ปีการศึกษา ๒๕๕๑ นี้ ดิฉันรับผิดชอบสอนสาระเพิ่มเติมระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๕ ห้อง เป็นกลุ่มศิลป์ภาษา ด้านความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นเรื่องเล่าเช้านี้ได้ทุกวัน เหมือนเพลงดังในอดีตของน้องพลับ..แม้แต่พัดลมยังส่ายหน้าเลย ดิฉันรู้สึกวิตกอยู่บ้างเหมือนกันเพราะการเปิดสาระเพิ่มเติมก็เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ด้านภาษาไทยแก่ผู้เรียน ผู้เรียนจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการเรียนรู้
ดังนั้นเปิดภาคเรียนวันแรก ดิฉันกับผู้เรียนจึงได้ตกลงทำความเข้าใจกันก่อน เราวิเคราะห์หลักสูตร วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน กำหนดการวัดและประเมินผลร่วมกันอีก แต่การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เป็นหน้าที่ของดิฉันแต่เพียงผู้เดียว ดิฉันเลือกใช้ Backward Designในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้หนึ่งในกิจกรรมการเรียนรู้ด้านทักษะทางภาษา คือ การเขียน ซึ่งผู้เรียนกำหนด Best Practiceของกลุ่ม คือ การจัดทำหนังสือสารคดี ดิฉันจึงสอบถามจุดมุ่งหมายและแนวคิดในการทำ วิธีการรวบรวมข้อมูล วิธีเขียน การแบ่งงานของสมาชิกกลุ่ม ฯลฯ โดยกำหนดเวลาในการจัดทำ ๔ สัปดาห์ ในช่วงเวลาดังกล่าวดิฉันให้ส่งโครงการและรายงานการทำงานกลุ่มสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง เพื่อดูความก้าวหน้าและความรับผิดชอบของผู้เรียนตลอดจนระบบการทำงานเป็นทีม ภายในใจลุ้นระทึกอย่างที่สุดเพราะข่าวเช้านี้ที่ได้รับฟังจากเพื่อนครูด้วยกันมีมาให้ฟังทุกวันเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน แม้รู้สึกกังวลใจแต่ถึงอย่างไรดิฉันก็คาดหวังไว้มิใช่น้อยเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของคน คนเรามีความรู้ความสามารถอาจไม่เท่าเทียมกันแต่สามารถฝึกฝนได้ ดังนั้นดิฉันจึงติดตามดูแล ให้คำปรึกษา ให้ข้อเสนอแนะ ให้กำลังใจ แต่ไม่กำหนดทิศทางในการทำงาน เปิดโอกาสให้ทำงานอย่างอิสระในทางความคิด แต่อยู่ในกรอบของการทำสารคดีที่ถูกต้องและสร้างสรรค์
เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย นักเรียนทั้งสิ้น ๒๑๓ คน มีจำนวน ๔๕ กลุ่ม ส่งผลงาน ๓๔ กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๕ คงเหลือ ๑๑ กลุ่ม ขอส่งผลงานในสัปดาห์ต่อมา ซึ่งหนังสือสารคดีของผู้เรียนทุกกลุ่มอาจมีคุณภาพแตกต่างกันไปบ้างแต่ทุกเล่มสามารถเผยแพร่ได้ ทำให้ดิฉันมั่นใจว่าการสร้างวิสัยทัศน์เชิงบวกในการทำงานสามารถปั้น(นักเรียน)ได้ดั่งใจคิดจริงๆ เป็นการเปิดโอกาสให้คนสร้างงาน และงานสร้างคนที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เยี่ยมจริงๆครับ
เป็นกำลังใจให้ สร้างสรรค์เรื่องใหม่ๆ อีกนะครับ