คณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญ กบข.จะเสนอให้สถาบันการศึกษาหรือนักวิจัยมาวิจัยการปรับสูตรคำนวณบำนาญ กบข.ใหม่
นายมนัส แจ่มเวหา รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยเกี่ยวกับการพิจารณาเพื่อหาแนวทางการปรับสูตรคำนวณ กบข.ใหม่ ว่า เรื่องนี้การประชาสัมพันธ์ในช่วงเริ่มก่อตั้ง กบข. เป็นการให้ข้อมูลและเสนอทางเลือกใหม่ ภายใต้สมมติฐานที่เป็นการประมาณในอนาคต ก็มีคนเห็นด้วยสมัครเข้าเป็นสมาชิกและไม่สมัครเข้าเป็นสมาชิก จากฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 – 2551 มีข้าราชการสมัครเป็นสมาชิก กบข. จำนวน 72,116 คน และไม่เป็นสมาชิก กบข. จำนวน 35,835 คน (หากนำข้อมูลตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 – 2545 มารวมจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น) โดยการสมัครเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่เป็น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจการตัดสินใจของข้าราชการแต่ละคน ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 มาตรา 36 ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลต่อไปนี้จะสมัครเป็นสมาชิกก็ได้...” และตามระบบบำเหน็จบำนาญแบบเดิม เป็นเรื่องที่ต้องเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น หากเลือกรับบำเหน็จแล้วอายุยืนยาวนาน บำเหน็จที่ได้รับ อาจไม่เพียงพอก็จะต้องพยายามบริหารให้เพียงพอ ถ้าหากเลือกรับบำนาญแต่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยและเสียชีวิตเร็วก็จะเสียประโยชน์มาก บางรายหลังเกษียณ 2-3 เดือน เสียชีวิต ก็จะเสียประโยชน์เพราะได้เงินน้อยกว่าบำเหน็จเสียอีก ดังนั้นจึงมีความเสี่ยง แต่ กบข. เป็นทางเลือกใหม่เพิ่มขึ้น
นายมนัส แจ่มเวหา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างเป็นระบบ กรมบัญชีกลางได้ตั้งคณะทำงานฯ ซึ่งได้พิจารณาเปรียบเทียบความแตกต่าง โดยนำข้อมูลของผู้ที่ออกจากราชการ และเป็นสมาชิก กบข. เมื่อปี งบประมาณ 2550 ซึ่งมีจำนวน 8,518 คน มาคำนวณเงินก้อนที่ได้รับและเงินบำนาญ เปรียบเทียบกับเงินบำนาญสูตรเก่า เพื่อหาเงินบำนาญที่เป็นส่วนต่างของทั้ง 2 กลุ่มว่าเป็นเงินเท่าไร โดยมีสมมติฐานว่า ผู้ที่ได้รับเงินก้อนสามารถนำไปลงทุนได้ผลตอบแทนเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี และผู้รับบำนาญมีชีวิตอยู่ต่อตามอายุเฉลี่ย ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จากนั้นจะนำเงินจำนวนดังกล่าว มาคำนวณเปรียบเทียบกับเงินประเดิม เงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และดอกผลที่เกิดขึ้น ว่าเงินทั้งหมด ที่ได้เพิ่มเติมจาก กบข. สามารถใช้จ่ายไปได้ เป็นเวลาเท่าใด มากกว่าหรือน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ซึ่งจากผลที่คำนวณได้ในเบื้องต้น มีคนได้ประโยชน์มากกว่าประมาณ 40% และได้ประโยชน์น้อยกว่าประมาณ 60%
นายมนัส
แจ่มเวหา
กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย.
คณะทำงานซึ่งมีตนเป็นประธาน
ได้ประชุมกันและมีข้อสรุปเรื่องนี้ว่า
เนื่องจากตามผลการคำนวณในเบื้องต้นมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์
และเรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อระบบค่าตอบแทนภาครัฐและผูกพันงบประมาณเป็นจำนวนมาก
จึงมีหลักคิดในการดำเนินการคือ ไม่เพิ่มประโยชน์ให้คนได้ประโยชน์อยู่แล้ว
แต่ชดเชยเฉพาะคนเสียเปรียบ
ซึ่งจะต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ดี
เรื่องนี้เป็นเรื่องการพิจารณาว่าจะต้องปรับสูตรอย่างไร
ใช้เงินงบประมาณเท่าไหร่ และคนที่ออกไปแล้วจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร
เท่ากับต้องสำรวจแฟ้มข้อมูลของผู้รับบำนาญเกือบ 1 แสนคน
ที่มีเวลาราชการและเงินเดือน แตกต่างกัน และต้องทดลองใช้สูตรต่าง ๆ
คำนวณ
เพื่อให้เป็นกลาง มีความโปร่งใส กรมบัญชีกลางจะไม่เป็นผู้พิจารณาเอง
แต่จะจ้างสถาบันการศึกษาหรือนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ
เพื่อวิเคราะห์ วิจัย ซึ่งคาดว่า
จะใช้เวลาในการวิจัยประมาณ 6 เดือน
และหลังจากนั้นหากพบว่ามีการเสียเปรียบกันจริง
โดยพิจารณาในแง่มุมต่าง ๆ
แล้ว
ก็จะได้นำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
อยากให้เอาเรื่องเกี่ยวกับเงินเพิ่มของพนักงานสอบสวน ( ตำแหน่ง ) โพส์เข้ามาบ้างว่า คลัง ได้มีความเห็นอย่างไร รออะไร้บ้าง หากอนุมัติแล้วตามที่ขอจะเริ่มใช้เมื่อใด เพราะทุกวันนี้รายจ่ายเยอะมาก ทุกอย่างเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนต้องซื้อใช้เองหมดแม้กระทั่งกระดาษ ส่วนอย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง เจ้านายไม่เคยให้ความสำคัญในงานสอบสวนเลย ทุกคนจึงต้องพึ่งตัวเอง กล้องถ่ายที่เกิดเหตุ คอมพิวเตอร์สำนักงาน ../
-
น่าจะมีการพิจารณาเงินเพิ่มที่ให้กับข้าราชการ
เช่น เงินค่าสมองไหล ,เงินประจำตำแหน่ง ,เงินพวกนักบิน และเงินเพิ่มอื่น ๆ ในบางสิ่งบางอย่างบางจำพวกจำเป็นจะให้ไหม เพราะมันเป็นการเอาเปรียบประชาชนคนหาเช้ากินค่ำมากเกินไป ค่าตอบแทนดีเยี่ยมแต่การบริการประชาชนไม่เอาไหนเลย ยังเห็นประชาชนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการเป็นคนไร้คุณค่าเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ เงินที่ได้ไปเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งนั้น ปรับเงินจำนวนดังกล่าวมาเป็นค่าครองชีพของประชาชนคนทั่วๆ ไปบ้าง คนไทยด้วยกัน
เห็นด้วยกับการลดเงินเพิ่ม กับข้อความ 3
เรียน คุณมนัส แจ่มเวหา
ขอทราบความก้าวหน้าคำนวณบำนาญ กบข. ที่ส่งให้ศึกษา ตกลงเป็นสูตรใหนค่ะนานมากแล้ว
เรียนท่านมนัส แจ่มเวหา
ไม่มีข้อมูลคำนวณบำนาญ กบข.ออกมาจาก กรมบัญชีกลางอีกเลยตั้งแต่ที่ท่านออกมาแถลงตั้งแต่ ปี51
หรือท่านเกษียณไปแล้วค่ะ
พรบ.กบข. ที่วุฒิเสนอ ประธานสภาเมื่อ 26ก.พ.53 ของจริงหรือเปล่า กรมบัญชีกลางทราบหรือไม่ค่ะเพราะท่านเป็นต้นเรื่องนะคะสำหรับมาตรา 63
post ถึงกรมบัญชีกลางผ่านเว็บนี้ท่านคงไม่มีโอกาสได้อ่านแน่นอน ผู้ดูแลระบบส่งต่อหรือเปล่าค่ะ
ตอบ
สูตรการคำนวณบำนาญใหม่ ได้ผลการศึกษาจากสถาบันที่จ้างวิจัยแล้ว อยู่ระหว่างกรมบัญชีกลางเสนอเพื่อขอรับนโยบายจาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการต่อไป
ตอบความคิดเห็นที่ 7
พรบ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบิกษาแล้ว มีผลใช้บังคับ 1 พค. 53
ส่วน พรบ. กองทุนบำเหน็จบำนาญ ยังไม่ผ่านการพิจารณา
จะทันใช้ใน กันยายน 2553 หรือไม่ เห็นพิจารณากลับไปกลับมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านเป็นนักธุรกิจท่านจะใส่ใจปัญหาของข้าราชการบำนาญหรือ ? ข้าราชการบำนาญเป็นชนกลุ่มน้อย แก่แล้วยังหาทางให้กู้เงินอีก
อยากทราบผลการศึกษาจากธรรมศาสตร์ว่าเป็นอย่างไร ทำไมจึงคิดหนัก
ตอบ
ถ้าได้ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องสูตรคำนวณบำนาญใหม่ จะแจ้งให้ทราบ
พรบ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ2553(ให้ใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกันฯ)ออกใช้มาครึ่งปีแล้ว หลังจากรอกม.คลอดมาหลายปี กฎกระทรวงไม่คลอด อำนาจของท่านรัฐมนตรีคลัง โปรดเร่งรัดด้วยครับ
เรื่องสูตรการคำนวณบำนาญใหม่ ทำไมถึงล่าช้าจังเลย ผู้ที่มีหน้าที่ไปทำอะไรกันอยู่
ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.ทุกคนรออยู่ (ทำงานกันบ้าง)
เรื่อง สูตรการคำนวณบำนาญ กบข.ใหม่ ล่าช้าเพราะเหตุใด? ถ้าเห็นว่าสมาชิกได้เงินบำนาญ กบข.มากหรือเหมาะสมแล้ว ทำไม? ไม่แก้ไข พรบ.เปิดโอกาสให้สมาชิกลาออกจาก กบข.ได้ เพื่อจะได้ทราบว่าสมาชิกส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอย่างไร ?บ้าง
ตอบ เกี่ยวกับเรื่อง กบข. ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทุกแนวทาง เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณทั้งสิ้น ต้องรอความชัดเจนและจะรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ท่านได้เป็นสมาชิก กบข.หรือเปล่าครับ
จนท.ยังชี้แจงไม่เคลียร์ สมาชิกก็ได้แต่รอ รอ แล้วก็รอ ผ่านมากี่เดือนแล้วครับเนี่ย จนปิดสมัยประชุม ครม.ไปแล้ว ต้องรออีกนานกว่านี้หรือไม่ครับ ช่วยตอบคำถาม คห.สุดท้ายหน่อยครับ อย่าให้สมาชิกเข้าใจไปเองเลย เพราะมักจะได้ยินเขาว่า เขาเล่าว่า มันอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วไม่มีข้อเท็จจริง ให้เคลียร์