จะต้องปฏิบัติภารกิจให้ได้ ภายใต้สภาพที่ขาดแคลน

เนื่องจากในปัจจุบัน  ประเทศไทยยังถือว่าเป็นประเทศยากจน รวมทั้งยังประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด การเมืองก็ไม่ค่อยจะมั่นคง ส่วนสังคมนั้นก็เป็นอย่างที่เห็นๆ กันอยู่นั่นแหละ  แต่ทำไงได้  "เมื่อเกิดเป็นไทยแล้วเราก็ต้องรักและหวงแหนแผ่นดินไทย"  ก็อยู่กันไปตามประสาไทยๆ นี่แหละ  ตอนที่เราไม่มีศักยภาพที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ก็ทำหน้าที่ของต้วเองให้ดีที่สุดก็โอเคแล้วล่ะ  แต่ถ้าเมื่อไหร่มีอำนาจวาสนา  มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ก็อย่าลืมอุดมการณ์ก็แล้วกัน (ความเห็นส่วนตัว : ผมเคยเห็นคนมีอุดมการณ์มาเยอะที่พอมีอำนาจวาสนากันแล้วกลับหลงมัวเมากับอำนาจวาสนาจนลืมอุดมการณ์ซะเฉยๆ อย่างงั้นแหละ)

จากที่ผมกล่าวมาข้างต้น ความยากจนของประเทศเราเป็นปลายเหตุของปัญหา......(เพื่อนๆ กรุณาคิดเอาเอง)....แต่กลายเป็นต้นเหตุของปัญหาความขาดแคลนองค์ประกอบต่างๆ ในการนำมาพัฒนาประเทศ และการพัฒนาศักยภาพของประเทศในด้านต่างๆ ให้สามารถต่อสู้อยู่บนเวทีโลกได้   ซึ่งความขาดแคลนนี้มีปรากฎอยู่ในเกือบทุกภาคส่วน ยกเว้น......(เพื่อนๆ กรุณาคิดเอาเอง อีกแล้ว)....โดยในส่วนของทหารนั้นก็เป็นหน่วยงานสำคัญหน่วยงานหนึ่งที่ประสบกับปัญหาดังกล่าว   ในปัจจุบันทหารมีแนวคิดในการปฏิบัติที่สำคัญคือ "จะต้องปฏิบัติภารกิจให้ได้  ภายใต้สภาพที่ขาดแคลน"  ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียด ณ ที่นี้   แต่จะขอกล่าวถึงแนวคิดของผมในคำจำกัดความของข้อจำกัดด้านหนึ่งของทหารว่า "อาวุธก็เก่า  คนก็แก่" พอสังเขปดังนี้ครับ

อาวุธก็เก่า  อันนี้คิดว่าเพื่อนๆ คงพอเข้าใจอยู่แล้ว  ก็เหมือนๆ กันกับทุกภาคส่วนนั่นแหละครับ  เมื่อไม่มีเงินซื้อของใหม่ หรือรุ่นใหม่  ไม่มีเงินซื้ออะไหล่มาซ่อมแซม  ไม่มีเงินมาบำรุงรักษาอย่างเพียงพอตามที่กำหนด  ก็ต้องทนใช้อาวุธเก่าต่อไปเป็นธรรมดา  แถมอาวุธหลายๆ อย่างที่ราคาแพง ทันสมัยและมีประสิทธิภาพแต่ขาดแคลนอะไหล่ ก็เลยต้องทิ้งไว้เฉยๆ ไม่สามารถนำมาใช้ได้  น่าเสียดายจริงๆ  ไม่อยากจะโทษใครครับเพราะผมรู้แต่ปัญหา แต่ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา  เอาเป็นว่าผมขอแค่อธิบายคำว่า "อาวุธก็เก่า" ให้เพื่อนๆ เข้าใจในระดับหนึ่งก็แล้วกันนะครับ

คนก็แก่  งงมั๊ยครับ...คนก็แก่ในมุมมองของผมไม่ได้หมายถึงเอาคนแก่มาเป็นทหาร  แต่มันเป็นธรรมดาของโลกครับที่คนทุกคนจะต้อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย  โดยในส่วนของทหารไทยนั้น  มีทหารด้วยกันหลายประเภท  มีวิธีการสร้างทหารแต่ละประเภทตามแต่ความต้องการของกองทัพ  ผมจะขอแยกในแบบของผมให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้นะครับ

1. ทหารกองประจำการ  อันนี้คือทหารเกณฑ์ที่พวกเรารู้จักกันดี  จะมีอายุระหว่าง 21-27 ปี (ส่วนใหญ่ 21 ปี)  มีอายุประจำการ 6 เดือน ถึง 2 ปี (ส่วนใหญ่ 2 ปี) เมื่อรับราชการครบตามกำหนดแล้วก็จะปลดเป็นกองหนุน   มีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของทหารทั้งหมด  ทหารประเภทนี้เป็นทหารหนุ่ม แรงดี แต่ขาดความชำนาญและประสบการณ์ทางทหาร

2. ทหารอาชีพ  มีแบ่งย่อยออกเป็นอีกหลายประเภทต่างๆ กัน ตามความต้องการของทางราชการ  จะมีอายุตั้งแต่ 20 กว่าปี ไปจนถึง 60 ปี (ก็รับราชการกันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกษียนอายุราชการ) 

อ้าว....แล้วคนก็แก่ที่ว่าอยู่ที่ไหนเหรอ?... ก็อยู่ในส่วนที่อายุมากของประเภทที่ 2 นี่แหละครับ  แต่ผมก็ขอแบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อยๆก็แล้วกัน  ได้แก่

1. ตัวแก่แต่หัวใจไม่แก่  ประเภทนี้คือคนที่ได้รับมอบตำแหน่ง หรืองาน หรือความรับผิดชอบให้  จึงยังมีความกระตือรือร้นในการทำงานอยูเสมอ

2. แก่ทั้งตัวและหัวใจ 1   ประเภทนี้ก็คือคนที่ไม่ได้รับมอบตำแหน่ง หรืองาน หรือความรับผิดชอบให้  นานเข้าก็จะหมดความกระตือรือร้นในการทำงาน

3. แก่ทั้งตัวและหัวใจ 2  ประเภทนี้ได้รับมอบตำแหน่ง หรืองาน หรือความรับผิดชอบให้  เป็นหน้าที่เดิมๆ ตั้งแต่ยังหนุ่มมาจนแก่  ทำไปทำมามันเกิดอาการเบื่อ  นานเข้าก็จะหมดความกะตือรือร้นในการทำงาน 

แล้วการแก้ปัญหาล่ะครับ  ทำอย่างไร?...อันนี้ทางราชการท่านก็ได้พยายามอยู่แล้วครับ มีมาตรการมากมายในหลายๆ ขั้นตอน  ไม่ขอกล่าว ณ ที่นี้   ผมคิดว่าหน่วยงานของเพื่อนๆ ก็คงจะประสบกับปัญหาในลักษณะคล้ายๆ กัน  ก็ลองหาวิธีการในการแก้ไขกันไปตามความเหมาะสมนะครับ   พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ