เมื่อต้นปีการศึกษา 2551 ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสเป็นครูสอบวิชาภาษาไทยในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 จากที่วางมือการเป็นครูมาประมาณ 3 ปีเห็นจะได้ แรกๆ มีความหนักใจอยู่ว่า เราจะทำหน้าที่ได้ดีไหม นักเรียนจะเชื่อฟังหรือเปล่า คิดไปต่างๆ นานา พอโรงเรียนเปิดเทอมก็ได้เจอกับสภาพจริง ของจริงที่ไม่ได้มีการเติมแต่งจากสิ่งใด ดิฉันได้สอนวิชาภาษาไทยทั้งวิชาหลักและวิชาเพิ่มเติม นักเรียนห้องหนึ่งจะต้องเจอดิฉัน 4 คาบต่อสัปดาห์ จากที่เข้าสอนในสัปดาห์แรก เจอนักเรียนหมดแล้วทุกห้อง ห้องที่หนักใจมากที่สุดคงเป็น ม.1/1 เพราะมีเด็กนักเรียนชายอยู่คนหนึ่งที่ไม่ตั้งใจเรียน ชอบคุย เดินเข้า – ออกห้องทุกคาบเรียน หรือไม่ก็หลับไปเลย แบบฝึกหัดไม่เคยส่ง งานไม่เคยทำ แรกๆ นึกว่าเด็กคงเรียกร้องความสนใจหรือแกล้งครูใหม่อย่างดิฉัน เวลาผ่านไปสัก 2 อาทิตย์ พฤติกรรมแบบนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ยังมีให้เห็นทุกคาบที่เข้าสอน ดิฉันจึงสอบถามไปยังครูเก่า ๆ ที่เคยสอนนักเรียนคนนี้มา ได้ความว่า นักเรียนคนนี้มีนิสัยขี้เกียจอย่างนี้อยู่แล้วเป็นทุกวิชา โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย พอดิฉันได้ยินจึงเรียกนักเรียนคนนี้เข้ามาคุย ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ปัญหาทางบ้าน ส่วนตัว หรือกับเพื่อนฝูงบ้างไหม นักเรียนก็ตอบว่าไม่มี ดิฉันจึงเข้าสู่เรื่องเรียนทันที ว่าทำไมไม่ตั้งใจเรียนในคาบของครูเลย นักเรียนบอกว่า วิชาภาษาไทยน่าเบื่อ เรียนแล้วไม่เข้าใจ เนื้อหาเยอะ ดิฉันจึงยิงคำถามไปว่า ชอบวิชาไหนเป็นพิเศษ ได้คำตอบว่าวิชา พละ , ศิลปะ, และดนตรี ดิฉันจึงย้อนถามกลับว่า....นักเรียนสามารถปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้นได้ไหม เพราะวิชาภาษาไทยถ้าไม่ตั้งใจเรียนตั้งแต่แรก จะทำให้นักเรียนไม่เข้าใจจึงทำให้เบื่อ วิชาภาษาไทยนักเรียนจะต้องเรียนไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย และเป็นวิชาที่สำคัญเชื่อมโยงไปยังการเรียนวิชาอื่นๆ ด้วย นักเรียนนิ่งฟัง ขณะนั้นนักเรียนอาจนิ่งคิดอยู่ หรืออาจจะคิดในใจว่าเมื่อไหร่จะปล่อยผมไปสักทีก็ไม่รู้
พอถึงคาบเรียนดิฉัน วันนี้สอนเรื่องนิราศเมืองแกลง นักเรียนอ่านร้อยแก้วธรรมดา จากนั้นครูและนักเรียนช่วยกันถอดความ แต่ละช่วงในเรื่อง ดิฉันสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนชายคนนั้น นั่งฟังเฉยๆ ไม่บันทึก แต่ก็ไม่คุยกัน พอคาบต่อไปดิฉันเอาสื่อการสอนเรื่องนิราศเมืองแกลงมาทบทวนเนื้อหา เป็นเกมบันไดงู หมากตัวเดินมี 4 ตัว คือ สุนทรภู่ นายพุ่ม นายน้อย และนายแสง ทำรูปคนสามารถตั้งได้ ส่วนแผ่นกระดานก็จะมีบรรยายการเดินทางในแต่ละช่วงว่าถึงจุดไหนแล้ว ส่วนกระดาษคำถาม ทำเป็นรูปเรือ เพราะสุนทรภู่เดินทางโดยใช้เรือ ในกระดาษคำถามจะมีคำถาม ถ้านักเรียนตอบถูก จะได้เดินตามจำนวนช่องในกระดาษคำถามนั้น หากตอบผิดกระดาษคำถามบางแผ่นอาจจะต้องหยุดเดิน หรือถอยกลับไปจุดเริ่มต้น แค่เฉพาะตัวสื่อก็สร้างความสนใจให้นักเรียนไปไม่น้อยแล้ว พอให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม การเล่นเกมก็ดำเนินไปจนหมดคาบ นักเรียนในห้องต่างสนใจ แต่ดิฉันสังเกตนักเรียนชายคนนั้นเป็นพิเศษ คือมีท่าทางสนใจ ร่วมกิจกรรมนี้ตลอดทั้งคาบ พอหมดคาบจึงสั่งการบ้านให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดมาส่งในวันพรุ่งนี้
รุ่งเช้าดิฉันมาโรงเรียนนั่งตรวจการบ้านตามปกติ ดิฉันตกใจแต่ลึกๆ แล้วรู้สึกดีใจมากกว่า เพราะสมุดที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน มีชื่อของนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียนคนนี้อยู่ด้วย การบ้านที่ทำมาส่งอาจจะไม่ถูกหมดทุกข้อ แต่ดิฉันก็ดีใจที่นักเรียนมีความสนใจ และมีการพัฒนาตัวเองในทางที่ดีขึ้น และอนาคตข้างหน้าอาจจะดีขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้