2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สอนนักศึกษาปี 3 ครั้งนี้ มีเรื่องราวเรียนรู้และน่าประทับใจมากมาย
วันแรกของการฝึกปฏิบัติ ยังคงเน้นเรื่องของการประเมินปัญหาและการให้การพยาบาลทั่วไปกับผู้ป่วย ช่วงบ่ายก็เรียกนักศึกษามานั่งคุย ดูข้อมูลผู้ป่วยรายกรณี ตั้งคำถามและชี้ประเด็นที่ต้องอ่านค้นคว้า เพื่อให้เขาสามารถกลับไปวางแผนและเขียนแผนการพยาบาลที่จะให้ผู้ป่วยที่รับไว้ในความดูแลได้เฉพาะเจาะจง และสอดคล้องกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยให้มากที่สุด
เช้าวันที่สอง เมื่อเข้าหอผู้ป่วย ล้างมือแล้วเข้าไปเดินทักทายและประเมินอาการผู้ป่วยแต่ละรายที่นักศึกษารับผิดชอบ สังเกตเห็นเด็กๆ วุ่นกับการเตรียมยาบ้าง อ่านข้อมูลของผู้ป่วยหน้าจอคอมพิวเตอร์บ้าง บางคนก็คุยกับคนไข้ที่เตียง ช่วงรับเวร ดูทุกคนหน้าตา ตื่นๆ เกร็งๆ หลังรับเวร นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมประชุมปรึกษาก่อนให้การพยาบาลกับพี่พยาบาลประจำแต่ละทีม ซึ่งนักศึกษาต้องอธิบายว่าวันนี้จะทำอะไรให้คนไข้บ้าง ตอนนี้ดูเหมือนว่า เด็กๆ อาการจะหนักกว่าเดิม ดูกังวลใจ ตื่นเต้น พูดผิดพูดถูก พูดไปมองหน้าอาจารย์ไป ไม่ก็ง่วนกับการพลิกหาโพย แผนการพยาบาลวุ่นวาย ทำให้จับกระแสได้ว่า เจ้าพวกนี้มีอาการ “ใจเต้นผิดจังหวะ” ขืนปล่อยไปให้การพยาบาลคนไข้เลย กระแสความไม่สงบจะเป็นคลื่นรบกวนการเรียนรู้และการฟื้นหายของคนไข้... อาการหน้าเป็นห่วงอย่างนี้ คงต้องทำใส่เครื่องกระตุ้นความสงบ peacemaker ให้แล้ว
เลยเรียกรวมพล ถามว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง ครูว่าหน้าตาพวกเราดูกลัวๆ กังวลๆอย่างไรไม่รู้นะ พวกเด็กๆ ก็เงียบกัน เลยถามเขาใหม่ว่า เช้าวันนี้ก่อนขึ้นมาฝึกงาน มีความคิดอะไรบ้างเกี่ยวกับการดูแลคนไข้ มีความตั้งใจอย่างไรบ้าง ทุกคนบอกว่าตั้งใจจะดูแลคนไข้ให้ดีที่สุด ให้ครอบคลุมทุกด้านค่ะ เลยถามต่อว่าความรู้สึกของเราเมื่อมีความปรารถนาดีให้คนไข้เป็นอย่างไร แล้วมันเกิดอะไรขึ้นหรือค่ะ ทำไมตอนพวกเราเข้าประชุมปรึกษาก่อนให้การพยาบาล จึงดูกังวลใจ เหมือนใจเต้นไม่เป็นจังหวะของความสงบเลย
เด็กๆ หน้าตาแหยๆ บอกว่า พอมาเจอคนไข้ เห็นอาการคนไข้เปลี่ยนแปลง เห็นอันโน้น อันนี้แล้วรู้สึกกลัว ไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าหนูจะทำได้ไหม ทำถูกไหม
เลยให้เด็กๆ ทำกิจกรรม just a minute การหยุดสงบนิ่ง 1 นาทีเพื่อการเริ่มต้นที่ดี (http://www.just-a-minute.org.au/movie.html) บอกให้เขานั่งสงบนิ่งเงียบ ละวางความคิดทั้งหมด รวมทั้งเรื่องของการดูแลคนไข้ลงก่อน แล้วมาดูแลใจของตัวเอง ให้ความคิดและจิตใจกลับเข้าสู่ความเงียบสงบภายใน อยู่ในภาวะนิ่งสงบ และให้ทุกความคิดที่เข้ามาเป็นความคิดทางบวกและมีเพียงความปรารถนาดี และอยู่กับความสงบนั้นชั่วครู่
ช่วงเวลาของการอยู่ในความสงบร่วมกัน เป็นพลังอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักศึกษาหยุดความสับสนวุ่นวายจากภายนอก และกลับเข้าสู่ความสงบภายใน เมื่อความเงียบสงบเกิดขึ้น เครื่อง Peacemaker ก็เริ่มทำงาน ทุกคนจะดูนิ่งขึ้น เลยให้กำลังใจว่าทุกคนทำได้ ปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามกระแสความตั้งใจดีและความปรารถนาดี อย่าให้ความกังวลเป็นตัวขวางกั้นกระแสของความรู้สึกดีๆ ที่เรามีต่อคนไข้
นักศึกษาคนหนึ่งเคยทำกิจกรรมนี้ก่อนให้การพยาบาล บอกว่า เขาชอบที่จะให้มีกิจกรรม just a minute ก่อนให้การพยาบาลเพราะ เขารู้สึกเหมือนเขามีพลังจากข้างใน และรู้สึกดี นิ่งขึ้น
หมายเหตุ Peacemaker มาจากข้อคิดประจำวันจาก http://www.thoughtfortoday.org.uk/
Peacemaker
The
first lesson on the path of becoming a peacemaker is to stop being
at war with myself. It is only when the turbulence of my mind
ceases that I can begin to make peace with the
world.