เผยแพร่ผลงาน

บทคัดย่อ

 

                                                                         นางฤทัยทิพย์  เกตุพรหมมา

                                                                                                                                   ครูโรงเรียนวัดบ้านดาบ

 

                            รายงานการใช้นวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา ( 1)เพื่อหาประสิทธิ์ภาพของบทเรียนสำเร็จรูปสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ( พุทธประวัติในช่วงเวลาต่าง ๆ  หน้าที่ชาวพุทธ มรรยาทชาวพุทธ )   2  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างเรียนและหลังเรียนของนักเรียน( 3)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการสอนสำหรับครู  กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนช่วงชั้นที่  1  ( ชั้นประถมศึกษาปีที่  3)  โรงเรียนวัดบ้านดาบ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรีเขต  1    ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา 2550  จำนวน  10  คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ  1  ชุดการสอนสำหรับครู  แบบประเมินชุดการสอนสำหรับครู  โดยมีการประเมินใน  4  ด้าน  คือ จุดประสงค์การเรียนรู้  ด้านเนื้อหา  ด้านกิจกรรมการสอน  และด้านสื่อการเรียนการสอน 2  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ  3 ตัวเลือก  ที่ผ่านการหาความเชื่อมั่นโดยใช้สูตร  KR  -  20  ของคูเดอร์ -  ริชาร์ดสัน    3  แบบประเมินความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป (( พุทธประวัติในช่วงเวลาต่าง ๆ  หน้าที่ชาวพุทธ มรรยาทชาวพุทธ )    โดยใช้แบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า  5  ระดับตามแนวของลิเคิร์ท  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ  1  ร้อยละ  2  ค่าเฉลี่ย    4. ทดสอบความแตกต่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองโดยใช้ค่า   t   ( Dependen  Samples )  

                                ผลการศึกษาพบว่า  ชุดการสอนสำหรับครูที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ  84. 63/ 87.87  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนดไว้คือ 80/80  จึงยอมรับว่าชุดการสอนที่ผลิตขึ้นมีประสิทธิภาพด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าระหว่างเรียนซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่  1  คือสร้างบทเรียนสำเร็จรูปให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน  80 /80   และจากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปจะเท่ากับ 45.33/ 87.66    ส่วนเบี่ยงเบน อยู่ที่ 1.68/.95  ค่า t  - 12.52  อย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .01  ( 1.383)    เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่  2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป ซึ่งแสดงว่านักเรียนได้เรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปจะทำให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียนมากขึ้นและจากการประเมินความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปจากนักเรียนชั้ประถมศึกษาปีที่  3  จำนวน 10 คน ผลปรากฏว่านักเรียนมีความพอใจในบทเรียนมาก  คิดเฉลี่ยอยู่ที่ 80.20  เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่  3   ความพึงพอใจในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป