สัญญา คือ คำสัตย์ที่ให้ไว้ระหว่างกันด้วยใจ การพูด หรือการเขียน

 

 

    

คนเราเมื่อมอบสิทธิอำนาจของตนบางอย่างหรือทั้งหมดในชีวิตจิตใจร่างกาย

ให้ผู้ใดไปนั้น  หมายถึงหวังว่าเขาจะดูแลคุ้มครองเราได้ และให้ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนแก่เรา

ให้เรามีความสุขตามอัตภาพ นั่นคือ พันธะผูกพันที่คู่กรณีทำต่อกัน รายคนหรือรายหมู่

เช่น หญิงชายตกลงแต่งงาน  พ่อแม่รับเลี้ยงเด็กเป็นลูกบุญธรรม  หรือนายจ้างรับคนเข้ามาทำงาน ฯลฯ

นั่นคือ  พันธะสัญญาต่าง ๆ  ในกรณีเดียวกัน  ในระบบการเลือกตั้งผู้แทนทางการเมือง

ในระบอบประชาธิปไตย 

     เมื่อประชาชนมอบอำนาจของตนให้รัฐแล้ว รัฐต้องมีหน้าที่ในการใช้อำนาจของรัฐเพื่ออำนวยประโยชน์ และก่อให้เกิดความมั่นคง ความผาสุกแก่ประชาชน ข้อความนี้หมายถึง ทฤษฎีสัญญาประชาคม 

 

ก่อนเลือกใดๆผู้สมัครจะต้องให้สัญญา หรือคำมั่นว่าเขาจะใช้อำนาจที่ได้

รับมอบไป  เพื่อทำการดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ของปวงชน  หลังการเลือกตั้งก็ต้องทำตามสัญญา

นั้น  คือทำหน้าที่ทุกๆอย่างเพื่ออำนวยประโยชน์ และก่อให้เกิดความมั่นคง ความผาสุกแก่ประชาชน

หากผิดสัญญาย่อมมีการทักท้วงโดยตัวแทนฝ่ายค้านทำหน้าที่ หากทำไม่ได้ ประชาชนก็มีสิทธิรวมตัว

เสนอข้อคิดเห็นต่อสื่อสาธารณชนได้ 

ผู้คนอาจจะลืมในสิ่งที่คุณได้พูด

อาจจะลืมในสิ่งที่คุณได้ทำ

แต่จะไม่เคยลืมว่าคุณได้เคยทำให้เขารู้สึกอย่างไร

      ดังนั้น จงอย่ารีรอที่จะทำให้เขามีความสุข

   หากคุณอยากร่ำรวย

   ลองนึกและนับสิ่งต่างๆ ทีคุณมีที่เงิน

   แต่มิอาจซื้อได้