อันตราย......หนามต้นโป๊ยเซียน


ต้นไม้สวยมีหนามแหลมคม

อันตราย…..จากหนามโป๊ยเซียน

 ต้นโป๊ยเซียนในบ้านที่ฉันนำกิ่งมาชำเอง

      

                

              ต้นโป๊ยเซียน    ถือได้ว่าเป็นไม้มงคล….และไม้เซี่ยงทายอีกชนิด   ที่หลายๆคนปลูกไว้ในบ้าน      ฉันคนหนึ่งปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ในบ้านนานหลายปีมากแล้ว    ตั้งแต่ยังไม่มีการผสมพันธุ์เป็นดอกใหญ่  หลายสี หรือเป็นต้นลูกไม้   ครั้งนั้นต้นโป๊ยเซียนจะมีดอกเล็กสีสันก็แสนจะธรรมดาพื้นๆ  เช่นดอกสีแดง  สีเหลือง     ต่อมาก็มีการนำต้นโป๊ยเซียนดอกใหญ่   สีสันแปลกตาสวยงามออกมามากมาย   และตั้งชื่อต่างๆให้เป็นมงคลไพเราะเพราะพริ้ง   สมัยที่กำลังฮือฮานิยมปลูกโป๊ยเซียนดอกใหญ่กันนั้น   ฉันก็เป็นอีกคนที่จะต้องหามาปลูก  โดยการขอกิ่งพันธุ์จากเพื่อนมาบ้างแล้วนำมาชำเอง     ขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง  แต่ส่วนใหญ่ก็จะได้ผล   ติดเป็นต้นโตมีดอกให้ได้ชม  

             

                         ชมพู่ทีฉันปลูกไว้ในบ้าน  แรกๆ  ก็ได้รับประทาน   ปีต่อๆมาแมลงวันทองรบกวนจึง....อดรับประทาน

              

                                                                   ต้นชมพู่ที่ห้อยระโยงระยางไปด้วยกล้วยไม้ป่า

            สิ่งที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้  เป็นเรื่องที่เกิดจากตัวฉันเอง    คือฉันได้ปลูกต้นชมพู่ไว้ใกล้ๆบ้าน หลายปีมาแล้ว   ตนชมพู่ต้นนี้ก็สูงใหญ่ไปตามกาลเวลา   ฉันไม่ได้ตัดเขาเลยเพราะว่าต้องการร่มเงาใว้บังแสงแดดที่ส่องมาแผดเผาต้นไม้เล็กอื่นๆในบ้าน    และบริเวณใต้ต้นชมพู่นี้  ฉันทำคอกกั้นต้นไม้เล็กๆพวกไม้ดอกไม้ประดับกระถางไว้     เพราะถ้าไม่กั้น ลูกๆของฉันก็จะซนไปรื้อหาสิ่งแปลกปลอมประเภทสัตว์เลื้อยคลาน (จิ้งเหลน ของชอบ)  แล้วต้นไม้ฉันก็จะถูกเขารื้ออกมาด้วยในบริเวณดังกล่าว จะมีต้นโป๊ยเซียนที่ฉันชำไว้ด้วย อยู่ 4-5 ต้น   ครั้นถึงฤดูการออกดอก ออกผลของต้นชมพู่    ก็จะออกลูกมาดกมาก เนื่องจากบริเวณรี้ฉันปลูกต้นไม้ไว้ก็จะได้รับการรดน้ำทำให้ดินอุดมสมบูรณ์   แต่ฉันไม่ค่อยได้รับประทานผลของมันหรอกค่ะ  เนื่องจากมีเจ้าตัวดีคอยเอาก้นแหลมๆมาจิ้มที่ผลชมพู่ตั้งแต่ตอนเกสรร่วง   จนกระทั่งผลใหญ่   ทำให้เกิดหนอนมากมายเสียหายจนรับประทานไม่ได้   ถึงแม้ฉันจะห่อผลไว้ตั้งแต่เล็กก็ตาม   ถ้าไม่มีเจ้าแมลงวันทองนี้  ฉันคงจะปลาบปลื้มมากที่ต้นชมพู่ออกผลมาให้   เพราะออกดอกออกผลดกมาก   แต่ฉันจะไม่ชอบเลยถ้าชมพู่ออกดอกผล   สาเหตุอย่างที่กล่าว คือหนอน  ไม่ได้รับทาน ผลมันก็จะเน่าร่วงมามากมาย  เป็นธุระให้ฉันต้องเก็บทิ้ง   ทุกวันที่อยู่บ้านไม่ว่าจะเดินออกเดินเข้าบ้าน   ฉันก็ต้องไปมองดูว่าเจ้าผลชมพู่ร่วงมาอีกหรือเปล่า  เพราะถ้าร่วงก็จะมีเจ้าแมลงหวี่มาตอมผล   ทำให้สิ่งแวดล้อมบ้านชักไม่เข้าท่าเสียแล้ว    ฉะนั้นการเก็บผลชมพู่ฉันนั้นถ้ามันร่วงไปซอกไหนในคอกที่ฉันกั้นต้นไม้กระถางไว้   ฉันก็จะต้องเอามือล้วงเข้าไปเก็บทุกครั้งไป  และฉันจะถูกหนามเล็กๆที่อยู่ตรงปลายหนามใหญ่อีกที่ทิ่มแทงฉัน   เป็นเช่นนี้ทุกวัน วันละหลายเวลา จนกว่าผลชมพู่จะหมดไปจากต้น  และฉันจะเก็บใส่ถุงพลาสติคเต็มถูกมัดปากแล้วนำตากแดด  จะเห็นหนอนออกมาตายมากมายแถมหนอนพวกนี้ดีดตัวได้ด้วย   ถ้าเราไม่กำจัดมันก็จะดีดตัวฝังในดินเป็นดักแด้และเป็นแมลงวันทองแพร่พันธุ์มากขึ้นอีก    เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อกลางปี 2549  ฉันคิดว่าไม่เป็นอะไร   ที่ไหนได้  หลังจากที่โดนหนามโป๊ยเซียนประมานสองสามเดือน   มันเกิดอาการอักเสบเป็นแผล คันๆไม่มาก  ฉันก็แคะแกะเกาเพื่อหวังจะให้ปลายหนามหลุดออกมา   แต่ยิ่งแกะ  มันก็ยิ่งเป็นแผลลึกใหญ่ขึ้น  พอเป็นสะเก็ดก็แกะอีกฉันถูกหนามโป๊ยเซียนตำบริเวณแขนขวา   จึงใช้มือซ้ายแกะ   ทำให้แขนขวาฉันเป็นแผลทั้งแขนน่าเกลียดมาก   ถ้าใครไม่รู้เขาจะคิดว่าฉันเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ   ฉันต้องนั่งรถเมล์ไปทำงาน  ใส่เสื้อแขนสั้น   คนก็จะมองด้วยความสงสัย (เอ๊ะ  ยายนี่เป็นโรคอะไร)   ถ้าคนอยากรู้จริงๆเขาก็จะถามฉัน   ฉันก็บอกไปว่าถูกหนามโป๊ยเซียน    ฉันเป็นอยู่หลายเดือนไปหาหมอยังไงก็ไม่หายหรือดีขึ้นเลย  พอต้นปี 2550  ฉันเกิดอาการปวดที่ข้อมือซ้ายมากและปวดลามไปที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือจนทนไม่ได้  ไปพบหมอเกี่ยวกับข้อและกระดูก   ให้ยามารับประทานก็ไม่ดีขึ้น เดือนต่อมาไปหมอเล่าอาการให้ฟังอีก  หมอได้ฉีดยาเข้าที่บริเวณข้อที่ปวดให้  และบอกว่าฉันเป็นพังผืดทับเอ็น  อาการทุเลาเรื่อยๆจนฉันหายปวดข้อมือ     แต่ฉันที่เป็นแผลแกะเกาที่แขนขวานั้นเริ่มเป็นพิษ            พอดีช่วงนั้นงานที่รับผิดชอบของฉันในการรับขึ้นทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้กับ  กลุ่มกิจกรรมที่มีอยู่ในอำเภอฯ   มีผู้เข้ามาขอขึ้นทะเบียนมาก   ฉันใช้แขนข้างขวาเขียนมาก   จึงปวดท่อนแขนตลอดเวลา

หมอนัดไปตรวจให้ยามารับประทานทุกเดือน   จนประมาณปลายปีหมอจึงนัดผ่าตัด      หมอได้ตัดเนื้อบริเวณแขนฉันที่โดนหนามจนเกิดแผลใหญ่ๆ  จำนวน 4 ที่    แล้วเย็บแผลต้องไปล้างแผลประมาณ 10 วัน  จึงตัดไหมออก  และทำให้ฉันหายปวดที่ท่อนแขนเวลาทำงานหรือเขียนหนังสือ พอต้นปี 2551  ฉันเกิดปวดที่ข้อมือซ้ายอีก  และคราวนี้ปวดบริเวณอุ้งมือขวาด้วย  ไม่สามารถที่จะหยิบจับอะไรถนัดเลย  เวลากวาดบ้าน   เปิดลูกบิดประตูบ้าน  ยกของ   ฉันจะเจ็บแถมกำมือก็ไม่ค่อยได้   หมอได้ฉีดยาเข้าที่บริเวณข้อมือซ้ายเหมือนปีก่อน  และฉีดยาให้ที่กลางอุ้งมือขวาอีกเข็ม รวมเป็นสองเข็ม    และหมอก็ยังนัดตรวจฉันเรื่อยมา  หมอบอกว่าฉันใช้มือมาก  ให้ลดการทำงาน  ก็ฉันอยู่คนเดียวก็ต้องทำงานบ้านเองอยู่แล้ว  แต่ฉันดื้อเรื่องการปลูกต้นไม้  การยกกระถางต้นไม้เปลี่ยนจากยกมาเป็นลากบ้างถ้ากระถางใหญ่     ดูซิคะว่านี่เข้าปลายปีที่สามแล้ว  ฉันก็ยังปวดมือเหมือนเดิม  เพียงแต่ว่าทุเลาบ้าง    อาจเป็นเพราะพิษร้ายของหนามต้นโป๊ยเซียน…หรือ......บาปที่ฉันมัดปากถุงผลชมพู่เน่าๆที่มีหนอน  ทำให้หนอนต้องตายนั่นเอง.............

หมายเลขบันทึก: 212334เขียนเมื่อ 27 กันยายน 2008 22:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:37 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)
  • แวะมาเยี่ยมค่ะ
  • คงหายดีแล้วนะคะหนามโป๊ยเซียน อันตรายจริงๆด้วย
  • มีชมพู่หน้าบ้านเหมือนกันค่ะแต่ไม่เคยได้ทาน ยกให้กระรอก กับแมลงวันทองไป เพราะห่อไม่ไหว ห่อไม่ทันเหมือนกันค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี