อยากเล่าถึงเรื่องเศร้าเรื่องหนึ่ง ซึ่งอยากให้คนที่ทำงานอยู่กับชุมชนรับรู้ ตอนเช้ามาทำงานตามปกติ พอสักพักนึง อสม.ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับพวกเราอยู่มาหา มาถามหาหลานสาว ว่ามาถึงร.พ.หรือยัง อยู่ตรงจุดไหนของโรงพยาบาล พวกเราก้องง เลยถามรายละเอียด พี่เค้าเล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนเช้า ตี 5 น้องสาวกับน้องเขยไปกรีดยาง ปล่อยให้ลูกสาว 2 คนอยู่บ้านมีชายแปลกหน้ามาหาที่บ้านถามหาว่าบ้าน อบต.หรือเปล่า พี่สาวบอกว่า เปล่า ก้อมีเสียงสวนกลับว่า โกหก แล้วถามว่าเรียนอยู่ชั้นไหนแล้วพี่สาวบอกว่า ป.6 มัน (ขออนุญาตใช้คำว่า มัน) มันบอกว่า โกหก แล้ว 2 คนพี่น้องปิดประตูเข้าบ้าน มันก้องัดหน้าต่างตามเข้าไป พี่สาวกำลังรีดผ้า มันเอามีดจี้และบังคับพาพี่สาวออกไปกับมัน น้องสาวตกใจร้องไห้ แต่คนใกล้บ้านไม่มีใครได้ยิน มันพาพี่สาวซึ่งอยู่แค่ม.1 ไปทำมิดีมิร้าย และในที่สุดก้อวิ่งหนีมาได้ และร้องให้คนช่วย มีคนเห็นมันเดินนุ่งกางเกงในตัวเดียว เอากางเกงยีนส์พาดบ่า เดินหายไปในละแวกบ้านแถวนั้น ชาวบ้านช่วยกันตามหา มัน ซึ่งเป็นคนแต่ใจเป็นสัตว์ แต่หาไม่เจอ เหยื่อถูกนำมาตรวจร่างกาย ให้คำปรึกษาที่ ร.พ.ส่วนมันถูกตำรวจจับได้ในที่ซึ่งนอกตำบลไปแล้ว มันไปนอนสบายใจอยู่ที่นั่นห่าจาก หมู่บ้านไปเป็น 10 กม. ในขณะที่ชาวบ้านล้อมจับมันอยู่ที่หมู่บ้าน
ที่มา มัน เป็นอาชญากร ที่ ข่มขืนมาแล้วหลายคดี ถูกจับแต่ก้อโดนปล่อยตัวมา เพราะเจ้าทุกข์ไม่กล้าชี้ตัว
มัน เป็นคนนอกหมู่บ้าน มาอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างไร รู้ข้อมูลของเหยื่อได้อย่างไร
มันหนีออกไปจากหมู่บ้านได้อย่างไร
แล้วคำตอบ ก้อคือ มันมากับญาติของคนที่สมัคร ผู้ใหญ่บ้านและแพ้ มาวนเวียนอยู่ตั้งแต่วันเลือกตั้งอบต. ก่อนหน้าเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านประมาณ 10 วัน และพ่อของเหยื่อก้อคือ อบต.หนุ่มคนใหม่ไฟแรง และไม่ทราบได้ว่าคนที่แพ้เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน กับ สอบต.คนใหม่มีสัญญาใจกันไว้อย่างไร แต่ผู้รับชะตากรรมของการเมือง คือเด็กที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา และเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต
คำถามต่อไปคือ สถานการณ์ในชุมชนเป็นแบบนี้ เราจะเอาเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ เข้าไปแทรกได้อย่างไร