งานวิจัย Suicide
เป็นเรื่องของการพัฒนางานประจำที่มีข้อมูลอยู่แล้ว ต่อยอดจากที่น้องหนุ่ย-สุภาพร จันทร์สามทำไว้แล้ว
อันดับแรก----> นำ Data มาจัดกระทำก่อน มาดู มาพิจารณา (อย่านั่งทับหรือนั่งกอดข้อมูลที่มีอยู่) จากการเก็บสถิติ พบว่า
- อาการวิตกกังวล
- ภาวะความเครียด
- ภาวะซึมเศร้า
มีพบร่วมด้วยในผู้ป่วย ข้าพเจ้าจึงครุ่นคิดต่อไปว่า... เอ๊ะ! สามสภาวะนี้น่าจะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน... อยากรู้ต่อไปอีกว่า หากว่าในคนที่มีอาการหนึ่งในสามอาการนี้ หรือ...ทั้งสามอาการนี้น่าจะสามารถทำนายการเกิดความคิดการฆ่าตัวตาย (Suicide Idea) ได้มากน้อยเพียงใด เพื่อว่าหากผู้ป่วยที่มีอาการหนึ่งในสามอย่างเหล่านี้เราน่าจะไปช่วยได้ในกระบวนการป้องกันเพื่อให้การดำเนินโรคเป็นไปมากกว่าเดิม
คำถามที่นำไปสู่การวิจัย...
อยากจะรู้ว่า สามสภาวะนี้ มีความสัมพันธ์กันในระดับใด และมากน้อยเพียงใด
แนวโน้มส่งผลต่อการเกิดความคิดฆ่าตัวตายหรือไม่ และอย่างไร ...
รูปแบบการวิจัยนี้...ที่น่าจะตอบคำถามได้ก็เป็น...เป็นการศึกษาความสัมพันธ์
นอกจากนี้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วจากการทำงานทางด้าน suicide ของน้องหนุ่ย – สุภาพร จันทร์สาม... ก็คือ ข้อมูลที่ผู้ป่วยฆ่าตัวตายสำเร็จ และกระทำไม่สำเร็จ... ลองศึกษาย้อนหลังดูไปสิว่า ทำไม...ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จนั้น หรือไม่สำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยอะไร แต่ละรายคล้ายกันหรือไม่ หากตอบคำถามนี้ รูปแบบการวิจัยน่าจะเป็นไปในลักษณะการศึกษาย้อนหลัง หรือ Retrospective …
เมื่อได้ข้อมูลแล้ว นำไปสู่การจัดรูปแบบที่เหมาะและตรงต่อสภาพบริบทของคนในพื้นที่ยโสธร ซึ่งการศึกษาพัฒนาเพื่อยกระดับงานวิจัยนี้น่าจะเป็นไปในรูปแบบ action research… ต่อไป
-----------------------------
ผมเห้นด้วยนะ ว่า หลายคนมีตัวเลข มีสถิติในมือเป็นตั้้งๆ แต่กลับมองมันเป็นแค่ ตัวเลข กับ กองเอกสาร เลยทำให้พลาดการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ ไปอย่า่งน่าเสียดาย