

( ๑ ). หอพระมณเฑียรธรรม ( Phra Monthian Tham Haall )
หอพระมณเฑียรธรรม คือ หอที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น สำหรับราชบัณฑิตบอกหนังสือพระภิกษุ สามเณรแต่ปัจจุบันใช้สำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกกับตู้พระไตรปิฎกประดับมุก ๒ ตู้
และสำหรับพระภิกษุขึ้นแสดงพระธรรมเทศนาในวันเสาร์กับวันอาทิตย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันอออกของพระเศวตกุฏาคารวิหารยอด หันหน้าก่อสร้างในลักษณะสถาปัตยกรรมไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นผสมกับแบบพระราชนิยมในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดใหญ่ มีเฉลียงล้อมรอบ มีมุขลดทิศตะวันออก ๑ มุขและมุขลดทิศตะวันตก ๑ มุข โดยใต้มุขลดทำเฉลียงกว้าง ตั้งบนฐานทักษิณยกพื้นสูงพอประมาณ มีอัฒจนทร์ ๕ ขั้น ๖ แห่ง คือ ทิศตะวันออกมีอัฒจันทร์ ๑ แห่ง ทิศตะวันตกมีอัฒจันทร์ ๑ แห่ง ทิศเหนือมีอัฒจันทร์ ๒ แห่ง และทิศใต้มีอัฒจันทร์ ๒ แห่ง มีสิงห์ศิลาแบบจีนตั้งตรงเชิงอัฒจันทร์ทิศตะวันตก ๑ คู่
หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสี มีพื้นสีเหลือง ลวดสีน้ำเงิน เชิงสีแดง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ นาคสะดุ้ง ประดับกระจกสีขาว มีมุขลดทิศตะวันออก ๑ มุข มีปีกนกลด๔ ตับ กับมุขลดทิศตะวันตก ๑ มุข มีปีกนกลด ๔ ตับ มีหน้าบันทำจากไม้จำหลักลาย ๒ ตอน คือ ตอนบนทำรูปพระพรหมทรงหงส์ ตอนล่างทำลายรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ บนพื้น
กระจกสีน้ำเงิน ล้อมด้วยลานกนกก้านขดปลายลายทำเทพนม ส่วนที่แผงแรคอสองทำเทพนม ๕ องค์ ในซุ้มบนพื้นกระจกสีชมพู ระหว่างซุ้มมีเทพนมองค์เล็กเรียงสลับกัน และทำกนกเทพนมนั้งเรียงกัน ๓ องค์ที่หน้าอุด กับมีลายกนกก้านขดปลายลายทำเทพนมบนพื้นกระจกสีน้ำเงินประกอบด้านข้าง และทำปีกนกลายกนกก้านขดปลายลายทำรูปสิงห์ที่ใต้หน้าอุดเสาหานกับเสานางจรัส คือ เสาก่ออิฐถิอปูนย่อมุมไม้สิบสองทางสีขาว หัวเสาทำบัวจลกลปลายเสาปิดทองประดับกระจกสีขาวกับสีเขียว ระหว่างเสามีพนักลูกกรงก่ออิฐถือปูนทาสีขาว มีบัวหลังเจียด มีทวยรับหลังคารูปพญานาคปิดทองประดับกระจกสีเขียว กัยทวยรับพาไลรูปพญานาคปิดทองประดับกระจกสีเขียวซุ้มพระทวารทางทิศตะวันตกมี ๓ ซุ้ม คือ ซุ้มพระทวารกลางทำซุ้มทรงมณฑปปิดทองประดับกระจก และซุ้มพระทวารซ้ายกับซุ้มพระทวารขวาทำซุ้มทรงบันแถลง๒ ชั้น มีนาค ๓ เศียร ปิดทองประดับกระจก พร้อมกับทำไม้จำหลักลายรูปพระยากุมภัณฑ์กับรูปขุนกระบี่บนลายกนกก้านขดปิดทองที่กรอบเช็ดหน้าตอนบน ส่วนซุ้มพระทวารทางทิศตะวันออก มี ๒ ซุ้ม คือ ซุ้มพระทวารซ้ายกับซุ้มพระทวารขวาทำซุ้มทรงบันแถลง ๒ ชั้น มีนาค ๓ เศียร ปิดทองประดับกระจก พร้อมกับทำไม้จำหลักลายรูปพระยากุมภัณฑ์กับรูปขุนกระบี่บนลายกนกก้านขดปิดทองที่กรอบเช็ดหน้าตอนบน และทำซุ้มพระบัญชรทรงบันแถลง ๒ ชั้น มีนาค ๓ เศียร มี ๒ ตอน คือ ตอนบนทำประดับไม้จำหลักลายสาหร่ายรวงผึ้งรูปพระยากุมภัณฑ์กับรูปขุนกระบี่สลับกันคนละพระบัญชร แต่ตอนล่างทำหย่องไม้จำหลักลายอย่างสาหร่ายรวงผึ้งบานพระทวารทิศตะวันตกมี ๓ คู่ ได้แก่ บานพระทวารกลาง ที่ภายนอกประดับมุกทำลายพระพรหมทรงหงส์ กับพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และพระนารายณ์ทรงครุฑ ประกอบลายกนกก้านขดปลายลายทำรูปสัตว์หิมพานต์ และที่ภายในให้ทำลายทองฉลุลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งบนพื้นสีชาด แต่บานพระทวารซ้ายกับบานพระทวารขวา ที่ภายนอกทำลายรดน้ำพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าสิงห์ก้านแย่งลงรักปิดทอง และที่ภายในทำภาพทวารบาลบนฐานสิงห์ ส่วนบานพระบัญชรภายนอกทำลายรดน้ำปิดทอง แต่บานพระบัญชรภายในเขียนภาพเทวดาทรงเครื่องถือพระขรรค์ยืนบนพระแท่นที่มีพญาวานรแบก และเขียนภาพสุภาษิตที่บานแผละภายในหอพระมณเฑียรธรรมทำห้องโถง ตั้งตู้เก็บพระไตรปิฎกประดับมุกเรียงราย ๒ แถว แถวละ ๔ ตู้ กับตั้งตู้เก็บพระไตรปิฎกประดับมุก ๑ ตู้ไว้สุดห้องโถง รวมมีตั้งตู้ในหอ ๙ ตู้ และเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ดังนี้ เขียนภาพเทพชุมนุม ๓ ชั้นบนพื้นสีชาดสลับกับสีดำที่เหนือซุ้มพระบัญชร กล่าวคือ มีภาพพระฤาษีถือดอกบัว ที่แถวบน กับมีเทวดากับนางฟ้านั่งสลับกัยเป็นคู่ คั่นด้วยตาลปัตร ที่แถวกลางกับแถวล่างสุด และมีภาพเทพบุตรกับเทพธิดายืนประนมมือ ที่ระหว่างพระบัญชร รวมทั้งเขียนภาพพระเวสสันดรชาดกที่ใต้บานพระบัญชร ส่วนเพดานประดับดาวเพดานปิดทองประดับกระจก โดยดาวดวงใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีดาวดวงเล็กล้อมรอบ ๘ ดวง
อนึ่ง ซุ้มพระทวารกับซุ้มพระบัญชรและบานพระทวารกับบานพระบัญชร คือ ฝีมือช่างประจำพระราชวังบวรสถานมงคล มีพระราชประสงค์ให้มาสร้างถวาย
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทฑยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( สร้างประมาณปีพุทธศักราช ๒๓๓๒ )
เจริญพร โยมอาจารย์
หอพระมณเฑียรธรรมปัจจุบัน
เปิดให้เข้าไปชมหรือเปล่า
เจริญพร
นมัสการค่ะ
ปกติไม่เปิด นอกจากมีพิธีการสำคัญ หรือ พระราชพิธี ถึงจะเปิดค่ะ