การยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์

ตลอดระยะเวลา  3  ปีการศึกษา ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการสอนในสาระวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่  5   ซึ่งในปีนี้ทางโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนได้เข้าชั้นเรียนตามความสนใจของตนเองโดยสอบคัดเลือกและดูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เช่นห้องวิทยาศาสตร์

ห้องคณิตศาสตร์  ห้องภาษา(ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ)  ห้องที่นักเรียนต้องการความช่วยเหลือพิเศษในด้านภาษาไทย   และรวมถึงห้องปกติอีก  4  ห้องรวมทั้งหมด  8  ห้อง  ดิฉันได้รับผิดชอบห้องนักเรียนที่มีการเรียนรู้ปานกลางและนักเรียนที่ต้องคอยช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ทราบจากการให้นักเรียนทำแบบทอสอบความรู้พื้นฐาน  ผลการเรียนชั้นป.4  และแบบสอบถามเจตคติที่มีต่อวิชาต่างๆ   จากการวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนจำนวน  171  คนที่รับผิดชอบมีผลการเรียนอยู่ในระดับ   2  และ  1  เป็นส่วนใหญ่ และ ไม่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์เกินร้อยละ60  สาเหตุเพราะยาก  ไม่เข้าใจ

            ในการจัดการเรียนรู้ ดิฉันได้จัดวิธีการสอนจากหนังสือคู่มือ สสวท หรือสำนักพิมพ์ต่าง ๆ มาดัดแปลง ตามสภาพและทำการสอนตามปกติ ปรากฏว่าในปีการศึกษานี้นักเรียนส่วนใหญ่ที่รับผิดชอบ วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาที่นักเรียนบอกว่ายากไม่ค่อยเข้าใจ ข้อมูลที่ดิฉันได้มาจากการใช้แบบทดสอบในการทดสอบความรู้เดิมของนักเรียน และให้นักเรียนตอบแบบสอบถามทั้งปลายปิดและเปิดจึงทำให้ทราบข้อมูลเบื้องต้น และทดลองสอนโดยวิธีปกติที่สอนมา เช่นให้มีการออกสำรวจจากสภาพจริง ศึกษาใบความรู้ ทำใบงาน ทำชุดการสอน ดูวีดิทัศน์ ปรากฏว่าผลการเรียนรู้จากการตรวจแบบฝึกหัด และทดสอบ และเจตคติยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจจึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีสอนตนเอง เตรียมการสอนใหม่ จากนั้นสร้างความสนใจได้สร้างความคุ้นเคยกับนักเรียนโดยสนทนานำรูปภาพ ข่าวสาร ทางวิทยาศาสตร์ มาเล่าให้นักเรียนฟัง เพราะนักเรียนจะชอบฟังเรื่องแปลก ๆ ตลก แต่ต้องแทรกคุณธรรมต่าง ๆ และความรู้ไปด้วย แก้ไขในการทำงานเป็นกลุ่มจากแบ่ง 6 – 7 คนต่อกลุ่ม ก็แยกกลุ่ม ๆ ละ 3 – 4 คนเล็กลง เพราะในการทำงานการทดลองจะทำได้ทั่วถึง และไม่แย่งกัน ครูต้องเหนื่อยเตรียมอุปกรณ์มากขึ้น แต่ได้ผลคุ้มค่าในขึ้นลงมือปฏิบัติ ครูอย่าทิ้งเด็ก ต้องคอยติดตามซักถาม สนใจผลงานของนักเรียนทุกคน เพราะเขาเกิดความภาคภูมิใจถึงแม้ว่าผลงานนั้นจะไม่คอยดี ฝึกให้นักเรียนนำเสนอผลงานบ่อย ๆ เพราะนักเรียนพวกนี้จะไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ครูต้องคอยกระตุ้น ในการสอนโดยสรุปดิฉันจะฝึกให้นักเรียนตอบคำถามให้คิด ย้ำความรู้ ฝึกปฏิบัติมากๆ และทำซ้ำ ๆ และสร้างความรักความกันเองให้กับนักเรียน

            จากการจัดกิจกรรมดังกล่าวทำให้ดิฉันได้นวัตกรรมที่สามารถฝึกกิจกรรมให้นักเรียนฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามความสามารถของนักเรียน