การเรียนภาษาต่างๆในทรรศนะของอิสลาม

การเรียนภาษาต่างๆในทรรศนะของอิสลาม

Sample Image

ตอบคำถามโดย  ชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล เกาะเราะฎอวีย
อุมมุ ซัจญาด
แปลและเรียบเรียง 

คำถาม:  อัสลามุอะลัยกุม........การเรียนภาษาต่างๆเป็นข้อกำหนด(ฟัรฎู)ของศาสนาสำหรับมุสลิมด้วยหรือเปล่าโดยเฉพาะปัจจุบันนี้ภาพพจน์อิสลามกำลังถูกบิดเบือน

คำตอบ:  หนึ่งในฟัรฏู กิฟายะฮฺ(คือเป็นข้อกำหนดบังคับเหนือสังคมมุสลิมที่ต้องจัดสรรให้เพียงพอต่อความต้องการ)ที่ถูกสั่งใช้แก่ประชาชาติมุสลิมทั้งหมดก็คือ การเรียนรู้ภาษาของกลุ่มชนต่างๆ เมื่อมีความจำเป็น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกลุ่มคนเจ้าของภาษานั้นครอบครองในสิ่งที่สูญหายไปจากมุสลิม[1] อันได้แก่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความรู้ด้านอื่นๆ ซึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้เป็นแน่ที่เราจะเอาประโยชน์จากกลุ่มชนนั้น หากเราปฏิเสธภาษาของพวกเขา

                นอกจากนี้ อิสลามไม่เคย ห้าม การเรียนรู้ภาษาของกลุ่มชนต่างๆ ยิ่งกว่านั้นอิสลามได้ส่งเสริมให้มุสลิมเรียนรู้ภาษาของผู้อื่น ในฐานะที่มันเป็น ตัวกลางในการสื่อสารระหว่างผู้คน และเป็น สื่อ ในการเผยแผ่สาส์นแห่งอิสลามให้กระจายไปทั่วโลก

             ด้วยเหตุนี้เอง การศึกษาภาษาต่างๆจึงถูกจัดว่าเป็น ฟัรฏู กิฟายะฮฺ

              ถึงแม้ว่าท่านนบีมูฮัมมัด(ซ.ล)เป็นชาวอาหรับ และคัมภีร์ที่ลงมายังท่านนั้นก็เป็นภาษาอาหรับเพื่อชี้นำกลุ่มชนของท่าน(เป็นอันดับแรก)แต่สาสน์แห่งอิสลามเป็นสาสน์ สากลและมุฮัมมัดเป็นถูกส่งมาเพื่อนำทางสำหรับมวลมนุษยชาติไปสู่วิถีทางที่เที่ยงธรรม  อัลลลอฮได้ตรัสถึงเรื่องนี้ว่า

  เพื่อเขา(มุฮัมมัด )จะได้เป็นผู้ตักเตือนแก่ปวงบ่าวทั้งมวล(อัล-ฟรุกอน อายะที่1)

 “ และเรามิได้ส่งเจ้า(มุฮัมมัด )มาเพื่ออื่นใดนอกจาก เพื่อเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติทั้งหลาย(อัล-อัมบิยาอ์ อายะที่107)

             “ จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด )ว่า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย  แท้จริงฉันคือ ผู้นำสาส์นของอัลลอฮมายังพวกท่านทั้งหลาย(ซูเราะฮ อัล-อะฮรอฟ อายะฮฺที่158)
Sample Image
            ด้วยเหตุนี้เอง จำเป็นต้องมี สื่อกลาง ในการติดต่อระหว่างศาสนทูตและผู้คนในภาษาอื่นๆ(ที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับ) เพื่อที่จะกระจายสาส์นแห่งอิสลามออกไปให้ถึงพวกเขา

            เพื่อให้มองเห็นชัดเจนขึ้น ตัวอย่างก็คือท่านนบีมูฮัมมัดได้ส่งสหายของท่านที่มีความรู้ภาษาต่างๆ  เช่น ภาษาเปอร์เซีย  โรมัน  และเอธิโอเปีย ซึ่งพวกเขาสามารถแปลภาษานั้นเป็นภาษาอาหรับหรือแปลภาษาอาหรับเป็นภาษานั้นๆได้ แต่ท่านนบีมูฮัมมัดไม่มีสหายท่านไหนที่มีความรู้ภาษาซีเรีย ซึ่งเป็นภาษาที่ชาวยิวใช้เขียน 

ดังนั้น ท่านนบีมูฮัมมัดมีคำสั่งให้อัจฉริยะบุคคลอย่างท่านเซด อิบนุ ซาบิต อัล อันซารี  ซึ่งท่านเป็นหนึ่งในสหายที่ทำหน้าที่บันทึกวะหฺยุ(คืออัลกุรอาน) ให้ไปศึกษาวิธีการอ่านและเขียนภาษาซีเรีย เพื่อที่ท่านนบีสามารถบอกเลิกชาวยิวที่เขียนจดหมายภาษาซีเรียให้แก่ท่าน ซึ่งท่านไม่ไว้ใจเขา

ท่านเซดได้รายงานว่าท่านศาสนทูตของอัลลอฮ ได้สั่งให้ฉันได้เรียนภาษาซีเรีย ซึ่งพวกยิวเคยเขียนให้ท่าน โดยท่านกล่าวว่า ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮ ฉันไม่เคยเชื่อใจพวกเขาเกี่ยวกับจดหมายของฉันเลยหลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งเดือน ฉันได้รู้ภาษานั้น และมีซาบซึ้งยิ่งที่ได้ทำหน้าที่นั้น ก็คือการเขียนจดหมายให้กับท่านนบีถึงพวกเขา(ด้วยภาษาซีเรีย)และอ่านจดหมายนั้นให้กับท่านด้วย(รายงานโดย บุคอรี  อบู ดาวูด  และ ติรมีซีย์ )

อาจจะเป็นไปได้ว่าที่ท่านเซดจะมีความรู้ในภาษาซีเรียมาก่อนหน้านั้นบ้างเล็กน้อย(เพราะท่านเคยมีเพื่อนบ้านเป็นชาวยิว) ดังนั้น ท่านจึงสามารถเรียนรู้และมีความเป็นเลิศในภาษานี้ได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งกว่านั้น ในช่วงแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมอิสลาม ได้มีมุสลิมจำนวนมากที่กระตือรือร้นในการศึกษาภาษาต่างๆ และได้แปลภาษาเหล่านั้นเป็นภาษาอาหรับและแปลภาษาอาหรับกลับไปเป็นภาษานั้นเช่นกัน ดังกวีอาหรับคนหนึ่งได้กล่าวว่า

การรู้ภาษามากเท่าใดย่อมมีประโยชน์กับตัวท่านมากเท่านั้น

ภาษาจะช่วยบรรเทาภัยร้าย

กระตือรือร้นในการศึกษาภาษาต่างๆ เถิด

เพราะแต่ละภาษาที่ท่านรู้ คือมนุษยชาติ

.................................................................
[1]
หมายถึงความรู้ ซึ่งได้มีฮะดีษบางบทชี้ในลักษณะที่ว่า ความรู้คือทรัพย์ของมุสลิมที่สูญหายไป เมื่อมุสลิมพบก็เป็นสิทธิที่ต้องเอาคืน บก.

Comments (0)Add Comment