หัดเยอรมัน

Hola,ค่ะคุณหมอรวิวรรณ

Gracias สำหรับกำลังใจ คุณหมอคงเหนื่อยกับการดูแลผู้ป่วยมาก ครูต้อยติ่งให้เด็กได้ก็เพียงชี้แนวทาง ส่วนเด็กคือผู้เลือก จะมีปัญหาก็เฉพาะเด็กที่ไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ว่าอนาคตคืออะไร แต่อาชึพคุณหมอ นอกจากจะรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกายละภายนอกร่างกายที่ผิดจากความปกติ ครูต้อยเขียนให้มากความ เผื่อคุณหมอจะขำบ้าง ครูต้อยมีลูกสาวเพียง 1 คน (ขณะนี้อายุ 23 ปี กำลังเรียนป.โท ที่ ม.มหิดล ปีที่2 ภาคเรียนที่ 1 ค่ะ) ก็อยากจะเล่าเกี่ยวกับสุขภาพของครูต้อย ตอนนั้นครูต้อยตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน เคยถูกแพทย์วินิจฉัยว่าอาจติดเชื้อหัดเยอรมันเพราะนั่งรถไปสอนหนังสือกับคนขับที่เป็นหัดเยอรมัน ขณะนั้นการตรวจเชื้อหัดเยอรมันต้องใช้เวลา ถึง30 วัน ระหว่างนั้นคุณหมอธรรมนูญซึ่งครูต้อยฝากครรภ์กับท่าน ก็ให้กำลังใจ ท่านเล่าว่า เพื่อนหมอท่านหนึ่ง เคยตั้งครรภ์ และต้องดูแลผู้ป่วยที่เป็นหัดเยอรมัน คุณหมอก็เป็นหัดเยอรมันด้วย ซึ่งแพทย์ที่ดูแลบอกว่าจะมีผลกับสมองของทารก

และตรวจแน่ชัดว่าคุณหมอติดเชื้อหัดฯแน่ เด็กออกมาส่วนใหญ่จะพิการ แต่คุณหมอก็ไม่เอาเด็กออก สุดท้ายลูกของเพื่อนหมอที่คลอดออกมาก็ไม่เป็นไร ปลอดภัย แล้วคุณหมอก็ถามครูต้อยว่า ถ้าผลการวินิจฉัยทางการแพทย์ออกมาว่าคุณเป็นไข้หวัดเยอรมัน และเด็กในครรถ์คุณติดเชื้อ คุณจะทำอย่างไร ครูต้อยตอบทันที่ ก็จะเลี้ยงดูอย่างดี เวลาผ่านไปอย่างทรมานมาก แล้ววันฟังผลก็มาถึง สามีครูต้อยบอกว่า ให้ครูต้อยอยู่บ้าน เขาจะไปฟังเอง แต่ครูต้อยก็ขอไปฟังด้วย และผลก็ออกมาว่าครูต้อยโชคดีที่ไม่ติดเชื้อ แล้วครูต้อยก็มาวิเคราะห์ถึงความโชคดีของครอบครัวเราค่ะว่าอะไรทำให้เราโชคดี พิจารณาแล้วพบว่า เราใกล้ชิดคุณหมอมาก และทำตามคำแนะนำของคุณหมอทุกอย่าง ทำใจให้สบายฟังเพลงที่ชื่นชอบ ครูต้อยชอบเพลงประเภท เพลงลีลาศ แต่คุณหมอคะ ครูต้อยกลับซื้อเทปเพลงไทยเดิมให้ลูกฟัง อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ฟังเรื่องขำๆ จนคลอดลูก ลูกครูต้อยแข็งแรงมาก แต่ครูต้อยเลี้ยงไม่เป็น 16 วันลูกก็ท้องเสีย แล้วคุณหมอสมเกียรติ มยุระสาครที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ก็ดูแลจนลูกปลอดภัย เป็นอันว่าเรา 2 คนต้องหอบลูกเข้ากรุงเทพฯไปเลี้ยงลูกใกล้ๆคุณแม่ของครูต้อยค่ะ