จากรายงานของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่า คนไทย ฆ่าตัวตายจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำวันละ ไม่น้อยกว่า 5 คน ดังตัวอย่างบางรายที่ ฆ่าตัวตายสำเร็จ เช่น
1. อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ท่านหนึ่ง ใช้อาวุธปืนยิงตัวตายคาห้องน้ำ บนโรงพัก บางเขน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เพราะเป็นหนี้สิน 40 ล้านบาท เนื่องจากประสบ ความล้มเหลวในการบริหารงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
2. วันที่ 12 สิงหาคม นายทงฮั้ว อายุ 60 ปีใช้มีดโกนปาดคอตัวเองอยู่ในห้องพักชั้น 4 โรงแรมไทเปถนนมิตรสัมพันธ์ แขวงและเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายกรุงเทพฯ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน ขาดใจตายเสียก่อน
สาเหตุที่นายทงฮั้ว ทำเช่นนั้น เพราะธุรกิจล้มละลาย
3. วันที่ 20 สิงหาคม ที่อำเภอเมืองอุดรธานี จ.ส.ต. (หญิง) นฤชล อายุ 38ปีได้ดื่มยาฆ่าแมลง ฆ่าตัวตาย พร้อมทั้งนำยาฆ่าแมลงผสมลงในโอวัลตินให้กับลูกๆวัย 12 และ 9 ขวบ กินด้วยผลก็คือ แม่ตายลูกรอดกลายเป็นเด็กกำพร้า สาเหตุมาจาก จ.ส.ต. (หญิง)นฤชล ทำธุรกิจรถบรรทุกสิบล้อไม่มีเงินส่งค่างวดจนรถสิบล้อถูกยึด ธุรกิจล้มละลาย หนี้สินรุงรัง ขณะที่ พ.ต.อ. ปัญญา ผู้กำกับการหัวหน้าตำรวจ สภ.อ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่าในเดือนในเดือนสิงหาคม มีคนฆ่าตัวตายจากเศรษฐกิจตกต่ำ 7 ราย โดยนายเสกสรร พนักงานธนาคารกรุงไทย ฆ่าตัวตายพร้อมครอบครัวเป็นรายแรก
4. วันที่ 22 สิงหาคม นายสมบัติ อายุ 36 ปี ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองและ นางจวนอายุ 39 ปี ภรรยาที่ตั้งครรภ์เสียชีวิตในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี สาเหตุมาจากเป็นโรคเอดส์และเศรษฐกิจฝืดเคืองจนไม่มีปัญญาเลี้ยงครอบครัว
5. ที่จังหวัดแพร่ 1 ตุลาคม 2540 นางโสภา อายุ 40 ปี นอนตายอยู่หน้า ร.ร.อนุบาลแห่งหนึ่ง โดยมีขวดยาแลนเนท ตั้งอยู่ข้างศพพร้อมแก้วน้ำ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภอ. อ.เมืองแพร่ ทราบว่า นางโสภา เป็นอาจารย์ 2 สอนอยู่ที่ ร.ร.อนุบาลแห่งหนึ่ง ชั้น ป. 1/6 จากจดหมายที่พบ เขียนถึงความไม่สบายใจ ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด ต้องแบกภาระเลี้ยงบุตร 2 คน หลังจากสามีเสียชีวิตไปแล้ว ประกอบกับสามีทิ้งหนี้ไว้อีกกว่า 1 แสนบาท
นอกจากนี้ ในปัจจุบันคนไทยอายุประมาณ 10-50 ปี นิยมฆ่าตัวตายแปลก ๆ ใหม่ ๆ ซึ่งได้ตัวอย่างมาจากต่างประเทศ เช่น โดดตึกตาย โดดน้ำตาย ผิดหวังเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ฆ่าตัวตาย คิดว่าบุคคลที่ฆ่าตัวตายนั้นขาดที่พึ่งทางด้านจิตใจเป็นอย่างมาก
แต่ก็ปรากฏว่ามีบางคนที่ถูกภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จนทำให้ธุรกิจพังพินาศ แล้วไม่คิด หาทางออกโดยการฆ่าตัวตาย ยังมองเห็นว่าหนทางข้างหน้ายังไม่มืดมนและสิ้นหวังแต่อย่างใด ยังมองเห็นว่าความสำเร็จอยู่ข้างหน้า โดยใช้ธรรมะ
ลองมาดูอีกมุมหนึ่งนะครับ
ตัวอย่างของการแก้ปัญหาของชีวิต โดยใช้ความพยายาม ความขยันหมั่นเพียร ไม่ท้อถอยซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของชาวพุทธและที่ไม่ใช่ชาวพุทธน่าจะนำไปประพฤติปฏิบัติและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ บุคคลที่ว่านี้ได้แก่ ก. อริยสัจจ์ ๔ (ความจริงอันประเสริฐ) ประกอบด้วย :-
คำแผ่เมตตา ทุกข์ ภัยทั้งสิ้นเถิด
1. นายกิตติศักดิ์ กุวัฎชาติ นักธุรกิจไฟแนนซ์ เคยได้รับเงินเดือนถึง 5 หมื่นบาทแต่อยู่มาวันหนึ่งภาวะเศรษฐกิจต่ำ เขาถูกขอให้ออก แต่ชีวิตเขายังไม่สิ้นหวัง วันนี้นายกิตติศักด์ ขับแท๊กซี่เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ
2. นายศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทองกวีนจำกัด เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทองกวีน วิลล่า ไอซ์แลนด์ คอนโดฯ จบการศึกษาที่ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ปัจจุบันธุรกิจล้มละลาย และแทนที่จะลงเอยด้วยการฆ่าตัวตาย เขากลับนำลูกน้อง ในความรับผิดชอบ 20 คน ออกมาขายแซนด์วิช เอาชีวิตอยู่รอดไปได้
คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 95 เป็นพุทธศาสนิกชน จึงสมควรนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาแก้ปัญหาชีวิตจะดีกว่าการคิดฆ่าตัวตายหลายร้อยเท่าทีเดียว ซึ่งหลักธรรมในพระพุทธศาสนามีจำนวน มากถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ จะนำธรรมะข้อไหนมาใช้ก็จะช่วยให้คลายจากความเครียดความทุกข์ ความเดือดร้อน หรือไม่ให้เป็นโรคจิต โรคประสาทถึงการฆ่าตัวตาย ได้ทั้งนั้น ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างธรรมะมาให้ศึกษาค้นคว้า ดังนี้
๑. ทุกข์ ความทุกข์, สภาพที่ทนได้ยาก ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
๒. สมุทัย สาเหตุของความทุกข์ ได้แก่ความทะยานอยาก
๓. นิโรธ ความดับทุกข์ ฯ ได้แก่ ภาวะที่ตัณหาดับสิ้นไปฯ
๔. มรรค หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์ หรือ "อริยมรรคมีองค์แปด" ถ้าสรุปลงในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
อริยสัจ ๔ เป็นแก่นพุทธธรรมที่สามารถจะนำไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ของชีวิตและของประเทศได้แต่เรามักจะมองข้ามธรรมะตามหลักพุทธศาสนาอยู่เสมอ จึงไม่ได้รับประโยชน์จากพุทธศาสนาเท่าที่ควร
ข. พรหมวิหาร ๔(ธรรมประจำใจอันประเสริฐ) ประกอบด้วย: -
๑. เมตตา ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข
มีจิตใจแผ่ไมตรี และคิดทำประโยชน์แก่มนุษย์สัตว์ทั่วหน้า
๒. กรุณา ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์
๓. มุทิตา ความยินดีในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข
๔. อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง ไม่ดีหรือเสียใจเกินไปในเหตุอันสุดวิสัยไม่มีอคติปลงใจได้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของ ๆ ตน ผู้ทำดีย่อมได้ดี ผู้ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
การใช้หลักธรรมที่ว่าด้วย "พรหมวิหาร ๔ " หมั่นพิจารณาอยู่เสมอ โดยการ แผ่เมตตาไปด้วย
แผ่ให้แก่ตัวเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอข้าพเจ้าจงมีความสุข
นิททุกโข โหมิ จงปราศจากทุกข์
อะเวโร โหมิ จงปราศจากเวรภัย
อัพยาปัชโฌ โหมิ จงปราศจากภัยจากความ
อะนีโฆ โหมิ เบียดเบียนพยาบาท
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ
จงรักษาตนให้เป็นสุขอยู่เถิด
แผ่ให้แก่สรรพสัตว์
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงอย่าได้เบียดเบียนกันและกัน
อะนีฆา โหนตุ จงอย่าได้ทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงเป็นสุขรักษาตนให้พ้น
การแผ่เมตตาจะช่วยผ่อนคลายจากความคิดที่จะฆ่าตัวตายให้น้อยลงเพราะพรหมวิหารธรรมเป็นหลักธรรมประจำใจของคนเราอยู่แล้วที่จะไม่ฆ่ากันไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันทั้งการเบียดเบียนตนเองและเบียดเบียนผู้อื่นเพราะทุกคนรักความสุขเกลียดความทุกข์สัตว์เดรัจฉานก็เช่นเดียวกันแผ่เมตตากันทุกวันเถอะครับ พี่น้อง

ขอบคุณข้อคิดดี ๆ เช้านี้...ครูวรางค์ภรณ์ก็มีแนวทางแก้ปัญหาเรื่องจน เรื่องเครียดเหมือนกัน...เอามาจากลูกชายค่ะ....เขาบอกว่า จน เครียด ทำข้อสอบไม่ได้...กินข้าว...
มาชม คุณคนพลัดถิ่น
เออ...ศาสนาช่วยชีวิตคนมีความหวังใหม่ในการดำเนินชีวิตได้จริงนะครับ
ชอบจังสิ่งที่ฝากไว้ เด็กรุ่นใหม่ใส่ใจหลักธรรม นับถือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เอาล่ะค่ะ....ปกติแผ่เมตตาให้แก่คนอื่นกะสรรพสัตว์ สงสัยคราวนี้ต้องแผ่ให้ตนเองมั่งแล้วมังคะเนี่ย
ขอบคุณนะคะกับการต่อยอดความคิดและความจริงของชีวิตให้มาน่ะค่ะ
สวัสดีครับ
ขออนุญาตเพิ่มเติมครับ เป็นเทคนิคสำหรับคนที่ท้อแท้ หมดหวัง หรือ หมดกำลังใจ
ที่ผมเคยอ่านมา เขาบอกว่าเมื่อเราอยู่ในภาวะผิดหวังหรือล้มเหลว ให้มองคนที่เดือดร้อนมากกว่าเราครับ
จะพบว่าถึงแม้เราจะประสบเคราะห์กรรมอย่างไร แต่ก็ยังมีคนที่เดือดร้อนมากกว่าเรา จะทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาได้บ้างครับ
ขอบคุณครับ
ที่สำคัญต้องมีสติ อยู่เสมอ ... ขอบคุณสำหรับบทแผ่เมตตา ค่ะ ขอยืมไปใช้นะคะ
พอดีติดไปถูระตั้งแต่วันพุธ ไม่ได้ว่างเข้ามาเลยครับ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาครับ