ความประมาทยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของเหตุการณ์แบบนี้

ครั้งที่แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กันยายน ผมเพิ่งจะเล่าถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องครัว  ซึ่งเกิดจากความประมาทที่เด็กรับใช้ที่บ้านตั้งกะทะทอดกระดูกหมูทิ้งไว้  ในวันนี้คือวันศุกร์ที่ 12 กันยายน  ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 สัปดาห์ของเหตุการณ์ดังกล่าว  เหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆ กันได้เกิดขึ้นกับผมอีก  ซึ่ง "ความประมาท ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของเหตุการณ์แบบนี้"  กล่าวคือ  ในวันนี้ผมได้ไปทานหม้อร้อนบุฟเฟต์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งกับพี่ทหารอากาศขนาดยักษ์  ลักษณะเป็นหม้อใส่น้ำตั้งบนเตาไฟฟ้า  ซึ่งเตาไฟฟ้านี้เป็นเตาแบบใหม่ไม่มีเปลวไฟ  โดยผมกับพี่ทหารอากาศฯ เป็นคนที่มีรสนิยมเหมือนกันในเรื่องความสุขในการรับประทาน  คือเมื่อเราได้โต๊ะนั่งและดำเนินการทางธุรการเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เราก็รีบเดินไปตักอาหารมาปรุงและรับประทานกันไปคุยกันไปอย่างเอร็ดอร่อยและสนุกสนาน  ต่อจากนั้นเราก็เดินไปตัก..ตัก..และตัก...กันอีกหลายรอบ (เด็กในร้านบุฟเฟ่ต์แอบมาถ่ายรูปเรา    คาดว่าคงจะเอาไปติดหน้าร้านห้ามไอ้สองคนนี้เข้ามากินอีกแหงๆ)  โดยในรอบหลังๆ เป็นอาหารที่ไม่ต้องปรุงในหม้อน้ำร้อนแล้ว  เราทานกันไปคุยกันไปจนกระทั่งผมได้กลิ่นไหม้  เหลือบไปดูปรากฏว่าน้ำในหม้อแห้งหมด  อาหารที่ทานไม่หมดที่อยู่ในหม้อไหม้เกรียมส่งทั้งกลิ่นและควันออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร  และเนื่องจากผมเพิ่งเจอเหตุการณ์ไฟไหม้ครัวที่บ้านมาหมาดๆ  พิจารณาดูลักษณะการไหม้อย่างรวดเร็วเห็นว่าในหม้อไม่มีน้ำมัน  จึงหยิบเอาน้ำดื่มใส่น้ำแข็งของผมราดลงไป  แล้วพี่ทหารอากาศฯก็รีบปิดสวิทช์เตาไฟฟ้า  เหตุการณ์ก็สงบ   อย่างไรก็ดีหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในตอนที่เราสองคนกำลังลุกไปตักอาหารอยู่ละก็คงจะจบไม่สวยแบบนี้  ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เราก็มาสรุปกันได้ว่า  ถึงจะเป็นเตาไฟฟ้าที่ไม่มีเปลวไฟ ก็ยังสามารถทำให้เกิดอัคคีภัยได้  และสมควรอย่างยิ่งที่ผมควรจะเล่าเรื่อง "โชคดีแบบนี้อาจไม่มีอีก ภาค 2" มาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้ครับ