ไปดีมีโชค อย่าตกโสก..อย่าตกอับ

เมื่อวาน   เป็นอีกวันที่ชาวกองกิจการนิสิต  ได้มีโอกาสรวมตัวกันเพื่อล่ำลาและแสดงความยินดีกับ น้องหนุ่ม  ธวัชชัย  พิษณุแสง  ซึ่งได้ลาออกไปเพื่อเข้ารับราชการตำรวจ

 

ผมและทีมงานพัฒนานิสิตเพียงไม่กี่คน  แอบคิดอยู่เงียบ ๆ  ว่าจะมอบอะไรให้กับเจ้าหนุ่มดี  ในขณะที่เบื้องต้นนั้น  ภาพรวมของหน่วยงานได้เตรียมนาฬิกาข้อมือเป็นของที่ระลึกให้กับเจ้าตัว

 

เพียงเพราะผมและทีมงานเป็นกลุ่มที่คิดนอกระบบอยู่เรื่อย  ผนวกกับเป็นคนที่ชอบใช้จินตนาการผสมผสานกับความรู้สึกภายในของตัวเองเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนชีวิต  เพียงมองตาก็รู้ใจได้ทันทีว่าเราจะมีอะไรเป็นพิเศษให้กับเจ้าหนุ่มดี

 

-         ที่สุดแล้ว  เราก็ลงมือตัดต่อวีดีทัศน์ฉบับ เจ้าหนุ่ม  อย่างเร่งด่วน  โดยมีคุณสุริยะ  สอนสุระ  (มือนวัตกรรมข้ามคืน)  อาสารับงานด่วนนี้ไป  ส่วนเจ้านุ  นั้นรับงานออกแบบปกวีดีทัศน์ไปทำ  ขณะที่เจ้านุ้ย. คนสูงยาวติดภารกิจดูแลคุณแม่ที่ไม่สบายอยู่ที่บ้านเกิด  จึงได้แต่ส่งแรงใจมาสมทบ

-         ส่วนผมนั้น  งานนี้ไม่เอาเปรียบลูกน้องแม้แต่น้อย  แต่ขันอาสาคัดภาพและค้นภาพต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  คิดคำเปรยบนปกวีดีทัศน์  รวมถึงการขอแรงน้องตี๋มาช่วยถ่ายวีดีทัศน์แบบเร่งด่วน  (ซึ่งเจ้าตัวก็มาร่วมแรงโดยฉับไว..ราวกามมิตหนุ่ม)   
 

-         ไม่เพียงเท่านั้น  ผมและทีมงานพัฒนานิสิต  ยังโทรหาน้องนิสิตอย่างเร่งด่วนให้มาช่วยเขียนภาพล้อเลียน  เพื่อส่งมอบเป็นของที่ระลึก  โดยกำหนดกรอบแนวคิดเป็นเรื่อง ตรวจจับวินัยจราจร  ซึ่งเป็นงานที่เจ้าหนุ่มรับผิดชอบโดยตรง  และภาพนั้นก็ให้เสนอในมุมที่ว่า มีผม  ยะ  นุ  และนุ้ย  นั่งบนรถจักรยานยนต์  แล้วมีเจ้าหนุ่มยืนโบกตรวจจับเรื่องวินัยจราจร !

 

การทำงานแบบเร่งด่วนเช่นนี้  เป็นงานหนักแต่เต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่  เพราะทั้งปวงนั้น  ถูกขับส่งมาจากความรู้สึกอันดีงามที่อยากทำให้กับคนที่เรารักและผูกพัน

 

ครั้นพอถึงเวลาของการล่ำลากันอย่างเป็นทางการนั้น ...
ผมก็ขึ้นฉากในห้องประชุมด้วยแนวคิดที่ผมสื่อออกมาว่า 
“2 ปี  11  เดือน23  วัน... ความทรงจำไม่รู้จบ  พร้อม ๆ กับวาทกรรมแห่งการอวยพรในภาษาถิ่นอีสานว่า ไปดีมีโชค  อย่าตกโสก..อย่าตกอับ   และอีกวาทกรรมหนึ่งที่ผมนำมาบอกกล่าวแทนความรู้สึกของชาวพฤหัสสกัดความรู้ว่า กินข้าวฮวมพา  กินปลาฮวมปิ้ง 

 

 

ในตอนท้ายของการล่ำลาอย่างเป็นทางการนั้น  ผมถือโอกาสเชื้อเชิญทุกคนร่วมเลี้ยงส่งเจ้าหนุ่มอย่างเป็นกันเองในช่วงเย็น ๆ  ของวันนี้  ซึ่งเบื้องต้นเจ้าก้องและเจ้เจี๊ยบเป็นหัวเรือใหญ่ประสานสิบทิศไว้อย่างลงตัวแล้ว

 

และในคืนนั้น  ผมก็ถือโอกาสนำบันทึกในบล็อกที่เกี่ยวกับเรื่องราวของ เจ้าหนุ่มในวิถีกิจกรรม  มารวมเป็นเล่มส่งมอบจากใจของผมและเพื่อนชีวิตให้กับเจ้าตัว  เพื่อฝากเป็นความทรงจำอันไม่รู้จบติดตัวไปกับเขาเอง

 

นี่เป็นอีกครั้งที่ผมพูดได้อย่างเต็มปากว่า เสียดาย ..แต่ไม่เสียใจ.....
และ “2 ปี  11  เดือน23  วัน"  กับการทำงานด้านกฎหมายและวินัยนิสิตนั้น  ต้องถือได้ว่า  เจ้าหนุ่ม  ได้สร้างเรื่องราวอันดีงามไว้ให้เราได้กล่าวถึงอย่างไม่รู้จบ

สำหรับผมแล้ว... บอกตามตรงเลยว่า  ...
ดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับเขา..
ดีใจที่เคยเป็นหัวหน้าเขา 
เสียดายก็แต่ ยังไม่มีโอกาสเป็น "ลูกน้อง"  เขาเท่านั้นเอง - 

 

โชคดี ..
และโชคดี เสมอไป นะน้องรัก
!