การอ่านและจดบันทึก

ชื่อเรื่อง : การช่วยให้นักเรียนใช้แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมจากห้องสมุดในการจดบันทึก

ชื่อผู้วิจัย : นางสาวจินตนา   บำรุงพ็ชร

 

สภาพปัญหา :

นักเรียนส่วนใหญ่มักจะอ่านหนังสือเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อความสนุกสนาน เมื่อต้องการอ่านเพื่อการค้นคว้าหรือทำรายงาน  ห้องสมุดเห็นความสำคัญด้านการค้นคว้าและการบันทึก จึงจัดให้มีกิจกรรมยอดนักบันทึกขึ้น  โดยให้นักเรียนอ่านบทความในวารสารและอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ หรืออ่านหนังสือที่ชอบแล้วบันทึกการอ่านโดยสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านพร้อมทั้งทำบรรณานุกรมอ้างอิงข้อมูลตามแบบฟอร์มที่ทางห้องสมุดจัดเตรียมไว้ให้

 

วัตถุประสงค์ :

1.      ส่งเสริมการอ่านบทความจากวารสาร อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ และอ่านเรื่องราวต่างๆ จากหนังสือ ตามความสนใจของนักเรียน

2.      บันทึกการอ่านด้วยการทำบรรณานุกรมและสรุปใจความสำคัญ

3.      รณรงค์ส่งเสริมการอ่านและการจดบันทึกของนักเรียน

 

ครูสำรวจสาเหตุของปัญหา : สรุปผลสำรวจของปัญหา 

1.         นักเรียนไม่รู้วิธีการจดบันทึกแหล่งที่มาของสื่อ หรือการเขียนบรรณานุกรม (จึงไม่เขียนที่มา)

2.         นักเรียนไม่สามารถจับใจความสำคัญและอ้างอิงที่มาของเรื่องที่อ่านได้

3.         มักใช้วิธีการถ่ายเอกสารหรือคัดลอกจากหนังสือไป โดยไม่อ้างอิงที่มาของข้อมูล

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ : ความคาดหวังของนักเรียนจากการสำรวจพบว่า

          ส่งเสริมให้นักเรียนใช้เวลาว่างในการจดบันทึกการอ่านได้ตามความสนใจ ค้นคว้าบันทึกข้อมูลเพื่อรายงานการค้นคว้าได้ตามความสนใจ เขียนรายการทางบรรณานุกรมและเนื้อหาสาระสังเขปของเรื่องที่อ่านได้

ปัญหาการวิจัย :

          จะทำอย่างไรให้นักเรียนมีความสนใจในการอ่านแล้วจดบันทึกตามความสนใจและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

 

 

เป้าหมายการวิจัย :

1.      ส่งเสริมการอ่านบทความจากวารสาร อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ และอ่านเรื่องราวต่างๆ จากหนังสือ ตามความสนใจของนักเรียน

2.      บันทึกการอ่านด้วยการทำบรรณานุกรมและสรุปใจความสำคัญ

3.      รณรงค์ส่งเสริมการอ่านและการจดบันทึกของนักเรียน

การดำเนินการ :

 

1.      แนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่าน บันทึกการอ่าน โดยให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญในการอ่าน  การบันทึกการอ่านจากสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์  การทำบรรณานุกรม  การอ่านและจับใจความ สำคัญ

2.      ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนทราบในห้องเรียน

3.      กระตุ้นนักเรียน ให้อ่านและจดบันทึก โดยให้อิสระในการอ่านในเรื่องที่ตนเองสนใจแล้วจดบันทึก

4.      ผลการตัดสินพิจารณาจากเนื้อหาสาระ การจับใจความสำคัญ รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมและความถูกต้องของการบันทึก

5.      จำนวนการบันทึกการอ่านต้องไม่ต่ำกว่า  50 เรื่อง

6.      ส่งการบันทึกการอ่าน ที่ห้องสมุดโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 

7.      สรุปผลการจัดกิจกรรม

 

กาวิเคราะห์และสรุปผล

          จากการนำข้อมูลผลการสังเกตการทดลอง

1.      การเรียนการสอนวิชาค้นคว้า ส่งเสริมให้นักเรียนใช้แหล่งค้นคว้าจากห้องสมุด พบว่านักเรียนมีการใช้แบบบันทึกในการบันทึกเรื่องที่อ่านตามความสนใจมากขึ้น

2.      การสอนวิชาค้นคว้ามีการกระตุ้นให้เด็กมีความกระตือรือร้นในการอ่าน เช่น มีการให้คะแนนเพิ่มสำหรับนักเรียนที่สนใจและบันทึก

3.      นักเรียนมีพัฒนาการในการเขียนบันทึกและจับสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านได้

4.      การเขียนลักษณะลายมือมีการปรับปรุงในการเขียนที่ดีขึ้น