จุดเริ่มต้นของอิสลาม

ศ. คุรชีด อะหฺมัดเขียน
อัล อัค แปลและเรียบเรียง
หากใครสักคนหนึ่งได้สังเกตดู การสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของธรรมชาติ จุดมุ่งหมายที่มันได้ดำเนินไป การดูแลรักษาตัวมันให้นำมาใช้อีกได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนการทำลายมันจะนำไปสู่อันตรายต่อสังคม แน่นอนก็จะนำไปสู่ผลสรุปที่ว่า เบื้องหลังธรรมชาตินี้ต้องมีอำนาจที่แพร่ครอบคลุมไปทั่วชนิดหนึ่ง ในการทำให้สิ่งนี้เกิดการเคลื่อนไหวที่สร้างสรรค์และต่อเนื่อง ...
กระบวนการทางธรรมชาติไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นปรากฏชัดเจนแต่ภายนอกเท่านั้น ดวงดาวต่างพากันทอแสงผ่านฟากฟ้าที่ไม่สิ้นสุด ทิวทัศน์ที่มองเห็นกว้างใหญ่ไพศาลในธรรมชาตินั้นมีความสวยงามและมีเสน่ห์น่าหลงไหล ภาพข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ การประสมกลมกลืนที่น่าทึ่งของฤดูกาลต่างๆ ..
ประเด็นทั้งหมดนี้นำไปสู่ประเด็นอย่างเดียว คือต้องมีผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงปกครอง
เราต่างก็ประจักษ์ถึงการวางแผนที่ยอดเยี่ยมปราศจากข้อบกพร่องที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติ - แล้วสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้โดยปราศจากผู้วางแผนอย่างนั้นหรือ?
เรามองเห็นความงดงามที่น่าหลงไหลและการประสมกลมกลืนกันในงานสร้างสรรค์นี้ - สิ่งเหล่านี้จะมีขึ้นโดยปราศจากผู้สร้างอย่างนั้นหรือ?
เราสังเกตเห็นการออกแบบที่มหัศจรรย์ในธรรมชาติ - สิ่งนี้จะเกิดขึ้นมาโดยปราศจากผู้ออกแบบอย่างนั้นหรือ?
เรารู้สึกได้ถึงเป้าหมายอันสูงส่งในการดำรงอยู่ของมนุษย์และธรรมชาติ - สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการทำงานที่มีเจตจำนงอยู่เบื้องหลังมันอย่างนั้นหรือ?
เราพบว่าจักรวาลนี้คล้ายดังวรรณกรรมที่ได้ถูกเขียนขึ้นอย่างยอดเยี่ยมและตรึงใจ - สิ่งนี้จะเกิดขึ้นโดยปราศจากผู้เขียนอย่างนั้นหรือ?
อัลลอฮฺได้กล่าวไว้สมจริงแล้วว่า
“มนุษย์เอ๋ย ! จงเคารพภักดีต่อผู้อภิบาลของสูเจ้า
ผู้ทรงบังเกิดสูเจ้าและบรรดาก่อนหน้าสูเจ้า
เพื่อสูเจ้าจะได้ยำเกรงอัลลอฮฺ
ผู้ทรงทำให้แผ่นดินเป็นพื้นปู(ที่พัก) สำหรับสูเจ้า
และชั้นฟ้าเป็นหลังคา
และทรงหลั่งน้ำมาจากฟากฟ้า
และทรงให้งอกเงยออกมา
โดยใน (น้ำ)นั้น ซึ่งผลไม้ต่างๆเป็นเครื่องยังชีพสำหรับสูเจ้า
ดังนั้นจงอย่าตั้งคู่เคียงต่ออัลลอฮฺ ทั้งๆที่สูเจ้ารู้อยู่” (อัล-กุรอ่าน 2: 21-22)
สิ่งนี้คือความจริงสำคัญที่อยู่เบื้องหลังธรรมชาติ และเป็นคำตอบต่อปริศนาที่ลี้ลับของจักรวาลนี้ มันได้ชี้ให้เห็นถึงอำนาจสูงสุดของกฏแห่งจักรวาล นั้นคือเอกภาพของอำนาจที่แพร่ครอบคลุม ซึ่งอยู่เบื้องหลังความหลากหลายที่แจ่มชัด มันแสดงให้เห็นถึงความคิดที่เป็นเอกภาพต่อโลก และเสนอโลกทัศน์ของจักรวาลที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว มันแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่กระจ่างชัดให้แก่แนวความคิดบางอย่างของนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญา และเปิดเผยความจริงต่อหน้าสายตามนุษย์ หลังจากศตวรรษต่างๆแห่งการค้นหาท่ามกลางความมืด มนุษยชาติกำลังเดินทางมาพบกับการรู้แจ้งต่อสัจธรรมของแนวความคิดนี้ และความคิดทางวิทยศาสตร์สมัยใหม่ก็กำลังเคลื่อนมาสู่ทิศทางนี้เช่นกัน[1]
แต่ก็ไม่เพียงแต่เป็นแนวความคิดที่กล่าวถึงอำนาจสูงสุดที่อยู่เบื้องหลังธรรมชาติเท่านั้น แต่มันยังเป็นความเชื่อที่มีชีวิตชีวา และเป็นคำสอนที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แนวความคิดนี้ให้ความหมายว่า มนุษยชาติทั้งหมด คือการสร้างสรรค์ของผู้เป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ฉะนั้นพวกเขาย่อมเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติที่วางพื้นฐานบนสีผิว ชนชั้น เชื้อชาติ หรืออาณาเขต เป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผล และเป็นเรื่องหลอกลวงกัน มันเป็นกากเดนแห่งยุคสมัยแห่งอวิชา ซึ่งผูกล่ามมนุษย์ให้ตกอยู่ในสภาพแห่งความเป็นทาส
มนุษชาติ คือครอบครัวเดียวกัน ณ ผู้เป็นเจ้า และไม่มีข้อห้ามใดๆจากอุปสรรคเหล่านี้ มนุษย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีชนชั้นกลาง หรือชนชั้นกรรมชีพ ผิวขาว หรือผิวดำ อารยันหรือไม่ใช่อารยัน ชาวตะวันออกหรือชาวตะวันตก อิสลามมอบแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ เพื่อเอกภาพของมวลมนุษยชาติ นบีมุหัมมัดมาเพื่อทำให้มนุษยชาติรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ด้วยคำสอนจากผู้เป็นเจ้า และมอบมันเพื่อชีวิตใหม่ อัลลอฮฺกล่าวว่า
“และสูเจ้าทั้งปวงจงยึดให้มั่นด้วยเชือกของอัลลอฮฺ
และจงอย่างแตกแยก
และจงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺแก่สูเจ้า
เมื่อก่อนสูเจ้าได้เป็นศัตรูกัน
และพระองค์ได้ทรงสมานในหัวใจของเสูเจ้า
และสูเจ้าได้มาเป็นพี่น้องกัน” (อัล-กุรอ่าน 3: 102)
หลักการนี้ได้ให้ความหมายแก่สถานภาพที่แท้จริงของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในจัการวาล หลักการนี้สอนว่าผู้เป็นเจ้า คือผู้ทรงสร้าง ผู้ปกครอง และมนุษย์คือตัวแทนของพระองค์บนพื้นโลก [2]
หลักการนี้ยกระดับมนุษย์ไปสู่ตำแหน่งที่มีเกียรติและสง่างาม โดยการเป็นตัวแทนของผู้เป็นเจ้าบนพื้นโลก และประทานเป้าหมายที่สูงส่งแก่ชีวิตของเขา เพื่อจะทำให้เจตนารมณ์ของผู้เป็นเจ้าบนพื้นโลกบรรลุผล นี้เป็นการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากทั้งหมดของสังคมมนุษย์ และสถาปนาระเบียบใหม่บนความเสมอภาค ความยุติธรรม สันติภาพ และความรุ่งโรจน์ ซึ่งจะครอบคลุมความสูงสุด
นี้คือจุดเริ่มต้นของอิสลาม นี่คือหลักการที่เรียกว่า เตาฮีด - ความเป็นหนึ่งของพระเจ้า นี่คือรากฐานแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และประกอบขึ้นเป็นสาระสำคัญของคำสอนอิสลาม
.........................................................
[1] ดู Fancies Mason (Ed.) The Great Design ,London : Duckworth
[2] ดูอัล -กุรอ่าน 30: 39