจิตเสน่หา ต้องปฏิบัติต่อผู้คนเสมอกัน

                      ผู้ทรงปัญญาเปรียบได้กับฟ้าดิน ต้องไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

                เป็นผู้พร้อมให้ ให้อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยที่ไม่ก้าวก่ายแทรกแซง

                       ระหว่างฟ้ากับดินนั้นเป็นช่องว่าง ไม่ต่างอะไรจากที่สูบลม

                ว่างเปล่าแต่มิใช่ว่างไร้ ยิ่งใช้ ยิ่งเคลื่อนไหว ยิ่งทำให้มีมากยิ่งขึ้น

                พูดมากมิได้ก่อประโยชน์ใด มุ่งสู่ศูนย์กลางภายในพาให้เข้าใจความจริง."

                                         Dr. Wayne Dyer เรียบเรียงเป็นภาษาอังกฤษ

                                         ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย