คุณๆผู้อ่านทั้งหลาย เคยมีความรู้สึกและอารมณ์ประมาณที่ขึ้นต้นมานี้นี้บ่อยแค่ไหนคะ?
แล้วเคยหรือไม่คะที่บางครั้งไอ้ความรู้สึกต่างๆเหล่านี้มันก็มาพร้อมๆกันเป็นแพ็คเกต แบบซื้อหนึ่งแถมสาม (แล้วดันไอ้สามที่แถมมาเราก็ดันไม่อยากได้อีกต่างหาก 555)

ขอยกตัวอย่างอารมณ์ที่มักมาพร้อมๆกันนะคะ 1)รัก 2) หลงแล้วสุดท้าย ก็เหงา จนบางทีเราก็ชักจะฉับฉน...เฮ้ย สับสนว่า เหงามาก่อน แล้วเราก็เลยมองหารักแล้วก็รักมันซะหัวปักหัวปำ จนต้องหลงเพ้อละเมอหา (มาเป็นยาชุดเลยนะคะคราวนี้)
ซึ่งเมื่อวิเคราะห์กันลึกๆแล้วบางทีเราก็ออกจะงงๆ ว่าไอ้ที่เหงาหน่ะ เพราะไม่มีใคร หรืออยากมีใคร หรือเคยมีใครแล้วไม่มี เฮ้อ ..แต่ละคำก็ต้องมีสมการมารองรับหลายชั้นเลย
ทีนี้จะกล่าวต่อไปว่าพอทุกอย่างไม่สมมาดปรารถนา อารมณ์อีกชุดก็ตามมาทันที่ เศร้า เหงา (อีกแล้ว...เหงาอีกแล้ว ไม่รู้มันจะมาทำไมบ่อยๆนะ) และก็ยัง...."รัก"อยู่เหมือนเดิม (เฮ้อ! ต้องร้องเพลงฮิตเมื่อสักยี่สิบปีที่แล้ว......แต่ตัดใจไม่ลง ทั้งรักทั้งหลงเขากว่าใคร..เขายังเฝ้าทำลาย สร้างแผลใจให้กับเรา) คุ้นๆไหมคะ (ถ้าคุ้น แสดงว่าคุณหน่ะ 30 Up แล้ว แต่อาการรักหลงยังคงเหมือนเดิม 555!) และอาจมีโกรธตามเข้ามาผสมโรงด้วย กรณีแผลใจที่เกิดขึ้นเกิดจากมือที่มองไม่เห็น (แต่เป็นคนที่คุณก็รู้ว่าคือใคร 555)
ส่วนกรณีที่สมมาดปรารถนาแล้ว ความรู้อย่างหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็จะบังเอิญมีตามมาเหมือนของแถมทันที นั่นคือ "โลภ" โลภอยากได้เยอะๆ เยอะกว่าเดิม (แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ) อะไรที่มากๆนี่ใช่ว่าจะดีนะคะ อยากมากๆก็ไม่ดี ไม่อยากมากๆก็ไม่ดี รักมากๆหลงมากๆก็โลภมากๆ โลภอยากได้รักมากๆก็ยิ่งหลงและเห็นแก่ตัวมากๆ
อารมณ์รักกับอารมณ์หลงนั้นมันก็มักมาพร้อมกันแบบตัวมันเองก็คงจะงงๆเหมือนกัน บางทีเราเพียงแค่เหงา เศร้า ที่พอมีใครที่ดูเหมือนเข้าใจ ก็เลยพัฒนาเป็นถูกคอ แล้วก็เลยเหมารวมว่าถูกใจ ใช่แน่แล้ว! จนไอ้ความรู้สึกต่อเนื่องที่เกิดจากความเหงา เศร้านั้น เรายังแยกไม่ออกเลยว่าเรารักหรือว่าเราหลงกันแน่ (ฟ่ะ) (แต่ยังไงก็รู้สึกดีที่มีเธอ...555 ขอแค่นี้ก็พอ)
แล้วเป็นไง ก็ทุกข์สิคะ รักก็ทุกข์จากอารมณ์ที่ตามมา ผิดหวังจากรักก็ทุกข์จากอารมณ์ที่ตามมาเช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมา"แก้สมการรัก" กัน!! (การแก้สมการรักนี่ ไม่เกี่ยวว่าคุณจะเรียนดีหรือสอบตกคณิตศาสตร์นะคะ เพราะมันเป็นเรื่องของสติ สมาธิและปัญญาค่ะ 555) (ไอ้คนเขียนนี่ก็มันก็ทำเป็นเก่งเนาะ สงสัยยังไม่เคยตกม้าตาย)
ก่อนอื่นคงต้องหาสาเหตุก่อน ดังคำพระท่านว่า "ผลย่อมเกิดแต่เหตุ ถ้าเหตุดับ ผลก็ดับ" เพราะฉะนั้นเราคงต้องหาอารมณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อนว่าตัวไหนเกิดก่อน แล้วไปดับมันแต่ละตัว (ขอบอกว่าอย่าโลภคิดจะดับพร้อมๆกัน เพราะเรานั่นแหละจะดับก่อน)
จากโจทย์ จงหาตัวที่เกิดก่อนในสมการ ถ้าเหงาเกิดก่อนเราก็กลับขึ้นไปดูบรรทัดบนที่เขียนไว้ว่า มันเกิดเพราะอะไร เพราะลำพังอารมณ์บางอย่างนี่มักไม่มาลอยๆหรอกนะจริงไหมมันมักมาเป็นแพ็คเกต (แต่ระดับของความโลภ ความโกรธที่เกิดขึ้น นี่อาจแตกต่างกันตามแต่กมล ส.ด.ด.ของแต่ละคนนะคะ อันนี้คงต้องเรียกว่ากรรมเก่า)
คงไม่ตอบว่า เพราะ"มัน" มาทำให้รักให้หลงทำไม... เพราะถ้าตอบดังนี้ การดับเหตุก็คงต้องไป"ดับชีวิตมัน"ซะแน่ๆเรย
ลองคิดดูสักนิดนะคะ ตลอดชีวิต(สาว)ที่ผ่านมาทำไมเราข้ามถนนเองได้ตลอด แต่เพิ่งมาข้ามเองไม่ได้ไม่เป็นก็อีตอนมีใครเข้ามานี่แหละ เพราะฉะนั้นสาเหตุต้องไม่ได้มาจากใครอื่นแน่ๆ
"งั้นก็เป็น...เรา" "ถ..ถ...ถูกต้องแล้วคร้าบ..บ..บ"
แต่อย่าค่ะ อย่าเพิ่งคิดสั้น"ดับชีวิตเรา" นะคะ เพราะ "เรา"ที่ว่า นี่หมายเรา "เราที่ช่างสรรหาแต่ความทุกข์มาปรุงแต่งต่างหาก อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปรู้สึกถูกคอถูกใจ คนนั้นคนนี้เข้า เพียงเพราะ "เขาดี เขาเก่ง เขามีน้ำใจ เขาฉลาด เขาหล่อ เขาเอื้อเฟื้อ เขาชอบอะไรเหมือนเรา (แต่ไอ้ที่เขาไม่ชอบเราดันไม่รู้) รวมทั้งเค้าหายใจทางจมูกเหมือนเรา 555!
ดังนั้นจะเหงาก็ต้องรู้ว่า "เหงาหนอ" หาสาเหตุให้เจอ แล้วจะได้ฆ่าความเหงานั้นซะ จะเศร้าต้องหาสาเหตุให้เจอ เช่น เศร้าเพราะเป็นช่วงนั้นของเดือนก็ต้องรู้ว่าสารบางอย่างในร่างกายมันทำงานมากไปหน่อย แล้วมันก็จะหายไปกับวันนั้นของเดือน หรือจะเกิดจากอะไรก็ตามแต่ก็ค่อยๆหา ค่อยดับกันไป การที่เรามุ่งมั่นกับการหาสาเหตุของอารมณ์ก็เท่ากับเราสร้างกำแพงกันอารมณือื่นๆเข้ามาวุ่นวายชั่วขณะนะคะ
รักนะเนี่ย...จึงบอกกัน ตอนนี้ขอเวลาไปยุบหนอพองหนอก่อนนะคะ เพราะช่วงนี้อารมณ์โกรธมักจะตามตอแยผู้เขียนบ่อยๆ คงต้องจัดการด้านมืดของตัวเองซะหน่อยค่ะ
แอะ..แอ้..ถูกใจมากจ้า..
เอ..แต่หมายถึงใครจ๊ะเนี่ย..คนเขียนไม่เคยเป็นนี่นา..???
พูดอีกถูกอีก..ต้องกลับไปส่องดูใจตัวเอง..ดีที่สุด..
"""วันนี้.ดีจังเข้ามาได้อ่านพอดีเลย..^^
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นที่ตัวเรา และจบลงที่ตัวเรา รัก โลภ โกรธ หลง เศร้า ฯลฯ ต่างเกิดขึ้นที่ตัวเราเองทั้งนั้น คนอื่นไม่ได้มามีความรู้สึกของเรา ดังนั้น เราต้องดับที่ตัวเรา ส่วนวิธีการดับนั้นคือ เราต้องมีสติ ตั้งสติให้ดีก่อนแล้วปัญญาจะตามมาครับ สู้ๆ
ไม่ยักกะรู้นะ..ว่าคุณแอ้เขียนเก่งขนาดนี้
หรือเป็นบางอารมณ์ที่กลั่น...ออกมาจากใจ
ทั้งหลายทั้งปวง..คืออารมณ์....ตราบใดที่เป็นมนุษย์เดินดินอารมณ์ที่กล่าวข้างบนย่อมเกิดขึ้นตลอดเวลา
ดีนะ....ที่ยังรู้ว่าตอนนี้เกิดความรู้สึกอารมณ์ไหน มิน่ายุบหนอพองหนอบ่อย..ปัญญาจึงเกิด
พี่สาว
555..ชอบจัง แบบว่าเขียนได้โดนใจมั่กมากค่ะ อ่านแระก้อคิดตาม
เศร้า เหงา รัก..เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ เมื่อเราขาด..สติ
ขอบคุณนะคะ..ที่เตือนสติน้องคนเนี้ย ..เสมอมา :]
ครูแอ๊ว
บางสิ่งบางอย่าง แค่เห็นตัวอย่างรอบๆตัวเราก็เอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตเราได้จ่ะ (แต่มีประสบการณ์ตรงบ้างก็น่าจะดีเน๊อะ อิอิ จะได้แตกฉาน) เอาแค่รักเล็กๆ เหงานิดๆ หลงหน่อยๆ พอให้ชีวิตมีสีสันก็พอจ๊ะ
สวัสดีค่ะคุณ hall
ยินดีต้อนรับสู่บล็อกค่ะ จริงค่ะปัญหาทุกอย่างมันมีอยู่แล้ว แต่เราต่างหากที่วิ่งหามันแล้วเอาอารมณ์เข้าไปรับพร้อมกับปรุงแต่งอีกต่างหาก ดังนั้นสติสำคัญที่สุด เพราะหากมีเหตุบังเอิญให้เดินไปชนกับปัญหาหรือความเป็นไปของโลกสติจะช่วยกรองอารฒร์ที่เกิดขึ้นได้
สวัสดีค่ะพี่ซุปเปอร์ปู
บางทีการเขียนก็ช่วยฝึกเราเรื่องการเชื่อมโยงความคิด ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ ให้เรียงร้อยใหม่อย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น (เป็นการจัดระบบเรียบเรียงสิ่งที่มีอยู่ในหัวไปในตัวค่ะ)แต่คงยังห่างไกลกับคำว่า "เขียนเก่ง" อยู่มากค่ะ ที่เขียนๆเพราะอยากแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆรอบตัวที่เกิดขึ้นมากกว่า (ถ้าใช้วิธีการพูด การเล่าก็ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง 555)
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาคอมเม้นท์ เป็นกำลังใจที่ดีเลยนะรู้ป่าว!!!
หวัดดีจ่ะกุ๋มกิ๋ม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านสม่ำเสมอ พี่ไม่เคยห่วงน้องพี่คนนี้หรอก เพราะเชื่อมั่นเสมอว่าระดับนี้แล้ว สติจะตามทันอารมณ์เสมอ แม้มีบ้างที่วูบวาบ แต่ก็เป็นธรรมดาของวัยรุ่น(อย่างเรา) 555!!
พี่แอ้
รู้ไหม...การเขียนอะไรแบบนี้ทำให้เราเย็นลง....คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น
เพราะผมเองก็ชอบเขียน....แต่กลอนนะ...จะขึ้นๆลงๆตามอารมณ์ ลองเขียนตอนที่เกิดอารมณ์ต่างๆสิครับ แล้ววันหนึ่งกลับมาอ่าน จะแปลกใจว่าเราเขียนได้ยังไง และแนวคิดก็จะเกิด...ในหนึ่งวันเรามีอารมณ์วนเวียนอยู่มากมายในตัวเรา บางสิ่งชักจูงเราให้ออกนอกกรอบ จนบางครั้งทำให้เราบอบช้ำก็หลายหน การที่มีมุมนึงที่ทำให้เรากลับมาเรียนรู้และเข้าใจตัวเองมากกว่าพยายามเข้าใจคนอื่น...เหมือนคนในสังคมปัจจุบันที่พยายามเรียนรู้คนอื่นจนลืมสนใจตัวเอง ความสุขของตัวเอง ผมก็เคยหลงทาง...แต่ทุกวันนี้กำลังกลับเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่าสุข...เพราะว่าจะพยายามมีทุกข์ให้น้อย อยู่กับตัวเอง รักตัวเอง ทำในสิ่งที่ถูก ไม่ก้าวก่ายใคร ดูแลครอบครัว และที่สำคัญ หามุมที่เราคุยกับตัวเองได้เสมอ....เป็นกำลังใจให้ครับ