ตลาดมีความต้องการสูง ราคาจึงแพง ซื้อขายกันในตลาดที่ 700-800 บาทต่อกิโลกรัม

 

                                              

       ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่สังกัดกรมประมง ได้ดำเนินโครงการศูนย์การเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลมูลค่าสูง และสามารถเพาะพันธุ์ปลาทะเลชนิดใหม่หลายชนิดแล้วนำไปแจกจ่ายแก่ชาวประมงไว้เลี้ยงเพื่อดำรงชีวิต

       นายไพบูลย์ บุญลิปตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่เผยว่า ในอดีตการเพาะเลี้ยงและวิธีการอนุบาลลูกปลาทะเลที่ผ่านมาจะใช้วิธีการในรูปแบบเก่าๆ ซึ่งดำเนินการมานานแล้วหลายปี กระทั่งในปี 2551 นี้ทางศูนย์ฯ ค้นพบวิธีการอนุบาล....ลูกปลากุดสลาดที่เพาะพันธุ์ยากมาก จนประสบความสำเร็จ...โดยใช้ทรัพยากรการผลิตแบบพอเพียงตามศักยภาพของปัจจัย

       ปลากุดสลาดจัดอยู่ในวงศ์ปลากะรัง หรือปลาเก๋าจุดฟ้าอยู่ในกลุ่มปลาเก๋าขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง มีลักษณะส่วนหัวและลำตัวค่อนข้างสมดุลตาค่อนข้างเล็กชิดไปทางด้านบน ปากเล็ก มีครีบหลัง 2 ชุดเริ่มจากก้านครีบแข็งและต่อด้วยครีบอ่อน จนเกือบถึงโคนหาง ครีบหูมนกลม หางตัดตรงลำตัวเป็นสีแดงอมเหลือง ทั่วตัวมีจุดสีฟ้าอ่อนๆ กระจายอยู่ทั่วไปซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์และชื่อปลาชนิดนี้มันเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ตามหินกลางทะเลและตามเกาะแก่งโดยทั่วไปทั้งในบริเวณน้ำตื้นและน้ำลึก โดยมีการพบในฝั่งอ่าวไทยมากกว่าทะเลอันดามันขนาดความยาวของลำตัวที่เคยจับได้ประมาณ 1 เมตร  

                

                            

          ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่กล่าวอีกว่า....ปลากุดสลาดมีขนาดปากเล็กและบอบบางต่อการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำธรรมชาติรวมทั้งสิ่งที่มากระทบจึงทำให้การเพาะเลี้ยงเป็นไปได้ยากมากเพราะเป็นปลาเนื้อทั้งนุ่มและแน่นถูกปากผู้บริโภค ทำให้ตลาดมีความต้องการสูงราคาจึงแพง ซื้อขายกันในตลาดที่ 700-800 บาทต่อกิโลกรัม การค้นพบวิธีอนุบาลลูกปลากุดสลาดในครั้งนี้คาดว่าปีนี้จะได้ปลากุดสลาดขนาด 1 นิ้ว ไม่ต่ำกว่า 100,000 ตัว

      นับจากนี้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่อนุบาลยากและใกล้จะสูญพันธุ์จะต้องได้รับการพัฒนาและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมีความแน่นอนในอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้น เป็นการเพิ่มศักยภาพทางด้าน ประมงทะเลให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ที่มา :

http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=105105