วันที่ ๙ ก.ย. ๕๑ ไปร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร NECTEC ไปได้คำมาคำหนึ่งคือ Creative Industry / Creative Economy   เขาเล่าว่า ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ มาบรรยาย และบอกว่าโอกาสแข่งขันของประเทศแบบไทยต้องเน้นที่ Creative Industry   ซึ่งประกอบด้วย Advertising, Architecture, Arts and Antique markets, Crafts, design, Designer Fashion, Film, Interactive Softwear (particularly gaming software), Music, Television and Radio, Performing Arts, Publishing and Software.

          ผมว่า แนวคิดก็คือต้องสร้างศักยภาพของบุคคล และของสังคม    ให้ดึงเอาความริเริ่มสร้างสรรค์ออกมาทำมาหากินเกิดรายได้   เป็นมุมมองอีกแบบหนึ่งของสังคมอุดมปัญญา (Wisdom-Based Society) นั่นเอง

วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ย. ๕๑