พอพูดถึงหลักสูตรครูหลายคนคงจะเบื่อเหมือนยาหม้อใหญ่ ผมเข้าใจว่าครูหลายคนยังไม่รู้ว่า หลักสูตรหน้าตาเป็นอย่างไร เล่มสีเขียวหรือสีแดง แต่เราก็ใช้หลักสูตรปี 2544 ติดต่อกันมา 5 ปีแล้ว (ทดลองใช้ 1 ปี) ตลอดเวลาที่มีการใช้
และติดตาม ประเมินผลพบว่ามีประเด็นสำคัญ ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความสับสนของผู้ปฏิบัติระดับสถานศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ปัญหาเนื้อหาสาระ ที่แน่นเกินไป การวัดประเมินผล การเรียนที่ไม่สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีปัญหาในการจัดทำเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบโอนผลการเรียน จากข้อมูลที่ได้รับมีทั้งจุดดี จุดด้อยและอุปสรรคต่าง ๆ ที่พบในการใช้หลักสูตร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนดการแก้ไขปรับปรุงหลักสูตร เพื่อแก้ไขปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นและเพื่อทำให้หลักสูตรมีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การปรับปรุงหลักสูตรขอบเขตกว้าง ๆ ปรับตั้งแต่วิสัยทัศน์ที่เน้นพัฒนาคนให้มีความรู้คู่คุณธรรม จากจุดหมายของหลักสูตรเดิมเปลี่ยนมาเป็นสมรรถนะที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน มี 5 สมรรถนะ ปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และกำหนดตัวชี้วัด (ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง) ในแต่ระดับชั้น (ป.1-ม.3) ไว้ชัดเจนว่าชั้นใดเรียนอะไร ยกเว้นช่วงชั้นที่ 4 ยังเหมือนเดิม ส่วนกลางจะกำหนดสาระแกนกลาง โครงสร้างหลักสูตร/เวลาเรียนในแต่ละปีไว้อย่างชัดเจน และจัดทำเกณฑ์กลางในการวัดประเมินผลเอาไว้ เขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำสาระท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของท้องถิ่น
ปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้ให้ชัดเจน ลดมาตรฐานที่ซ้ำซ้อน แบ่งการเรียนรู้เป็น 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เหมือนเดิม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเหมือนเดิม แต่จะจัดโครงสร้างของหลักสูตรออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ชั้น
ป.1-6 (เดิมแบ่งเป็น 2 ช่วงชั้น) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1-3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4-6
ระดับประถมศึกษา (ป.1-6) จัดเวลาเรียนเป็นรายปี มีเวลาเรียน 4-5 ชั่วโมง/วัน
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค เรียนเป็นหน่วยกิต มีเวลาเรียน 5-6 ชั่วโมง/วัน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค เรียนเป็นหน่วยกิต มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า
6 ชั่วโมง/วัน
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น จะกำหนดเวลาเรียนขั้นต่ำเอาไว้ เช่น คณิตศาสตร์ ป.1 เรียน
200 ชั่วโมง/ปี ภาษาต่างประเทศ ป.1 เรียน 40 ชั่วโมง/ปี เป็นต้น การเรียนในทุกระดับชั้นครูจะต้องจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เพื่อโยงไปให้ถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ดังนั้นการวัดประเมินผล จึงต้องประเมินผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐานการเรียนรู้ด้วย การปรับหลักสูตรนี้จะทดลองใช้ในปี 2552 และจะนำมาใช้จริงในปี 2553
การปรับปรุงหลักสูตรแม้ว่าจะเกิดคุณภาพและประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดก็ไม่สำคัญกว่าการปรับตัวครู หลักสูตรดี แต่ถ้าครูไม่สอนไม่ทำตามที่หลักสูตรกำหนดก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้นต้องปรับตัวครูเองด้วย ครูต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดกิจกรรมการสอนให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง รู้จักคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา รู้จักบูรณาการความรู้ ถ่ายโอนความรู้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและสิ่งสำคัญก็คือครูต้องรับผิดชอบการสอน และปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์ด้วย
มาทักทาย
มาอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ
ขอขอบคุณค่ะ