...

เมืองไทยเราเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์เฉพาะสาขา (subspecialists) หลายสาขามารองรับ

ตัวอย่างองค์ความรู้เฉพาะสาขาที่เมืองท่องเที่ยวควรพัฒนามามีหลายเรื่อง ทว่า... เรื่องที่สำคัญมากเป็นพิเศษคงจะรวมเวชศาสตร์การบิน และเวชศาสตร์ใต้น้ำเข้าไปด้วย

...

สัปดาห์นี้ไทยรัฐนำเสนอเรื่องราวของนักบินระดับยอดฝีมือคนใหม่ของการบินไทย (ท่านอาจารย์นายแพทย์กรพรหม แสงอร่าม ศัลยแพทย์ทรวงอก-หัวใจ และนักบินเทสท์ไฟลท์โบอิ้ง 777)

ท่านเกิดมาในครอบครัวที่เกือบทุกคนเป็นนักบินกันหมด เริ่มจากคุณปู่เป็นทหารบก และนักบินพลเรือน คุณพ่อ คุณอา คุณอาเขยเป็นนักบิน ทว่า... จำเป็นต้องไปเรียนหมอ เนื่องจากคุณพ่ออยากให้ลูกเป็นหมอ

...

ชีวิตของท่านเริ่มจากการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ทำงานโรงพยาบาลชุมชนที่จันทบุรี และอาศัยวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ขับรถไปเรียนด้านการบินที่หัวหิน ใช้เวลาขับรถไปคราวละ 5 ชั่วโมง

เรียนการบินนี่ก็ไม่ใช่เรียนฟรี... ท่านเล่าว่า ค่าเรียน 2 ปี (เรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) หมดไปเกือบ 2 ล้านบาท

...

ผลการทำงานที่โรงพยาบาลชุมชนของท่านดีเกินคาด เพราะได้รับรางวัลในการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนดีเด่นของภาคตะวันออก

ท่านเล่าว่า ไปทำงานที่โรงพยาบาลอำเภอตอนแรก... ตั้งใจจะเปลี่ยนอะไรๆ ให้ดีขึ้น คนต่อต้านกันมากจนต้องกินข้าวคนเดียว ไม่มีใครยอมกินด้วย หลายปีผ่านไป... ชาวบ้านพอใจกับการเปลี่ยนแปลง บริจาคเงินให้โรงพยาบาลนิดๆ หน่อยๆ (ประมาณ 4 ล้านบาท)

...

ต่อมาท่านศึกษาต่อเป็นหมอผ่าตัด 3 ปี เรียนต่อหมอผ่าตัดทรวงอกอีก 2 ปี และต้องอ่านตำรา 2 สาขาไปพร้อมๆ กัน นั่นคือ ตำราการแพทย์ด้านการผ่าตัดทรวงอกและหัวใจไปด้วย และตำราการบินเพื่อสอบเข้าเป็นนักบินการบินไทยด้วย

ผลการสอบปรากฏว่า สอบได้ดีทั้งสองอย่าง ทำให้ท่านได้เป็นทั้งนักบินและหมอผ่าตัดหัวใจ-ทรวงอก

...

ชีวิตหมอทุกวันนี้... หมอหลายๆ คนมีความหวังลึกๆ ว่า วันหนึ่งจะขอลาออกไปทำงานอื่นที่ไม่ใช่หมอ เนื่องจากชีวิตหมอทุกวันนี้ค่อนข้างจะถูกกดดันมาก และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องมากด้วย

การสอบได้เป็นนักบินการบินไทยจึงนับว่า เป็นความสำเร็จแบบสุดๆ ซึ่งท่านก็ทำได้ดี เพราะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาการบินไทยให้มีบริการทางการแพทย์ดีขึ้นมาก

...

ท่านเล่าว่า มีเที่ยวบินหนึ่ง... จำได้ว่า สจ๊วต(พนักงานต้อนรับบนเครื่อง)เป็นคนไข้ที่ท่านผ่าตัดหัวใจให้

อีกเที่ยวบินหนึ่ง... มีคนไข้หนักบนเครื่อง ท่านจึงถูกตามไปรักษา มีพยาบาลญี่ปุ่นที่เป็นผู้โดยสารชั้นธุรกิจเป็นผู้ช่วย เลยได้ทำงานทั้งนักบินทั้งหมอในเที่ยวบินเดียวกัน

...

เมืองไทยเราจำเป็นต้องมีคนเก่งๆ ทางด้านเวชศาสตร์การบิน เพื่อพัฒนาเมืองไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการบินของอาเซียน และเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเมืองไทยปีละหลายๆ ล้านคน

การที่เรามีอาจารย์หมอผ่าตัดหัวใจหันไปเป็นนักบิน และใช้เวลาว่างจากอาชีพนักบินทำงานผ่าตัดหัวใจคงจะช่วยให้เมืองไทยพัฒนาองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์การบินได้เร็วขึ้นมาก

...

บางทีถ้าพวกเราขึ้นเครื่องการบินไทยไฟลท์ต่อไป... อาจจะได้บินกับอาจารย์หมอผ่าตัดหัวใจก็ได้

ขอแสดงความยินดีกับการบินไทย ดีใจกับคนไทย และขอขอบพระคุณการบินไทยที่เอื้อเฟื้อให้คณะของวัดท่ามะโอ ลำปางนำสัมภาระจำนวนมากไปช่วยเหลือชาวพม่าในคราวพายุนาร์กีสโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายประมาณ 100 กิโลกรัม (เศษอีกนิดหน่อย)ครับ

...

 

...

ที่มา                                                             

...

  • ขอขอบพระคุณ > ทีมนักข่าวสตรี > กรพรหม แสงอร่าม นักบินคนแรกที่เป็นหมอผ่าตัดหัวใจ > ไทยรัฐ > 7 กันยายน 2551. หน้า 20.

...

  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร หรือหมออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้

...

  • ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา + อ.ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT. 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์แพทย์ชุมชน (CMU) แม่สัน-เมืองยาว โรงพยาบาลห้างฉัตร > 10 กันยายน 2551.