มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล

โดย อุสตาซ สัยยิด กุฏบฺ
ภราดร แปลและเรียบเรียง
ในทรรศนะของอิสลาม จักรวาลทั้งหมดกำเนิดขึ้นโดยอัลลอฮฺ จักรวาลกำเนิดขึ้นเมื่ออัลลอฮฺทรงประสงค์ และอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของธรรมชาติขึ้นมา และทุกๆ ส่วนของจักรวาลจะทำงานอย่างประสานกลมกลืนกัน
{ إنماقولنالشيءٍإذاأردناهأننقولله : كُنفَيكون } [ النحل : 40 ]
16: 40 “แท้จริง เพียงแต่ดำรัสหนึ่งของเราสำหรับสิ่งใดๆ เมื่อเราปรารถนามัน (ให้มีขึ้นมา) คือเรากล่าวแก่มันว่าจงเป็น แล้วมันก็เป็นขึ้นมา”
{وخلقكلشيءٍفقدرهتقديراً } . . [ الفرقان : 2 ]
25: 2 “...และพระองค์ทรงสร้างทุกสิ่ง และได้ทรงกำหนดมันตามกฎแห่งการกำหนดสภาวะ”
เบื้องหลังจักรวาลนี้ มีการดลบันดาลหนึ่งซึ่งบริหารมัน มีพลังอำนาจที่เคลื่อนไหวมัน มีกฎที่กำหนดระเบียบแบบแผน พลังอำนาจนี้รักษาความสมดุลระหว่างส่วนต่างๆ ของจักรวาล และควบคุมการเคลื่อนไหวของมัน ดังนั้นจึงไม่มีการปะทะกัน และจะไม่พบความยุ่งเหยิงใดๆ เลยในระบบจักรวาล การเคลื่อนที่ของมันตามปกติแล้วเป็นไปไม่ได้ที่อยู่ๆ จะหยุดนิ่งโดยกะทันหัน รวมทั้งความสับสนใดๆ ในระบบก็จะไม่ปรากฏขึ้น
สิ่งเหล่านี้จะดำเนินตลอดไปตราบเท่าที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ จักรวาลทั้งหมดดำเนินไปตามความประสงค์ของอัลลอฮฺ ด้วยพลังอำนาจของพระองค์ และอยู่ในความครอบครองของพระองค์ เป็นไปไม่ได้ที่จักรวาลจะขัดขืนพระประสงค์ของอัลลอฮฺและกฎเกณฑ์ของพระองค์แม้แต่เพียงชั่วขณะ เนื่องจากการปฏิบัติตามและการยอมจำนนนี้ จักรวาลก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ในรูปแบบที่กลมกลืนกัน การทำลายหรือการแยกออกจากกัน หรือความไม่ประสานกลมกลืนกัน หรือความยุ่งเหยิงใดๆ ในจักรวาลก็จะไม่เกิดขึ้น เว้นแต่จะเป็นความประสงค์ของอัลลอฮฺ
{ إنربكماللهالذيخلقالسمواتوالأرضفيستةأيام،ثماستوىعلىالعرش،يغشيالليلالنهاريطلبهحثيثاً،والشمسوالقمروالنجوممسخراتبأمره . إلالهالخلقوالأمر،تباركاللهربالعالمين } . . [ الأعراف : 54 ]
7: 54 “แท้จริง พระผู้อภิบาลของเจ้าคืออัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในหกระยะ แล้วพระองค์ทรงมั่นอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงให้กลางคืนคลุมกลางวัน ซึ่งตามมันติดๆ และ (ทรงสร้าง) ดวงตะวันและหมู่ดวงดาวเป็นที่อยู่ใต้อำนาจตามพระบัญชาของพระองค์ จงรู้ไว้เถิด พระองค์คือการสร้างและบัญชาผู้ทรงจำเริญยิ่งคืออัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก”
มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล กฎต่างๆ ที่ครอบคลุมธรรมชาติของมนุษย์ไม่แตกต่างไปจากกฎที่ครอบคลุมจักรวาล อัลลอฮฺเป็นผู้สร้างจักรวาลเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ ร่างกายของมนุษย์ถูกสร้างด้วยวัตถุธาตุจากดิน แต่อัลลอฮฺยังได้ทรงให้คุณลัษณะบางอย่างแก่เขาซึ่งทำให้เขามีคุณค่าเหนือกว่าดินซึ่งเขาถูกบังเกิดขึ้นมา
อัลลอฮฺได้ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งให้แก่มนุษย์ ในการทำงานของร่างกายก็เป็นไปได้เองเช่นเดียวกับสิ่งที่ถูกสร้างอื่นๆ ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ การบังเกิดของมนุษย์เป็นไปตามความประสงค์ของอัลลอฮฺ มากกว่าที่จะเป็นการสร้างสรรค์ของพ่อแม่ของเขา พ่อแม่สามารถจะอยู่ร่วมกันได้ แต่เขาทั้งสองก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวอสุจิให้เป็นมนุษย์ มนุษย์บังเกิดมาตามวิธีการของการตั้งครรภ์ และวิธีการของการเกิดซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้แล้วสำหรับเขา เขาหายใจเอาอากาศของอัลลอฮฺเข้าไปในปริมาณและวิธีการที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ เขามีความรู้สึกและความเข้าใจ เขาประสบกับความเจ็บปวด หิวและกระหาย กินและดื่ม
กล่าวโดยสรุปก็คือ มนุษย์จะต้องมีชีวิตตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ของอัลลอฮฺ และเขาไม่มีทางเลือกในเรื่องเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีความแตกต่างระหว่างเขากับสิ่งที่ไม่มีชีวิตอื่นๆ หรือวัตถุต่างๆ ทั้งมวลในจักรวาล สิ่งถูกสร้างทั้งหมดนี้ยอมจำนนโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ยังพระประสงค์ของอัลลอฮฺ และยังกฎเกณฑ์แห่งการสร้างสรรค์ของพระองค์
ผู้สร้างจักรวาลและมนุษย์ และผู้ซึ่งทำให้มนุษย์ปฏิบัติตามกฎต่างๆ ที่ครอบคลุมจักรวาลนี้ได้ทรงกำหนด ชะรีอะฮฺ (วิถีทาง) ไว้สำหรับมนุษย์ เพื่อเป็นแนวทางในการกระทำต่างๆ ของเขา ถ้ามนุษย์ดำเนินรอยตามกฎนี้ ดังนั้นชีวิตของเขาก็จะกลมกลืนกับธรรมชาติของตัวเขาเอง จากทรรศนะนี้ ชะรีอะฮฺ นี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกฎเกณฑ์แห่งสากลจักรวาลด้วย ซึ่งครอบคลุมจักรวาลทั้งหมด รวมทั้งแง่มุมต่างๆ ทางกายภาพ (ฟิสิกค์) และชีวภาพของมนุษย์
พระดำรัสแต่ละคำของอัลลอฮฺ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งห้าม คำสัญญาหรือคำตักเตือน กฎระเบียบหรือทางนำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกฎแห่งสากลจักรวาล และเป็นกฎที่ไม่มีการผิดพลาด เป็นกฎที่เที่ยงตรง เหมือนกับกฎต่างๆ ที่รู้จักกันในนามของ “กฎแห่งธรรมชาติ” พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญญัติกฎเกณฑ์สำหรับจักรวาล ในจักรวาลที่เราพบเห็นนั้นจะมีการทำงานอยู่ทุกขณะ ตามที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสร้าง
ชะรีอะฮฺ ที่อัลลอฮฺทรงมอบให้แก่มนุษย์ เพื่อที่จะจัดระบบการดำเนินชีวิตของเขานั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎแห่งสากลจักรวาล ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์และมีความผสมผสานกลมกลืนกับกฎทั่วๆ ไปของจักรวาล ดังนั้น การเชื่อฟังและปฏิบัติตาม ชะรีอะฮฺ จึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับชีวิตมนุษย์ เพื่อว่าชีวิตของพวกเขาจะได้ประสานกลมกลืนและผนวกเข้ากับสิ่งถูกสร้างอื่นๆ ในจักรวาล
ไม่เพียงแต่เท่านี้... แต่นี่เป็นหนทางเพียงสายเดียวที่สามารถประสานระหว่างกฎทางกายภาพซึ่งมีผลทางชีวภาพแห่งชีวิตของมนุษย์ และกฎต่างๆ ทางศีลธรรมซึ่งควบคุมการกระทำที่เกิดขึ้นภายใต้การตัดสินใจของมนุษย์ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม ชะรีอะฮฺ เพียงอย่างเดียว
ด้วยวิถีทางนี้เท่านั้นที่จะรวมบุคลิกภาพของมนุษย์ทั้งภายในและภายนอกให้เป็นส่วนเดียวกัน
..........................