แถลงการณ์ ฉบับที่ 20/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง “การเมืองใหม่”
ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคลื่อนไหวชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญมิให้นำมาแก้ไขเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกความผิดของตัวเองและพวกพ้องโค่นล้มระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดตลอดจนสร้างการเมืองใหม่ให้เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทยนั้น
เพื่อความเป็นเอกภาพและความชัดเจนในการเคลื่อนไหวของการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศให้ทราบถึงทิศทางการเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทยดังนี้
1.การเมืองในปัจจุบันเป็นระบบการเมืองอุบาทว์ถูกผูกขาดโดยนักเลือกตั้งในพื้นที่เขตเลือกตั้งและนายทุนที่ยังคงเต็มไปด้วยปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทุจริตการเลือกตั้งใช้อิทธิพลและระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นเพื่อข่มขู่ประชาชนอีกทั้งยังใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงิน เพื่อให้ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งทุกวิถีทางบนความอ่อนแอและฉ้อฉลของคณะกรรมการการเลือกตั้งบางคนที่ไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมและไม่สามารถยับยั้งนักการเมืองเข้าสู่อำนาจในการปกครองบ้านเมืองได้ทันท่วงที
เมื่อการเลือกตั้งเต็มไปด้วยการทุจริตฉ้อฉลและใช้เงินเป็นตัวตั้งทำให้การเมืองไทยกลายเป็น “ธนาธิปไตย” เกิดการตอบแทนบุญคุณต่อนายทุนของพรรคการเมืองรัฐบาลซึ่งประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ฉ้อฉล จึงมุ่งแต่จะทุจริตคอร์รัปชั่นกระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองทรยศต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำได้แม้กระทั่งขายชาติขายแผ่นดินดังตัวอย่างที่รัฐบาลชุดนี้ได้กระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการลงนามร่วมเพื่อยกปราสาทพระวิหารให้ประเทศกัมพูชานำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องอีกทั้งยังอาศัยกลไกทางรัฐสภาในการยกมือสนับสนุนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่เป็นพวกพ้องที่ทุจริตอย่างไร้จริยธรรมและกลายเป็นระบอบเผด็จการรัฐสภาแห่งทุนนิยมสามานย์ในที่สุด
เมื่อนักการเมืองส่วนใหญ่ในระบบปัจจุบันมุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องจึงทำให้กลไกการตรวจสอบทั้งจากกระบวนการยุติธรรม สื่อสารมวลชน และประชาชนต้องถูกทำร้าย ทำลายและคุกคามทุกรูปแบบจากระบบการเมืองอุบาทว์ในปัจจุบัน
กระบวนการยุติธรรมถูกทำร้ายและทำลายด้วยการโยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมให้เป็นคนของตัวเองและพวกพ้องฝ่ายบริหารสมคบกับฝ่ายนิติบัญญัติร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจฝ่ายตรวจสอบและฝ่ายตุลาการในขณะที่นักการเมืองที่ฉ้อฉลเข้าทำการเสนออามิสสินจ้างให้กับศาลสถิตยุติธรรมสื่อสารมวลชนถูกแทรกแซง และปิดกั้นประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาลกลับถูกทำร้ายร่างกายและถูกทำลายทรัพย์สินโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและอันธพาลของรัฐบาลทั้งหมดนี้คือการทำลายกระบวนการตรวจสอบในประเทศชาติเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วร้ายของนักการเมืองและถึงขั้นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เพื่อรวบอำนาจให้กับการเมืองอุบาทว์อย่างเบ็ดเสร็จ
แม้จะมีการลาออกของนักการเมืองหรือการยุบสภาหากไม่ได้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริงการเมืองไทยก็จะวนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์เช่นนี้ไม่รู้จบสิ้น
เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงเห็นว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทย
2.การเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทยคือ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริงโดยมีเป้าหมายดังนี้
2.1 สนับสนุนให้คนดีมาปกครองบ้านเมืองป้องกันไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมทุกภาคส่วน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
2.2 ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองการเมืองใหม่จะไม่จำกัดอยู่เพียงนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในพื้นที่เท่านั้นแต่จะยังเปิดกว้างให้ภาคประชาชนที่หลากหลาย ได้มีส่วนร่วมทางการเมืองทุกระดับ เช่นผู้แทนจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ผู้แทนจากภาคประชาชนที่หลากหลายผู้แทนจากภาคสังคมที่แตกต่าง ฯลฯซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบรัฐธรรมนูญร่วมกันของประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง
3.เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำให้เกิดการเมืองใหม่ในราชอาณาจักรไทยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประกาศจุดยืนดังต่อไปนี้
3.1 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่าต้องขับไล่รัฐบาลอันธพาลหุ่นเชิดขายชาติชุดนี้ให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุดและไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะเจรจากับกลุ่มใดก็ตามที่ไม่ยืนอยู่บนหลักการดังกล่าว
3.2 เราพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองในปัจจุบันบนเงื่อนไขที่จะต้องปฏิรูปการเมืองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและพร้อมที่จะสะสางปัญหาความเลวร้ายของระบอบทักษิณด้วยกระบวนการยุติธรรมและความจริงใจ
อนึ่งการนำเสนอบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ผ่านมา เช่น เรื่องจำนวนผู้แทนประชาชนต่อผู้แทนตามพื้นที่ในสัดส่วน 70 : 30 นั้นขอทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นเพียงการยกตัวอย่างรูปแบบการลดสัดส่วนการเมืองเก่าที่อุบาทว์และล้มเหลวเพื่อจุดประกายสำหรับระดมความคิดเห็นในสังคม ไม่ได้เป็นสูตรตายตัวแต่ประการใดเราพร้อมรับการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันออกแบบการเมืองใหม่และยึดถือเสียงส่วนใหญ่ในสังคมมาเป็นแนวทางในการออกแบบการเมืองใหม่ให้มีศีลธรรมจริยธรรม และมีสัดส่วนที่หลากหลายกว่าในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจารีตประเพณี วัฒนธรรมของสังคมไทยโดยยังคงความเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบไป
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ.2551
ณ ทำเนียบรัฐบาล
********************************************