สอนให้คิดด้วยโครงงาน

          โรงเรียนเทศบาล 3 วัดไชนาวาส เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ได้พยายามแก้ไขปัญหา  จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกด้านผู้เรียนโดยเฉพาะมาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ ผลการประเมินรอบแรกอยู่ในระดับ พอใช้ ซึ่งโรงเรียนได้ร่วมกับคณะครูในการพัฒนามาตรฐานนี้ให้สูงขึ้น โดยส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนนั้น ได้พยายามให้ครูจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงาน ในทุกระดับชั้น ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และผลการประเมินรอบสองก็พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับดี ทั้งนี้โรงเรียนขอเสนอส่วนหนึ่งของโครงงานอีกหลายโครงงานที่เห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเป็นผลงานทางวิชาการเพื่อเผยแพร่ ของครูละเอียด มาดี ครูชำนาญการพิเศษ เพื่อให้เพื่อนครูได้ใช้ประโยชน์ หรือเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป

คำสำคัญ : การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน : ทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยี

                  ละเอียด  มาดี : การพัฒนาทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

                การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research)  แผนการวิจัยกลุ่มเดียว (One Group Pretest Posttest Design)  โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี้  1) เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ เรื่อง การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 2) เพื่อศึกษาทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยีที่จัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 3) ) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนเทศบาล 3 วัดไชนาวาส เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2551 จำนวน 32  คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  2)  แบบทดสอบทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยี 3)  แบบประเมินทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยี   4)  แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เรื่องการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร  5) แบบสอบถามความคิดเห็น  การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละ (%)  ค่าเฉลี่ย   ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  การทดสอบค่าที  (t - test)  แบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา

                ผลการวิจัยพบว่า

                1. ผลการเรียนรู้การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ ระดับ 0.05 โดยนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

                2.  ทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนที่จัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูง  โดยเรียงลำดับ  ได้แก่ ทักษะกระบวนการทำงาน  ทักษะการจัดการ ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น  ทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์   ทักษะการแก้ปัญหา 

                3.  ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  พบว่า  โดยภาพรวมนักเรียนเห็นด้วยในระดับมากทั้งสามด้าน ดังนี้  ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ด้านความสามารถในการทำโครงงาน และด้านผลของการทำโครงงาน ตามลำดับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การพัฒนาทักษะกระบวนการทางการงานอาชีพและเทคโนโลยี

ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย

นางสาวละเอียด  มาดี

ตำแหน่งครู  วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงเรียนเทศบาล  3  วัดไชนาวาส

กองการศึกษา  เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น  กระทรวงมหาดไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อเรื่อง                  การพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของ

โรงเรียนเทศบาล  3  วัดไชนาวาส  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี 

จังหวัดสุพรรณบุรี 

ผู้รายงาน               มยุรี  ใบบัว  ตำแหน่ง  รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 

วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการ โรงเรียนเทศบาล 3 วัดไชนาวาส

 

การพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาล  3  วัดไชนาวาส  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี  จังหวัดสุพรรณบุรี  ปีการศึกษา 2549-2550  มีวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ  คือ  เพื่อพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาล  3        วัดไชนาวาส  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี  จังหวัดสุพรรณบุรี  ตามระบบ  หลักเกณฑ์  และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  พ.ศ.2546 ทั้ง 8 ด้านคือ  ดำเนินงานจัดระบบบริหารและสารสนเทศ  ดำเนินงานพัฒนามาตรฐานการศึกษา   ดำเนินงานจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา   ดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ดำเนินงานตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา ดำเนินงานประเมินคุณภาพการศึกษา  ดำเนินงานรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี  ดำเนินงานผดุงระบบประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาระหว่างปีการศึกษา  2549 – 2550  เปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาล  3     วัดไชนาวาส  ระหว่างก่อนดำเนินการ  และหลังดำเนินการ  ระหว่างปีการศึกษา 2549-2550  เก็บข้อมูลจากคณะครูโรงเรียนเทศบาล  3  วัดไชนาวาส  จำนวน  39  คน  โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า  (Rating  Scale)  5  ระดับ  เกี่ยวกับระบบ  หลักเกณฑ์  และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ทั้ง 8  เรื่อง พร้อมกับนำข้อมูล SAR ของสถานศึกษา มาวิเคราะห์ โดยเปรียบเทียบ  จากค่าเฉลี่ยของผลการดำเนินงานทั้งก่อนและหลังดำเนินงาน

                พบว่าผลการดำเนินงาน การพัฒนาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดไชนาวาส  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี  จังหวัดสุพรรณบุรี  ทั้ง 8 ด้านคือ  การดำเนินงานจัดระบบบริหารและสารสนเทศ  การดำเนินงานพัฒนามาตรฐานการศึกษา   การดำเนินงานจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา   การดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา  การดำเนินงานตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา การดำเนินงานประเมินคุณภาพการศึกษา  การดำเนินงานรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี  และการดำเนินงานผดุงระบบประกันคุณภาพการศึกษา ครูและ  ผู้บริหาร  มีความคิดเห็นต่อการดำเนินงาน ทั้ง 8 คือ ก่อนดำเนินการ  เมื่อปีการศึกษา  2549  ผลการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย  และหลังดำเนินการ  เมื่อปีการศึกษา  2550  ผลการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก   ผลการประเมินคุณภาพภายในของโรงเรียนเทศบาล  3  วัดไชนาวาส  ด้านมาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน  ด้านมาตรฐานด้านการจัดการเรียนรู้  ด้านมาตรฐานด้านการบริหารและจัดการศึกษา  และด้านการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้  หลังดำเนินการ  มีระดับคุณภาพสูงขึ้น ผลการประเมินคุณภาพภายในภาพรวมทุกมาตรฐาน  หลังดำเนินการมีระดับคุณภาพสูงขึ้น  ผลการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษารอบที่สองมีระดับที่สูงขึ้นได้รับการรับรองมาตรฐานการประกันคุณภาพ

                จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้รายงานพบประเด็นสำคัญคือ  เมื่อสถานศึกษาได้ดำเนินการตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ.ศ. 2546  ลงวันที่  25  กรกฎาคม  2546 ที่กำหนดให้สถานศึกษาต้องมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษาด้วยกระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย  8  ภารกิจหลักอย่างครบถ้วนแล้ว    ผลของการดำเนินการ  จะส่งผลให้มีการพัฒนา ทั้งผลการประเมินคุณภาพภายใน  ผลการประเมินคุณภาพภายนอก และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีการพัฒนาในระดับคุณภาพที่สูงขึ้น