นายกรัฐมนตรีสมชาย ..เมินการศึกษา..
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขทางการเมือง โดยนายกรัฐมนตรีมีอำนาจการต่อรองน้อยมาก เนื่องจากมีการจัดสรรแบ่งโควตา จึงทำให้ไม่สามารถหาคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเป็นรัฐมนตรี และที่น่าเสียดายคือ งานการศึกษาซึ่งมีความสำคัญมากกว่ากระทรวงอื่นกลับถูกละเลย ทั้งๆที่รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญ แต่กลับตั้งรัฐมนตรีมาทำงานเพียงคนเดียว ซึ่งจะมีผลต่องานการศึกษามาก เพราะกระทรวงศึกษาธิการมีงานในความรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก เพราะมีถึง 5 องค์กรหลัก ต้องดูแลนักเรียนกว่า 10 ล้านคน นักศึกษาอีก 1.4 ล้านคน รวมทั้งครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกหลายแสนคน และเป็นกระทรวงที่มีงบฯเป็นอันดับ 1 จึงน่าจะมี รมช.ศึกษาธิการมาช่วยงาน
ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า เข้าใจว่าการเลือก ครม.ต้องพิจารณาจากโควตาของพรรค ของกลุ่ม แต่เท่าที่ดู ครม.สมชาย 1 หน้าตารัฐมนตรียังไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร ทำไมถึงไม่หาคนที่ฝีมือดีและเป็นความหวังในการเข้ามาพัฒนาการศึกษา เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ทั้งนี้ อยากให้ รัฐบาลภายใต้การนำของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ทุ่มเทการทำงานมาที่กระทรวงด้านสังคม แต่ เท่าที่เห็นรู้สึกผิดหวังกับการตั้งรัฐมนตรีด้านสังคม
รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทิศทางการปฏิรูปการศึกษามุ่งเน้นแต่การปรับโครงสร้างทุกระดับ แต่ให้ ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพค่อนข้างน้อย จึงอยากฝากเรื่องการพัฒนาคุณภาพ โดยเฉพาะระดับประถมและมัธยมศึกษา ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ
ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ประธานที่ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่มานั่งกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีนักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการชี้นำสังคมและต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี จึงต้องดูแลเป็นอย่างดี เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และ ศธ.เป็นกระทรวงที่ใหญ่ควรจะมีรัฐมนตรีช่วยมาช่วยดูแลน่าจะดีกว่าการทำงานคนเดียว.
ที่มา ไทยรัฐ ค่ะ