วิกฤติชีวิตวัยกลางคน
ไม่รู้ชาติที่แล้วทำบุญน้อยไปหรือเปล่า เพราะรู้สึกว่ากรรมได้ขี่จรวดตามมาทันแล้ว ถ้าชาตินี้ คนชื่อบุญทำ ชวนไปทำบุญ คงต้องรีบไป เผื่อว่าจะได้บุญสะสมเป็นสองเท่า... เอิ้ก
ในวันนี้..วันที่ใกล้จะครบรอบอายุ ๔๔ ขวบ
ทำมั้ย.. ทำไมถึงเจอแต่เรื่องราวแย่ ๆ
เมื่อวานนี้ขณะขับรถและฟังเพลง ฤดูรัก (เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง season change) ถึงตอนท่อนที่ว่า ก้อไม่รู้ฤดูอะไร ก้อเห็นคนในเครื่องแบบสีกากีโบกมือไหวๆ ให้จอดรถ เราก็เปิดกระจกด้วยความมั่นใจว่า นี่เราอยู่ในเขตทหาร เดี๋ยวตำรวจเห็นเราสวมเครื่องแบบ คงรีบไล่ไปให้ไกลๆ
ตำรวจ : ขอโทษครับ ทะเบียนรถหมดอายุแล้ว ผมขออนุญาตเขียนใบสั่งนะครับ
ทหารอากาศข(ย)าดรัก : ค่ะ
ดูเอาเถิด ขับรถทะเบียนขาดตั้งกะปี ๔๘ไปมาทั่ว รอดตัวมาได้ทุกครั้งแต่มาโดนให้ใบสั่ง ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ ในขณะที่ใส่เครื่องแบบเต็มยศ.... เลยโดนปรับเต็มอัตรา ๔๐๐ บาท และก้อได้รู้แล้วว่า นี่มันฤดูเก็บเกี่ยวผลงานของตำรวจไทย....นี่เอง
เอ…มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตชั้นเนี่ย
หรือนี่เองที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า Midlife crisis
Midlife crisis
ช่วงวิกฤติที่เกิดจากปัญหาต่างๆ รุมเร้าหลายด้านในช่วงชีวิตผู้ใหญ่วัยกลางคน
นักวิจัยที่ Dartmouth College ในอเมริกา เก็บรวมรวมข้อมูลระดับความสุขของคนวัยต่างๆ จากผู้คนทั่วโลกกว่า 2 ล้านคนเป็นเวลา 35 ปี พบว่า ไม่ว่าคนเชื้อชาติใด มีวัฒนธรรมแบบไหน จะรวยหรือจน ส่วนใหญ่มักจะมีความสุขที่สุดในชีวิต 2 ช่วง ช่วงแรกคือตอนอายุประ มาณ 20 ถึง 30 กว่าๆ และอีกช่วงหนึ่งคือหลังจาก 50 ไปแล้ว ในขณะที่ช่วงชีวิตที่คนส่วนใหญ่มีความสุขน้อยที่สุด คือช่วง 40 กว่าๆ หรือวัยกลางคนนั่นเอง
คณะนักวิจัยอธิบายว่า กราฟระดับความสุขของช่วงชีวิตคนนั้น โดยทั่วไปจะมีลักษณะเหมือนรูปตัว U ซึ่งจุดต่ำสุดที่หมายถึง วัยที่มีความสุขน้อยที่สุดหรือมีความทุกข์มากที่สุดนั้น จะอยู่ตรงที่อายุ 44 ปีพอดี หลังจากนั้นระดับความสุขในชีวิตคนก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อเริ่มเรียนรู้และยอมรับได้ว่า บางทีชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้เสมอ
ศาตราจารย์ Andrew Oswald บอกว่า ความทุกข์ที่แท้จริงนั้นเกิดจากข้างในตัวเราเอง และยากที่จะหลีกเลี่ยง แต่หากใครก็ตาม ที่ผ่านช่วงวิกฤติชีวิตในวัยกลางคนมาแล้ว ก็ควรจะมีความสุขกับชีวิตอย่างเต็มที่อีกครั้ง
สาธุ !! ขอให้มันจริงอย่างที่เค้าว่ากันเตอะ
คิดซะว่าฟาดเคราะห์ไปนะคะ..ที่เหลือก็จะเป็นโชคดีแล้วละค่ะ...ขอให้กำลังใจค่ะ (๔๐๐เอง...อิ..อิ..)
กำลังใจ มีให้เสมอครับ
สู้ๆ
สวัสดีค่ะคุณทหารอากาศคนสวย
วันนี้สมาชิกน้องใหม่ขอแวะมาชมผลงานหน่อยนะค่ะ
- ไม่เป็นรายค่ะ คิดว่าให้ไป 500 เดี๋ยวกลับมา 50,000 ก็ได้นะค่ะ
- เห็นด้วยกับคุณกฤษณา ค่ะที่เหลือก็จะเป็นโชคตามมาจร้า
- เป็น กำลังใจ ให้นะค่ะ
เจริญพร โยมทหารอากาศ
อาตมาเคยเจอมาครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา
ตำรวจทางหลวงบอกว่ารถคันนี้วิทยุมาบอกว่าขับเร็วเกินกำหนด
พอหมุนกระจกลงเจ้าหน้าที่เห็นพระจึงพูดว่า
หลวงพ่อผมขอพระเครื่องสักองค์ครับ
เจริญพร
ต้องบอกว่า มีแต่สิ่งดีๆต่างหากค่ะ...
เพราะว่าคุณตำรวจยังมาขออนุญาตเขียนใบสั่ง แบบพูดเพราะๆ เห็นมั๊ย สิ่งดีๆยังมีอีกเยอะ
อยู่ที่วิธีคิดต่างหาก..
เป็นกำลังใจให้ค่ะ :)
กฤษณา สำเร็จ
· วันนี้ฟาดเคราะห์ไป
· กลัวว่า พรุ่งนี้ตัวเคราะห์ จะกลับมาฟาดเราคืนอ่ะ
· ยินดีที่รู้จักค่ะ
ครูโย่ง หัวหน้า~natadee
· ขอบคุณครูโย่งครับ/ค่ะ
· พลาดคอนเสริต์คราวนี้ไปแล้ว
· คราวหน้าไม่พลาด
· อยากฟังเพลงที่ครูโย่งร้อง
RattanapornChaichon
· ตัวจริงขี้เหร่ค่ะ รูปนั้นถ่ายเมื่อต้นปีนี้เอง
· คนถ่ายเก่ง เป็นช่างภาพหนึ่งในสองคน ที่ได้รับเลือกให้เก็บภาพพระราชพิธีแห่ขบวนพยุหยาตรา ฯ ในพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาอย่างเป็นทางการ
· น้องเค้าเก่งมาก ทำให้คนแก่ & ไม่สวย ดูดี ได้
· ไปเยี่ยม blog มาแล้ว ..อยากกินไข่เจียวกระเพราอ่ะ
กราบนมัสการ พระปลัด ค่ะ
· อ่านแล้วยิ้มเลยค่ะท่าน
Dhamma
· จริงด้วยสิคะ เหรียญยังมีสองด้านเลย
· ปกติ เป็นคนคิด + + + อยูแล้วค่ะ
ลำดวน
· ดีจังที่มันผ่านพ้นไปแล้ว
· ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
วิธีการไม่ต้องถูกตำรวจปรับที่ผมเคยใช้ได้ผลมาแล้ว (ไม่ต้องสวมเครื่องแบบและไม่ต้องแสดงตนด้วย)
วิธีที่ 1 เหมาะสำหรับใช้ในต่างจังหวัดหรือทางหลวงที่รถไม่ติด วิธีนี้ต้องรีบทำตั้งแต่โดนโบกให้จอด พอจอดปุ๊บเราก็ถามตำรวจปั๊บเลยว่า "เอ่อ...ผมจะไปที่...ไม่ทราบไปทางไหนครับ" พอตำรวจอธิบายทางเสร็จเราก็ขอบคุณแล้วก็รีบเผ่นไปเลย
วิธีที่ 2 เหมาะสำหรับใช้ในกรุงเทพในชั่วโมงเร่งด่วนในกรณีขับผิดเลน เช่น อยู่เลนเลี้ยวแต่ตรงไปเป็นต้น พอตำรวจเรียกปั๊บเราก็ต้องทำหน้าตารีบๆ ดูนาฬิกานิดนึงแล้วบอกตำรวจว่า "ขอโทษทีน้อง พี่ต้องรึบไปประชุมด่วน ผู้ใหญ่รออยู่ พี่ก็ใช้เส้นทางนี้ทุกวันซึ่งปกติพี่ไม่เคยทำแบบนี้เลย ขอวันนึงละกันนะ" ซึ่งปกติตำรวจจะให้ แต่ถ้ายังยื้อต่อเราก็ต้องพยายามดูป้ายชื่อเค้าแล้วบอกว่า "อ้อน้องจ่า...เดี๋ยวพี่ประชุมเสร็จพี่ไปเคลียร์กับน้องที่โรงพักอีกทีละกัน ตอนนี้ขอก่อน ถ้าไม่ทันจะเสียงานใหญ่" ถึงขนาดนี้แล้วจ่าน่าจะปล่อยไปแล้วล่ะ แล้วไม่ต้องทะลึ่งตามไปเคลียร์นะครับ
วิธีที่ 3 เหมาะสำหรับกรณีใน กทม. แล้วก็ท่านต้องเป็น สจว.103 ด้วยนะ บอกตำรวจไปเลยว่า "เนี่ยกำลังไปหาสารวัตรปรียาภาฯ" ถ้าเค้าถามว่าเป็นเพื่อนเหรอ ให้บอกว่าเป็นพี่หรือเป็นน้อง แล้วจะรอด ถ้าบอกเป็นเพื่อนอาจไม่รอด เชื่อผมเหอะพี่หนูนาแกดังจริงๆ จราจรทั้ง กทม.รู้จักแกหมด (สวยที่สุดในกรมเลยนะจะบอกให้ตุ๊ยตุ่ย..)
วิธีที่ 4 เหมาะสำหรับกรณีที่ท่านเป็นคนหน้าตาน่าเชื่อถือและวันนั้นแต่งกายภูมิฐาน เช่นใส่สูท ให้ทำตัวเป็นนักกฎหมายไปเลย เถียงทุกข้อกล่าวหา ยกมาตราอ้างด้วยยิ่งดี แต่ถ้าเจอตำรวจที่แม่นกฎหมายก็ถือว่าซวยไป
วิธีที่ 5 ยกมือไหว้ ขอกันดื้อๆ อันนี้ถ้าเจอจ่าใจดีก็รอดไป แต่โดยมากไม่ค่อยรอดหรอก เชื่อผมเหอะ
อื่นๆ จริงๆ มีอีกเยอะแยะ แต่ขี้เกียจพิมพ์แล้ว จะรีบไปเขียนบล็อก พบกันใหม่ฉบับหน้า อ้อ..ขอบคุณสำหรับภาพเด็ดๆ ที่ส่งไปให้นะเจ๊ อาทิตย์หน้าเราไปถล่มกระทรวงการคลังกัน วันนี้แห้วกระทรวงการคลังเลยไปถล่มกระทรวงคมนาคมมาแล้ว..อาหย่อย..ซู๊ด...
อย่าคิดมากค่ะ บางทีเจออะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันก็รู้สึกว่า not my day หรือภาษาบ้านๆ เรียกว่าซวย แต่แล้วมันก็จะผ่านไป ไม่มีใครเจอเรื่องร้ายทุกวันหรอกค่ะ มองบวกบ้าง เรื่องที่ดูเหมือนร้ายอาจจะกลายเป็นขำๆ
ขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับเสธ.Prince ค่ะ เราควรเคารพกฎจราจรและไม่ทำผิดกฎหมายทั้งๆ ที่รู้ ตัวเองเคยโดนตำรวจจราจรเรียกโดยไร้สาเหตุหลายครั้ง พอถามเหตุผล หรือขอให้แจ้งข้อหาตำรวจก็ไม่สามารถทำได้ แจ้งมั่วเราก็โต้แย้งได้ ก็ต้องปล่อยเราไป อันนี้เรารู้กฎหมายเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ไม่ใช่เอาไปเพื่อบลั๊ฟใคร ลองคิดดูว่าถ้าเราทำผิดกฎจราจรตอนที่มีลูกนั่งอยู่ในรถ ตำรวจเรียก แล้วเราทำอย่างที่เสธ.บอกมาบางข้อ ลูกเราจะเห็นตัวอย่างอะไร คนโกหก คนที่ไม่เคารพกฎหมาย หรือคนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่นด้วยข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวว่าเรารีบ เราอยากให้ลูกหลานเราเห็นตัวอย่างแบบนั้นเหรอ อาจจะออกแนวซีเรียสไปหน่อยสำหรับการคอมเม้นท์นี้ แต่คิดและกระทำแบบนั้นจริงๆ ถ้าทำผิดโดยไม่เจตนาก็ยินดีรับใบสั่งหรือถ้าตำรวจแค่ตักเตือนก็ขอบคุณและจะไม่ทำอีก ไม่เคยโดนตำรวจเรียกมาสามปีแล้วเพราะเราเคารพกฎจราจร และคิดไว้ว่าทุกคนก็รีบเหมือนกัน
เรียนคุณ Little Jazz
ปกติแล้วผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ คือเป็นคนที่เคารพในกฏระเบียบเป็นอย่างยิ่ง ในกรณีนี้ผมเห็นว่าพี่ทหารอากาศขนาดยักษ์กำลังเครียด ก็เลยหามุขขำๆ มาเล่าให้ฟังน่ะครับ ผมมีเพื่อนเป็นตำรวจมากมายคลุกคลีกับตำรวจมามาก คิดว่าเข้าใจตำรวจดีพอสมควรครับ สังคมของเราในทุกวงการก็มีทั้งดีและเลวปะปนกันไป แต่ส่วนใหญ่เป็นคนดีครับ ในเรื่องของกฏจราจรคิดว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนก็คงจะเจอมากันในหลายๆ รูปแบบ อย่าให้ผมเอาเรื่องจริงมาวิจารณ์ตอนนี้เลยครับ ถ้าคุณ Little Jazz อยากรู้ลึกๆ จริงๆ ในเรื่องนี้ ขอเป็นการคุยกันส่วนตัวทาง email จะดีกว่า
สำหรับความเห็นที่ได้กล่าวไปแล้ว ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ไม่สบายใจ คราวหน้าคราวหลังถ้าผมจะเขียนในลักษณะนี้อีก จะคอมเม้นท์ความมุ่งหมายไว้ตอนท้ายครับ และขอขอบคุณในคำแนะนำของคุณ Little Jazz มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ
เสธ.Prince
liverbird
Little Jazz