เมื่อลูกมีปัญหา อย่าโทษตนเอง
| เมื่อลูกมีปัญหา อย่าโทษตนเอง | |||||||
| จำนวนผู้อ่าน : 690 | |||||||
เมื่อลูกมีปัญหา อย่าโทษตนเอง
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พ.ญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ปัญหาบุคลิกภาพ ปัญหาด้านปัญญา อารมณ์ หรือโรค ล้วนเป็นปัญหาที่ควรได้รับการดูแลหรืออยู่ในความดูแลของแพทย์ ซึ่งสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กคือยารักษาและการพูดคุย ส่วนเรื่องสำคัญสำหรับพ่อแม่คือการเข้าใจในการดูแลเด็ก และจำเป็นต้องติดต่อกับแพทย์ที่ดูแลเด็กให้สม่ำเสมอ เพราะแพทย์จะเป็นผู้ทดสอบและวินิจฉัยเพื่อทราบว่าเด็กเป็นอะไร จะดำเนินวิธีการช่วยเหลืออย่างไรต่อไป แม้เด็กจะมีปัญหาเชาวน์ปัญญาบ้าง และ/หรือมีปัญหาการเรียนบกพร่องก็ตาม การช่วยเหลือจะมุ่งที่การเรียนอย่างเดียวไม่ได้ แต่จำเป็นต้องช่วยรักษาสภาพจิตใจ อารมณ์ และการปรับตัว รวมถึงการพัฒนาให้เด็กเจริญไปในทิศทางที่เขามีศักยภาพให้เต็มที่
แต่ลักษณะต่างๆ เหล่านี้แสดงถึงการที่เด็กยังไม่รู้จักวิธีจัดการกับอารมณ์และปัญหาให้ตนเองดีพอ หากไม่ได้รับการรักษาและดูแลด้วยวิธีการที่ถูกต้องจากแพทย์ตั้งแต่ต้น เมื่อเด็กเติบโตจึงเห็นปัญหาอารมณ์พฤติกรรมเด่นชัดและอาจมีแนวโน้มจะเป็นปัญหามากขึ้น สิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ในการดูแลลูกที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ คือการไม่โทษตนเอง หรือรู้สึกผิดในการที่ลูกเป็นเช่นนี้ เนื่องจากสังคมในปัจจุบัน มีพ่อแม่เป็นจำนวนมากที่จำเป็นต้องทำงาน ทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลลูกรักได้อย่างเต็มที่ และอาจแบ่งหน้าที่ให้คุณปู่คุณย่าคอยดูแลลูกให้ แต่ในการที่พ่อแม่แสดงความเพียรพยายามในการทดแทน ส่งเสีย เลี้ยงดู นับว่าเป็นการไว้ใจ ไม่ทอดทิ้ง รวมถึงการพยายามดูแลสอนหนังสือ ซึ่งพ่อแม่อาจสังเกตว่าลูกเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้หรือไม่ สามารถดูได้จากผลการเรียนของลูกที่ไม่ดีขึ้น ทั้งๆ ที่พ่อแม่ได้ช่วยเหลือ เอาใจใส่
เมื่อเข้าสู่การรักษาแล้วพ่อแม่ควรพาลูกไปพบจิตแพทย์ที่ได้ติดต่อกันไว้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง หรือรีบปรึกษาแพทย์เมื่อพบว่าเด็กอาจมีปัญหา เพราะเด็กที่ไม่มีทักษะทางสังคม มีพฤติกรรมซ้ำๆ การเรียนไม่ดี ไม่ค่อยเข้าใจในการเรียนรู้ หรือขาดทักษะในการดำเนินชีวิตตามปกตินั้น ย่อมมีโรคบางอย่างอยู่แล้วก็ได้ รวมถึงการมีอารมณ์ซึมเศร้าที่จะเป็นเรื่องตามมาภายหลัง เมื่อเด็กไม่สามารถจัดการกับตนเอง หรือภาวะแวดล้อมได้ และมีสิ่งกดดันจากภายนอกที่เกินความสามารถของเขา ซึ่งการรักษาลูกน้อยที่ดีคือการทำตามคำแนะนำ และหากมีข้อสงสัยให้รีบปรึกษาหารือแพทย์ผู้รักษาโดยตรง มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจ และเรียนรู้วิธีการปฏิบัติต่อเขาอย่างถูกวิธี เพื่อการมีพัฒนาการที่ดีของเด็กที่จะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่ราบรื่นในสังคม รวมถึงการมีสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ดังนั้น กำลังใจของพ่อแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะบรรเทาและเยียวยาปัญหาของเด็กได้สำเร็จ โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อลูกจะได้มีพฤติกรรมที่มั่นคง มีสุขภาพจิตที่ดีและเป็นเด็กดีตามที่คุณพ่อคุณแม่คาดหวังไว้ต่อไป |
|||||||
ที่มา:http://www.aksorn.com


