อันตรายของ“การกินดอกเบี้ย”

อันตรายของ“การกินดอกเบี้ย” 

Sample Image 

 โดยชัยคฺ ดร. ยูซุฟ อัล เกาะเราะฎอวีย
อบู ญะอฺฟัรแปลและเรียบเรียง

 

อิสลามอนุญาตในการเพิ่มพูนทรัพย์สินโดยผ่านทางการค้าขาย ดังที่อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่ากินทรัพย์สินของพวกเจ้า ในระหว่างพวกเจ้าโดยมิชอบ นอกจากมันจะเป็นการค้าขายที่เกิดจากความพอใจในหมู่พวกเจ้า...” อันนิซาอฺ : 29

ในขณะเดียวกัน อิสลามได้ห้ามวิธีการที่ใครจะพยายามเพิ่มเงินทุนของเขาผ่านการปล่อยเงินกู้หรือการกินดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นในอัตราที่ต่ำหรือสูงก็ตาม และได้ตำหนิติเตียนชาวยิวที่เอาดอกเบี้ย ทั้งๆที่พวกเขาก็ถูกห้ามมิให้ทำเช่นนั้น 

           
           ได้มีการประทานโองการในช่วงท้ายของซูเราะฮฺของอัลบอเกาะเราะฮ์ที่ว่า โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย  พึงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด และจงละเว้นดอกเบี้ยที่ยังเหลืออยู่เสีย หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา และถ้าหากพวกเจ้ามิได้ปฏิบัติตาม ก็พึงรับรู้ไว้ด้วย ซึ่งสงครามจากอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ และหากพวกเจ้าสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวแล้ว สำหรับพวกเจ้าก็คือต้นทุนแห่งทรัพย์ของพวกเจ้า โดยที่พวกเจ้าจะได้ไม่อธรรม และไม่ถูกอธรรม อัลบอเกาะเราะฮฺ 278-279

ท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ประกาศสงครามกับผู้ที่กินดอกเบี้ยและผู้ที่ร่วมทำสัญญา ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของมันต่อสังคม โดยกล่าวว่า เมื่อดอกเบี้ยและการผิดประเวณีได้ปรากฏขึ้นในสังคม คนในสังคมนั้นได้นำตัวของพวกเขาเข้าไปสู่การลงโทษของอัลลอฮ์รายงานโดยอัลฮากีม  อบูยะอฺลา

          ศาสนายูดายซึ่งถือกันว่าเป็นศาสนามาก่อนอิสลามได้มีการห้ามดอกเบี้ยด้วย  ในพระคัมภีร์เก่าได้ระบุไว้ว่า “ถ้าเจ้าให้ยืมเงินแก่บุคคลใดก็ตามที่เป็นคนจน  เจ้าไม่ควรแสดงตนเป็นเจ้าหนี้หรือเก็บดอกเบี้ยจากเขา

          สำหรับศาสนาคริสต์ตามพระคัมภีร์จากการอ่านของลูกา กล่าวว่า จงให้แก่ทุกคนที่มาขอจากเจ้า และผู้ที่เอาของไปจากเจ้านั้น  อย่าได้เรียกร้องมันกับมาอีก

          ได้ปรากฏสิ่งที่น่าเศร้าในพระคัมภีร์เก่าได้ถูกบิดเบือนความหมายของคำว่า พวกเรา ซึ่งความเดิมเป็นความหมายที่กว้าง ซึ่งต่อมาได้ถูกบังคับใช้ให้กระทำเฉพาะในหมู่ยิวตามฉบับการอ่านของของดิวเทอโรโนมี

เจ้าอาจให้กู้ยืมโดยเอาดอกเบี้ยจากคนนอก  แต่สำหรับพี่น้องของเจ้าห้ามให้การยืมโดยมีดอกเบี้ย

เหตุผลของห้ามดอกเบี้ย

           การห้ามดอกเบี้ยอย่างเข้มงวดในศาสนาอิสลามเป็นผลจากการห่วงใยอย่างมากถึงศีลธรรม สังคมและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของมนุษยชาติ  บรรดานักวิชาการมุสลิมได้ให้เหตุผลที่มีน้ำหนักเชื่อถือได้ในการอธิบายถึงเหตุผลของการห้าม  และความคิดของพวกเขาก็ได้รับการยืนยันจากผลการศึกษาวิจัยล่าสุด  ด้วยการสนับสนุนการให้เหตุผลของพวกเขาเพิ่มเติมและขยายเหตุผลให้มากขึ้นอีก

 เราจะอธิบายตามการตัฟซีรอัลกรุอานจากการตัฟซีรของอิหม่ามอัรรอซีย์

ประการแรก การกินดอกเบี้ยหมายถึงการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยปราศจากการแลกเปลี่ยน เนื่องจากผู้ที่ให้ยืมหนึ่งดิรฮัมแลกกับการคืนสองดิรฮัม เขาได้รับเงินเพิ่มโดยไม่สูญเสียสิ่งใด ทรัพย์สินของคนนั้นเป็นสิ่งที่ตอบสนองตามความต้องการของเขา และเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธSample Imageิ์ตามหะดีษที่กล่าวว่า “ทรัพย์สินของชายคนหนึ่งเป็นสิ่งที่ละเมิดไม่ได้ดั่งเลือดของเขารายงานโดยอบูนะอีม ซึ่งหมายความว่า การเอาทรัพย์สินผู้อื่นโดยไม่มีการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งหะรอม

ประการที่สอง การพึ่งพาดอกเบี้ยเป็นการสกัดกันผู้คนจากการทำงานหารายได้ เนื่องจากคนที่มีเงินจะได้รับเงินเพิ่มจากดอกเบี้ยล่วงหน้าหรือในวันต่อไปโดยปราศจากการทำงาน และเขาจะไม่เห็นถึงคุณค่าของการทำงาน  และเขาจะไม่ได้รับความยุ่งยากในการดำเนินธุรกิจ หรือได้รับความเสี่ยงของเงินลงทุนในการค้าหรืออุตสาหกรรม การกระทำเช่นนี้จะไปแย่งผลกำไรจากคนอื่น และธุรกิจทั้งโลกไม่สามารถดำเนินไปได้ถ้าปราศจากการทำอุตสาหกรรม การค้าและการพาณิชย์ การก่อสร้างและอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความเสี่ยงของการลงทุน นี้คือเหตุผลของการห้ามดอกเบี้ยในทางเศรษฐกิจ 

ประการที่สาม การอนุญาตให้กินดอกเบี้ยเป็นการไม่ส่งเสริมประชาชนให้ทำความดีต่อผู้อื่นซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในอิสลาม หากดอกเบี้ยถูกห้าม ประชาชนจะให้ยืมต่อกันด้วยเจตนาที่ดีที่ไม่คาดหวังเพื่อจะได้กลับคืนมามากกว่าที่ให้ยืม แต่ในขณะเดียวกันที่ ถ้าหากดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่อนุญาต ก็จะเป็นการทำให้คนที่ละโมบได้รับการจ่ายคืนที่มากกว่าให้ยืมไป ซึ่งเป็นการบั่นทอนเจตนาดีของความเป็นมิตรต่อผู้ยืม ซึ่งนี้เป็นเหตุผลผลในแง่ศีลธรรมของการห้ามดอกเบี้ย

            ประการที่สี่ ผู้ยืมไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือจน ถ้ามีการอนุญาตดอกเบี้ย คนรวยจะขูดรีดคนจนและสิ่งนี้จะเป็นการต่อต้านจิตวิญญาณของความเมตตาและการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ซึ่งนี้เป็นเหตุผลในแง่สังคมของการห้ามดอกเบี้ย[1]            

ดังนั้นในสังคมที่ดอกเบี้ยเป็นสิ่งถูกกฎหมาย การหาผลประโยชน์จากผู้ที่ด้อยกว่าจะเกิดขึ้นอย่างมาก  เป็นผลทำให้คนรวยจะยิ่งรวยเพิ่มขึ้นและคนจนก็จะจนยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความห่างของระดับชนชั้นทางสังคมในด้านฐานะเศรษฐกิจให้มากขึ้น  สิ่งนี้ก่อให้เกิดการอิจฉาและการเกลียดชังของคนจนต่อคนรวย  และการดูถูกดูหมิ่นและการเฉยเมยของคนรวยต่อคนจน สิ่งที่ตามมาคือการขัดแย้ง และโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมเกิดรอยร้าว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้บังเกิดและระเบียบทางสังคมอยู่ในภาวะอันตราย ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นอย่างพอเพียงถึงวิกฤตของเศรษฐกิจที่วางอยู่บนพื้นฐานของดอกเบี้ยต่อความสงบสุขและเสถียรภาพความมั่นคงของการดำรงอยู่ของรัฐ

 ...................................

[1]อ้างจาก ตัฟซีรของฟัครุดดีน อัรรอซียฺ เล่ม 7 หน้า