วัด Rumtek   (  สาย Kagyu  )

วัดนี้เป็นวัดใหญ่ที่สุดของสิกขิม และมีความสำคัญมาก เพราะเคยเป็นที่ประทับขององค์ Karmapa ที่ 16  ประมุขของพุทธวัชรยานสาย Kagyu  และที่นี่มีสถูปบรรจุพระธาตุขององค์karmapa ที่ 16 ด้วย

 

Karmapa ที่ 16

องค์ karmapa ที่ 16  เคยไปยังอเมริกา  มีผู้กล่าวว่าไปตามคำเชิญของท่านเชอร์เตียม ตรุงปะ รินโปเช   และท่านยังเดินทางไปยังประเทศทางตะวันตกอีกหลายประเทศ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ท่านล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง  และเสียชีวิตที่อเมริกา  มีกล่าวในหนังสือว่า เหตุการณ์ช่วงที่ท่านล้มป่วยและอยู่ในโรงพยาบาลนั้น มีเรื่องราวแปลกประหลาดหลายอย่างเกี่ยวกับตัวท่านที่ทำให้บรรดาแพทย์ชาวอเมริกันผู้รักษาต่างงุนงงสังสัยมาก   หลังการละสังขาร บรรดาลูกศิษย์ได้นำร่างของท่านกลับมายังสิกขิม และมาทำพิธีที่นี่  ในวันนั้นเกิดสายรุ้งพาดผ่านขอบฟ้า และมีผู้บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ด้วยกล้องวิดีโอ

หลังจากนั้นก็มีเรื่องราวกล่าวถึง องค์ Karmapa ที่ 17 ซึ่งกล่าวกันว่าท่านคือ องค์ Karmapa ที่ 16 มาเกิดใหม่  แต่ปัจจุบันองค์Karmapa ที่ 17 ลี้ภัยอยู่ที่ธรรมศาลา กับท่านดาไล  ลามะ

 Karmapa ที่ 17

ที่จริงแล้ววัด Rumtek เป็นวัดที่ประทับขององค์ Karmapa ที่ 16 สาย Kagyu โดยหลังจากที่ธิเบตแตก ท่านลี้ภัยมาอยู่ที่นี่  แต่ปัจจุบันวัดนี้มีทหารอินเดียเฝ้าอยู่ แต่ตัวองค์ Karmapa ที่ 17  ซึ่งมีผู้รับรองว่าคือองค์ Karmapa ที่ 16 มาเกิดใหม่ อยู่ที่ธรรมศาลา

 

 

วัด Phodong ( สาย Kagyu )

วัดนี้กล่าวว่า เป็นวัดแรกของสาย Kagyu ที่เริ่มมีการสร้างขึ้นในสิกขิม มีความเก่าแก่และเป็นวัดที่สวยงามอย่างมาก  หนังสือบางเล่มกล่าวว่าสวยงามที่สุด  

ที่วัดแห่งนี้ข้าพเจ้าพบเหตุการณ์ประหลาดอย่างหนึ่ง  นั่นคือเมื่อเข้าไปในตัววิหารของวัด  และขณะที่กำลังก้มลงกราบพระพุทธรูป  พอกราบครบสามครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็รู้สึกว่าเหมือนกำลังเข้าสู่การนั่งสมาธิโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ และไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  เป็นอาการที่เกิดขึ้นคล้ายๆกับตอนที่เดินเข้าไปในส่วนวิหารของวัดจอมทอง ที่เชียงใหม่ นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก  จนข้าพเจ้าต้องถามกัลยาณมิตรที่ไปด้วยกันว่า วัดนี้มีความสำคัญอย่างไร และมีความเป็นมาอย่างไร พอกลับมาเมืองไทยก็มีข้อมูลเกี่ยวกับวัดนี้ไม่มากนัก   โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวที่ไปสิกขิม ให้ความสำคัญกับวัด Rumtek มากกว่า 

 

วัด Labrang ( สาย Nyingma )

วัดนี้อยู่ไม่ห่างจากวัด Phodong มากนัก และสร้างภายหลังวัด Phodong ประมาณ 100 ปี  วันที่เราไปนั้น เป็นโอกาสดีที่ทางวัดเปิดส่วนวิหารไว้ให้เราเข้าไปชมได้ เพราะโดยปกติจะเปิดปีละไม่กี่ครั้ง แต่ช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่าจะมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของสิกขิมแวะมาเยี่ยมชมวัด  เราเลยได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมด้วย กัลยาณมิตรของข้าพเจ้าท่านหนึ่งชอบวัดนี้มาก

 

หมายเหตุ  ภาพจากกัลยาณมิตรร่วมทาง Sikkim Trip