วันที่สองรู้สึกว่าสนุกและเหนื่อยจริงๆ

บันทึกการเดินทางวันที่สอง 5/9/51

 

            วันนี้ตื่นสายนิดหน่อย เนื่องมาจากอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามวันข้ามคืน  (แต่ใจยังสู้นะครับ) ข้าพเจ้ารีบอาบน้ำ และลงมารับประทานอาหารเช้าเป็นบุพเฟ่ของโรงแรม รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้ถูกปาก และอร่อยที่สุดเท่ที่เข้ามาเยือนทีเวียงจันทน์ เพราะมื้ออื่นๆรู้สึกว่ารสชาดไม่ค่อยอร่อยมากนัก หรืออาจจะเป็ฯเพราะว่าข้าพเจ้ากินยากมั้ง เสร็จแล้วเรารีบเดินทางไปกระทรวงแรงงานของสปป.ลาว พอมาถึงก็ได้เห็นตึกประมาณ 5 ชั้น ซึ่งสวยงามและตั้งอยู่เด่นตระหง่านมาก เป็นตึกทรงโบราณ ศิลปะออกทางจีนผสมฝรั่ง ดูทึบๆ มีปีกข้างซ้ายและข้างขวา เหมือนกับบ้านเจ้าสัวคนจีนที่ผมเคยเห็นแถวๆบ้านผมที่สระบุรีเลย แต่ตัวตึกที่กระทรวงนี้ดูทรุดโทรมไปมากตามสภาพและกาลเวลา ซึ่งจากการเดินทางในนครหลวงเวียงจันทน์นี้ ค่อนข้างจะเห็นได้ชัดว่า สปป.ลาวนั้นกำลังพัฒนาบ้านเมืองเป็นอันมาก มีการก่อสร้าง ตึกและบ้านเรือนมากแห่ง ดูแล้วก็จะว่าดีก็ดี หรือจะว่าไม่ดีก็ไม่ดีนะครับ แต่ก็อย่างว่าแหล่ะนะครับ คนเราต้องพัฒนา และประเทศชาติก็ต้องพัฒนาจะให้หยุดอยู่กับที่ได้อย่างไร แต่ก็ควรที่จะไม่ละทิ้งประเพณีที่ดีงาม ควรจะรักษาเอาไว้

จากนั้นเราขึ้นไปรับฟังการบรรยายจากวิทยากรของกระทรวงแรงงานที่ชั้น 4

ไกด์บอกว่าวันนี้วันศุกร์ ธงขึ้น วันจันทร์ 8 โมงเช้า ธงลงวันศุกร์ ตอน 3 โมงเย็น

เจ้าหน้าที่นี่ต้อนรับคณะพวกเราเป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจมาก การบรรยายแสดงถึงการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี แม้จะมีบางคำไม่เข้าใจ แต่ก็ส่วนมากจับใจความได้

            จากนั้นเดินทางไปยังศาลประชาชนสูงสุด สปป.ลาว เมื่อไปถึงข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจยิ่งนัก เมื่อดูแล้ว การดุงานตามสถานที่ต่างๆ ตามโครงการนี้ มีที่นี่ครับ ที่แสดงออกถึงการให้เกียรติกับคณะเดินทางเป็นอย่างมาก เมื่อไปถึง ก็มีพนักงานต้อนรับ ยืนเข้าแถวเป็นแนวตั้งแต่ประตูทางเข้าตัวอาคาร และก็มีพนักงานสาวสวยยื่นถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เตรียมมอบให้แด่อาจารย์พันธุ์ทิพย์

ดูแล้วเป็นพิธีการมากๆเลย แต่มีเรื่องที่น่าตลกนิดหน่อยก็คือ พวกเราดินไปถึงก่อนอ.แหววเสียอีก...อิอิ ก็ไม่เข้าไป ก็ยืนเรียงแถวต่อออกมานอกตัวอาคารศาล (อ.นี่เป็นบุคคลสำคัญจริงๆนะเนี่ย) แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดีเราเดินขึ้นไปห้องประชุมชั้น 4 ซึ่งผู้พิพากษาที่เป็นวิทยากรทั้ง 4 ท่านก็ได้มีการเตรียมการบรรยายไว้เป็นอย่างดี และมีความเป้นกันเองมากในระดับหนึ่ง เมื่อบรรยายเสร็จก็ถ่ายรูปร่วมกัน ซึ่งแบบบว่าท่านคงจะงงสักนิดว่า ทำไมคนไทยนี่บ้ากล้องกันจริง ทุกคนมีกล้อง และทุกคนชอบถ่ายรูป หมายถึง ถือกล้องถ่ายเอง และชอบที่จะอยู่ในกล้องด้วย แบบว่าดาราหน้ากล้องตลอด หลายรูป หลายท่า หลายมุม ท่านนคงจะวิงเวียนไปตามๆกันเสียกระมัง

            จากนั้นเราไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารของสนามบิน อาหารอร่อยมากมาย กินไม่อั้นเลย เพราะว่าตุนไว้ เนื่องจากว่า อาหรมื้ออื่นๆ ข้าพเจ้ากินไม่ค่อยจะถูกปากมากนัก จึงตุนไว้เผื่อตอนเย็น

 

และต่อมาเข้าชมบริษัทซีพี.ลาว และเข้ารับฟังบรรยาย อาคารเป็นตึกแถว 2 คูหา ข้างล่างเปิดโลง เป้นที่คัดแยกไข่ แต่ข้างบนเป็นห้องประชุม

            จากนั้นเราก็เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตเราคุยกับท่านทูต จนเลยเวลาและเย็นมาก

ดังนั้น เราจึงมีเวลาถ่ายรูปที่ประตูชัยไม่มากนัก แต่ก็ได้รูปสวยงามเยอะแยะเลย

จากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหารกันที่ร้าน...

จากนั้นก็กลับโรงแรมแล้วเราก็เดินเที่ยวในเมืองเวียงจันทน์ และก็ไปเซ็นเตอร์พอยท์ที่ลาวด้วย เขาขายน้ำหวาน น้ำเต้าหู้ ส้มตำ ไม่มีแอลกอฮอล์เลยอ่ะครับ

เข้านอน