บันทึกการเดินทางวันที่สุดท้าย 7/9/51
วันนี้ตื่นสายมากๆเลยเนื่องจากว่าเมื่อคืนนอนดึกมาก เพราะว่า...อิอิอิ เราไปเที่ยวผับข้างหลังโรงแรมกันครับ
เช้านี้การดูงานเราแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปดูงานที่บ้านนา ซึ่งไกลมาก และออกไปกันแต่เช้า
ส่วนข้าพเจ้าตัดสินใจที่จะอยู่ในเวียงจันทน์ เนื่องจากว่าอยากชมพิพิทธภัณฑ์และวัดวาอาราม รวมทั้งศิลปะในเมืองมากกว่า (เรื่องของเรื่องคือ เดินทางไม่ไหวและตื่นไม่ไหวด้วย) เราเดินทางออกจากโรงแรมไปยังหอพระแก้ว ซึ่งสวยงามมาก และข้ามฝั่งไปไหว้พระวัดสระเกศ ซึ่งเป็นวัดที่มีศิลปสวยงามมากและไม่ถูกทำลาย มีพระเยอะมาก อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันคือความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ตรงกันข้ามเป็นหอคำ เราแอบถ่ายรูปไว้ด้วย แต่ไม่ได้เข้าไป เพราะปิด
จากนั้นคณะเดินทางไปยังวัดเจ้าแม่ศรีเมืองมีตำนานว่าเจ้าแม่ศรีเมืองเป็นสตรี สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ข้อมูลของตำนานมีมากคงต้องอ่านในเน็ตเอานะครับ ไม่ขออธิบายต่อไป ที่วัดนี้มีนกลักษณะรูปร่างแปลกๆตัวใหญ่ๆ ผมไหว้พระเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมาเสี่ยงเซียมซีเป็นภาษาลาว รู้สึกว่าแม่นมากๆ จริง และน่าเหลือเชื่อ แต่เสียดายที่ไม่ได้นำเอาใบเซียมซีกลับมาด้วย
จากนั้นเดินทางไปที่ตลาดจีน ของขายที่นี่ส่วนใหญ่เป็นของที่นำเข้ามาจากประเทศจีน และประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่เป็นของจากประเทศจีน ต่อราคาครึ่งต่อครึ่งแต่ต้องมีวาทะศิลป์ในการต่อรองราคาด้วย ของที่ขึ้นชื่อที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกระเป๋า ผ้าไหมจากจีน และค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป
แล้วคณะเราก็เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านขอบใจเด้อ เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของลาวเลยนะครับ เรากินกันอิ่มหนำสำราญ แล้วอีกคณะหนึ่งก็มาสมทบกันทีหลัง Enjoy eating กันมาก
จากนั้นก็มาที่ตลาดเช้าที่นีดูคึกคักมาเป็นพิเศษ มีซีดีขายด้วย ซึ่งที่นี่เป้นแหล่งเลยสำหรับซีดีราคาถูก คนจึงนิยมมาซื้อที่นี่ และคนไทยก็เช่นกัน ซื้อกลับไปเมืองไทยเยอะเลย ละรยอดนิยม และทำเป็นซีดีที่มียอดขายสูงสุดก็คือ เรื่อง สังข์ทอง
สินค้าที่ขายในที่นี่ส่วนใหญ่ เป้ฯสินค้าที่มาจากประเทศจีน และเวียดนาม ซึ่งของที่มาจากประเทศเวียดนามนั้น ดูออกจะแปลกตาแปลกใจ ของแปลกๆ สวยงามก็มีมาก ติดกันเป้นห้างสรรพสินค้า ก็เหมือนกับที่เมืองไทยมาก และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...เราเจอดาราครับผม อเล็กแซนดร้า ...น่ารักมากมายครับ
พวกเราก็ตระเวนซื้อข้าวของกันจนจุใจ จนใกล้ถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านเสียที
อาจารย์ ครูนิด พี่โตม พี่อ๋อยแยกตัวไปนั่งเครื่องบินกลับประเทศไทย ส่วนพวกเรานั้นก็นั่งรถทัวร์แล้วข้ามด่านที่หนองคาย เราแวะพักที่ด่าน ซื้อของฝากกันอีก จากนั้นก็กลับเข้ามาในประเทศไทย เปลี่ยนรถเป็นรถตู้ และรับประทานอาหารที่หนองคาย อะไรกันนี่...การเดินทางของเราสิ้นสุดลงแล้วหรือ ผแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่ากาลเวลาแห่งความสุขของผม และการเดินทางข้ามประเทศของผมครั้งแรกจะผ่านไปอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่ก็ไม่เสียใจนะครับ เพราะว่าคุ้มค่ามากๆเลย เราได้รับความรู้และประสบการณ์เป็นอันมาก สิ่งที่ข้าพเจ้าเก็บไว้ก็คือความทรงจำ และภาพอันซึ้งตรึงดวงจิต รอยยิ้มของชาวลาว ความโอบอ้อมเอื้อารีย์ นับว่าการเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆ เป้นความทรงจำอันน่าประทับใจยิ่ง ใจหายนิดๆที่จบเร็วไป แต่ก็คิดไว้ว่าถ้ามีโอกาส จะข้ามมาอีก เหมือนโดนมนต์เสน่ห์แห่งเวียงจันทน์เสียแล้วเรา
การเดินทางครั้งนี้เราได้รับความรู้มากมาย เหนื่อยมากๆด้วย ตารางแน่นเอี๊ยด เที่ยวก็น้อยมาก แทบจะไม่ได้ไปไหนเลย แต่ก็คุ้มค่ากับชีวิตครับผม
กว่าจะเขียนบันทึกได้จบก็รู้สึกง่วงนอนมากๆเลย กว่าจะเอาขึ้นบล็อกก็ขี้เกียจมากๆ...อิอิ
อันที่จริงบันทึกการเดินทางครั้งนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก เพราะว่าเขียนไม่ไหวจริงๆ อยากจะพรรณาให้เห้นภาพมากๆ แต่ก็นะ คนนิสัยไม่ดีอย่างนี้....อิอิ ช่างเหอะครับ เอาไว้ให้ไปดูด้วยตาของตัวเองดีกว่านะครับ แล้วคุณจะติดใจ
สงสัยว่าการเดินทางคงจะต้องจบเท่านี้จริงๆนะครับ เพราะว่าง่วงมากแล้ว แต่ว่าความประทับใจยังตราตรึงในหัวใจไม่หาย เมื่อนึกถึงการเดินทางครั้งนี้ทีไร ใบหน้าของผมจะต้องเปื้อนด้วยรอยยิ้มทุกที
ลาก่อนนะเวียงจันทน์แล้วฉันจะคิดถึงเธอ