หลังจากที่ได้เริ่มติดเครื่องยนตร์ไปเมื่อคืนนี้ ทำให้มือที่เคยฝืดๆติดๆขัดๆในการพิมพ์งานเริ่มทำงานได้ดีขึ้น ประกอบกับได้รับกำลังใจจากพี่ๆเพื่อนๆน้องๆใน gotoknow หลายท่าน จึงได้เริ่มลงมือเขียนบันทึกอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง ที่มีโอกาสได้ตื่นเช้า และอยู่บนที่นอนพร้อมกับ notebook ตัวเก่ง(ซึ่งเก่า ฮ่าๆๆ)หน้าตาก็ยังไม่ได้ล้าง ฟันก็ยังไม่ได้แปลง แต่บังเอิญว่าเมื่อคืน นึกขึ้นมาได้ว่า มีอยู่เรื่องนึงที่รู้สึกดีและอยากจะบันทึกเก็บเอาไว้ เพราะตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านนี้ ชีวิตได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย ทั้งหน้าที่การงาน การเรียน และชีวิตส่วนตัวบางอย่าง
สิ่งที่หนึ่งที่เกิดขึ้นมาไม่นานในช่วงของการรับบทบาทหน้าที่การเป็นครูคนใหม่ คือการได้ทำหน้าที่เป็นเรือจ้าง ที่หลายๆครั้งในชีวิตมักจะได้ยินคำนี้ และไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ ผมจะได้เป็นคนแจวเรือซะเอง และได้รู้ว่า ตลอดเส้นทางของการแจวเรือ มันเหนื่อยและต้องเจอกับอุปสรรคมากมายพอสมควร
วันหนึ่ง ผมต้องตื่นไปสอนตามปกติ ในวันนั้นคาบแรกที่สอนคือ 8 โมงเช้า ซึ่งผมเริ่มชินกับการเตรียมการสอนและภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังที่ว่า "วันนี้ คงเป็นอีกหนึ่งวัน ที่ผมพร้อมเหลือเกินสำหรับการได้ทำหน้าที่" อาจจะเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา ผมได้เตรียมตัวอย่างดี และหวังว่า การทำหน้าที่เรือจ้างของผมครั้งดูจะพร้อมเหลือเกิน
8 โมงเช้าแล้ว ผมมาถึงห้องเรียนตามปกติ ในห้องมีนักศึกษานั่งรออยู่ประมาณ 5-6 คน ผมทักทายกับนักศึกษาด้วยความคุ้นเคยมากขึ้น เราคุยกันถึงเรื่องความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่มาไกลจากต่างอำเภอเพื่อมาเรียนที่นี่และได้เข้าอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย จนเวลาผ่านไปที่ผมนัดนักศึกษาเข้าเรียน คือเวลาแปดโมงสิบห้านาที ซึ่งเริ่มมีนักศึกษาทะยอยเข้ามาเรียนทีละคนสองคน จากนักศึกษาที่ผมต้องสอนทั้งหมด 40 คน
ผ่านไปได้กว่า 20 นาทีแล้ว ในห้องมีนักศึกษาเพียงแค่ 10 กว่าคน ผมเริ่มหดหู่ใจ ว่าทำไม นักศึกษาถึงไม่เข้าเรียนในรายวิชาที่ผมสอน หลากหลายความคิดต่างๆนาๆ เริ่มแล่นเข้าสมอง ผมพยายามทบทวนการกระทำของผมในฐานะที่เป็นครูว่า ที่ผ่านมา ผมทำอะไรไปหนอ ทำไมนักศึกษาถึงไม่ยอมเข้าเรียน ........แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะเสียใจที่นักศึกษาเข้าเรียนน้อย แต่ผมก็ยังคงต้องตั้งหน้าตั้งตาสอนต่อไปอย่างมีความสุข ร่วมทำกิจกรรมการเรียนการสอนกับเด็กที่เหลือด้วยความตั้งใจ ซึ่งเด็กเหล่านั้น ก็ตั้งใจ ที่จะฟังผมสอนและร่วมมือกับผม จนคาบนั้นลุล่วงไปอย่างดี
หลังจบการสอนในคาบนั้น ผมเดินขึ้นรถด้วยคำถามมากมาย นั่งอยู่ในรถแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพี่สาวของผมคนนึงที่ผมเคารพและศรัทธาในความคิดอุดมการณ์ของพี่สาวของผมคนนี้ ผมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บอกกล่าวถึงความน้อยใจที่มีนักศึกษามาเรียนเพียงไม่กี่คนทั้งที่ผมเตรียมความพร้อมมาอย่างดีในเช้าวันนั้น ซักพักน้ำตาผมก็ไหลออกมาอย่างมากมาย มันเหมือนกับว่า สิ่งที่มันอัดอั้นตันใจได้ถูกไหลออกมาพร้อมกับน้ำตา.....พี่แอมป์(พี่สาวคนที่ผมศรัทธา)ได้เจียดเวลาที่มีเพียงไม่นานเพื่อที่จะให้กำลังใจผม....แต่เวลาไม่นานของพี่แอมป์ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด....พี่แอมป์ให้ข้อคิดกับผมว่า ต่อเอ้ย....น้องดูท่าจะมีสายเลือดของความเป็นครูเข้ามาอยู่เต็มสายเลือดซะแล้ว.....แล้วก็เริ่มต้นบอกเล่าประสบการณ์การเป็นครูของพี่แอมป์....พี่แอมป์บอกให้ผมคิดทบทวน
1. เราใจดีกับเด็กมากเกินไปหรือเปล่า
2. อาจจะเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยอยากตื่นเช้าเพื่อมาเรียนหรือทำงาน แล้วบังเอิญว่าวันนั้นเด็กดันขีเกียจพร้อมกัน(อย่างฮา....)
และ 3. เด็กที่เราสอนบางคนทำตัวไม่น่ารัก แต่ที่สำคัญ เราต้องดูถึงความตั้งใจของเด็กที่มาเรียน เราต้องทำหน้าของเรากับเด็กที่เหลือให้ดีที่สุด แล้วค่อยหาวิธีจัดการกับเด็กที่ไม่มาเรียนในวันนั้น............
........วันนั้น ผมคงต้องขอบคุณพี่แอมป์มากๆที่ทำให้ผมได้ตาสว่าง.....ผมได้คำตอบแล้วครับพี่แอมป์......และผมก็สัญญากับตัวเองว่า...ทุกครั้งที่มีปัญกาเกิดขึ้น....ความเป็นครูของผม จะทำให้ผมได้ค้นหาหนทางแก้ไขเหล่านั้น ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และหวังเพียงว่า........
"เรือจ้างลำนี้ แม้จะใหม่ต่อการหัดแจว อาจจะยาก เหนื่อย และพบกับอุปสรรคมากมาย.... แต่ความฝันของคนแจวรออยู่ตรงหน้า ฝั่งฝัน....ที่จะพาเด็กผมๆของผมถึงฝั่งทุคนด้วยความปลอดภัย...อย่างสง่างาม"
ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณคุณครูทุกคนในชีวิตผมครับ ขอบคุณพี่แอมป์พี่สาวร่วมอุดมการณ์ที่ทำให้ผมมีวันนี้.....ถึงผมจะเป็นแค่เรือจ้าง...แต่ผมก็มุ่งมั่นที่จะเป็นเรือจ้างที่แข็งแรงต่อไปครับ......

มาทักทาย
มาทำความรู้จักและมาติดตามอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ
เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณยอดฉัตรนะครับ ที่ติดตามอ่าน ดีใจที่ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ ยินดีที่ได้รู้จักด้วยนะครับ แล้วจะเข้าไปทักทายในบล็อกครับ
ครูต่อ
เป็นกำลังใจให้อีกคนค๊าบบบบ
สู้ๆ อดทน กับสิ่งที่ตั้งใจไว้นะครับ
มุ่งมั่นและทำในสิ่งที่ตนเองรักนะ
โห... เห็นใจเหมือนกันนะครับ แต่อาจารย์ใหม่อาจจะเป็น
ผู้ที่นักศึกษาไม่ค่อยเกรงใจเพราะยังไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านนั้น
ดุ ไม่ดุ ใจดี สบายๆ หรือเฮี้ยบ แต่ในที ในความสุขุมลุ่มลึก
ยิ้มแบบโลกสดใสนั้น คาบต่อไปอาจจะลองให้นักศึกษาที่เข้า
ทำ pop quiz ดูว่าคาบที่แล้วสอนอะไรไปบ้าง ดีไม่ดีทำบ่อยๆ
อาจจะมีคนเริ่มเข้ามากขึ้นเรื่อยๆ และอาจทำให้พวกเขามีสมาธิ
ในการฟัง หรือไม่อาจจะให้มีการทดสอบเล็กๆ น้อยๆ หลังคาบ
เลยก็ดีนะ เคยเป็นนิสิตเจอแบบนี้ ไม่กล้าขาดเรียน หรือโดด
กับอาจารย์คนนี้อีกเลย ยังไงขอให้กำลังใจอีกทีนะครับ :-)
หวัดดีด้วยความซาบซึ้งใจมากจ๊ะน้องต่อ
พี่แอมป์รู้สึกขอบคุณที่สุดที่น้องต่อโทรฯหาในวันนั้น และที่ต้องขอบคุณยิ่งกว่า คือไม่ว่าพี่แอมป์จะพูดยืดยาวและวกวนสักเพียงไหน น้องต่อก็เข้าใจพี่แอมป์เสมอ พี่ดีใจที่สุดเลยที่ มืออาชีพตัวจริงในวงการ อย่างน้องต่อตัดสินใจมาเป็นครูสอนเด็กๆนิเทศศาสตร์ และมั่นใจว่าเด็กๆจะได้เรียนกับ “อาจารย์นิเทศศาสตร์”ที่รู้จริงในวิชาชีพ และ “มีความเป็นครูอย่างแท้จริง”
...ซึ่งนั่นเป็นโชคดีของเด็กๆอย่างที่สุด..
โอ้.. น้องต่อจำแม่นเหลือเกินจ๊ะ พี่อ่านทวนสามข้อข้างบนแล้วนั่งยิ้มชอบใจจริงๆ เพราะทุกข้อที่พี่บอกไป เป็นสิ่งที่พี่เจอมาและยังทำผิดๆพลาดๆไปนับครั้งไม่ถ้วนอย่างที่เล่าให้น้องฟัง ที่เขาว่า “ผิดเป็นครู” นั้น เห็นจะจริงแท้... : )
และ...จริงอย่างที่น้องต่อว่า “ตลอดเส้นทางของการแจวเรือ มันเหนื่อยและต้องเจอกับอุปสรรคมากมายพอสมควร” ...แต่พี่ก็มองเห็นอย่างที่น้องต่อบอกไว้.. “ทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น....ความเป็นครูของผม จะทำให้ผมได้ค้นหาหนทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์”
พี่จึงเชื่อมั่นว่าน้องต่อทำได้ และ“จะพาเด็กผมๆของผมถึงฝั่งทุกคนด้วยความปลอดภัย...อย่างสง่างาม” ดังที่น้องฝันไว้จริงๆ
ขอบคุณสำหรับประโยคประทับใจส่งท้ายบันทึกของน้องต่อประโยคนี้นะจ๊ะ พี่แอมป์รู้สึกยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้ร่วมงานกับมืออาชีพที่มีอุดมการณ์และมีความเป็นครูอย่างแท้จริง พี่รอที่จะได้ทำงานร่วมกับน้องต่อ พี่เชื่อว่าจะเป็นการทำงานที่มีความสุขมาก เพราะได้รู้จักตัวเป็นๆกันแล้วเป็นอย่างดี ...และพี่เชื่อว่าเรามีหัวใจแบบเดียวกัน : )
ขออนุญาตตู่เอาดื้อๆอย่างนี้เลยนะจ๊ะ : )
ซาบซึ้งและประทับใจมากค่ะ อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งเข้าใจในจิตวิญญาณของครู
ที่เป็นครูอย่างแท้จริง ซึ่งหาได้ยากยิ่งในวันนี้..ซึ่งคุณครูต่อ ก็คือหนึ่งในนั้น
ใช่ไหมล่ะ
ขอขอบคุณ พี่แอมป์อีกครั้งนะครับ ถ้าไม่ได้พี่วันนั้น ผมคงอกแตกตาย 5555
ขอบคุณ คุณ ยศครับ คุณ indy และคุณตา ที่ติดตาม และให้กำลังใจครับ
ครูต่อ