“การศึกษาในระบบ”

การศึกษาในระบบ  (Formal Education) เป็นการศึกษาที่มีรูปแบบและระบบแบบแผนชัดเจน มีการกำหนดวัตถุประสงค์ หลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน การวัดผล และการประเมินผลที่แน่นอน ซึ่งการศึกษาในระบบของไทยประกอบไปด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาในขั้นอุดมศึกษา โดยการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถูกแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คือ ระดับก่อนประถมศึกษาระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ยังถูกแบ่งเป็นประเภทสามัญศึกษาและประเภทอาชีวศึกษาอีกด้วย

สำหรับในการศึกษาขั้นอุดมศึกษานั้น จะถูกแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ คือ ต่ำกว่าปริญญาตรีปริญญาตรีประกาศนียบัตรบัณฑิตปริญญาโทและปริญญาเอก

แม้ว่าจะมีความพยายามในการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีรูปธรรมอย่างจริงจัง หลังจากมีกฎหมายแม่บททางการศึกษาฉบับแรก นั่นคือ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ส่งผลให้เกิดการตื่นตัวอย่างกว้างขวางในสังคมไทย แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ การศึกษาในระบบโรงเรียนของประเทศไทยกำลังดำเนินไปสู่ภาวะวิกฤต โดยมีสาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการระบบการศึกษาจนทำให้ตกอยู่ในภาวะวิกฤติทุกระดับ ตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงระดับอุดมศึกษาจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับชั้นยังต่ำกว่าจำนวนผู้มีโอกาสได้เรียน เพราะยังมีปัญหาการออกกลางคัน โดยเฉพาะมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ประกอบกับการที่การศึกษาในระบบเป็นหลักสูตรตายตัว ไม่ยืดหยุ่น  ผู้เรียนบางส่วนจึงไม่สามารถเรียนได้ตลอดรอดฝั่งขณะเดียวกันนักเรียนส่วนใหญ่ยังคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ได้น้อย เน้นการท่องจำ และความรู้ด้านวิชาการก็ยังไม่สูงขึ้นด้วย

สำหรับ ในระดับอุดมศึกษา มีการขยายตัวเชิงปริมาณมากกว่าเชิงคุณภาพ คนจบปริญญาตรีในแต่ละปีมีเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันอัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นการหาคนที่มีรู้ความสามารถนั้น ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก

จากปัญหาที่ใกล้ตัวดังกล่าว จึงเกิดคำถามว่า การพัฒนาการศึกษาในระบบของไทยนั้น จะช่วยผลักดันการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าได้จริงหรือ ความสัมพันธ์ของการศึกษาในระบบของไทยกับต้นทุนที่เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นปัจจัยด้านการศึกษาที่รัฐบาลจัดสรรและแจกจ่ายไปยังระบบการศึกษาทั่วประเทศนั้น ผลที่ได้กลับเป็นสิ่งที่คุ้มค่าหรือไม่    หรือแท้ที่จริงแล้วการศึกษาในระบบของไทยเป็นเพียงภาพลวงตา เพื่อเป็นใบเบิกทางให้กับชีวิตในอนาคตเท่านั้น