ให้อธิบาย
วัดดีค๊าบ..
ดีครับ
ขอความนับถือคร้าบ...
ยินดีด้วยครับ
จริยธรรม เป็นหนึ่งในวิชาหลักของ วิชาปรัชญา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความดีงามทางสังคมมนุษย์ จำแนกแยกแยะว่าสิ่งไหนถูกและสิ่งไหนผิด หากจะอธิบายอย่างง่ายๆ แล้ว จริยธรรม หมายถึง การแยกสิ่งถูกจากผิด ดีจากเลว
ความหมายตามพจนานุกรมในภาษาไทย จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ ศีลธรรมอันดี ตามธรรมเนียมยุโรป อาจเรียก จริยธรรมว่า Moral philosophy (หลักจริยธรรม)
จริยธรรม น. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม [1]
“จริยธรรม” มาจากคำ 2 คำคือ จริย + ธรรม ซึ่งแปลตามศัพท์ คือ จริยะ แปลว่า ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ คำว่า ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์ เมื่อเอาคำ จริยะ มาต่อกับคำว่า ธรรม เป็นจริยธรรม แปลเอาความหมายว่า กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือหลักความจริงที่เป็นแนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ
ดีครับอาจารย์
คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย
คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่พึงมีต่อสังคม หมายถึงการมีคุณงามความดีในการทำหน้าที่พลเมืองของสังคมประชาธิปไตย ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดี ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการมีผู้ปกครองที่ดีมีคุณธรรม การทำหน้าที่ให้บริการประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับประชาชน เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ การทำหน้าที่ต่อประเทศชาติของประชาชนด้วย
คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย ประกอบด้วย การมีรูปแบบความคิดสร้างสรรค์ทางบวกในการแสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการร่วมพัฒนา และแก้ไขปัญหาของสังคมด้านต่าง ๆ เช่น
1 การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นสาธารณะอย่างแข็งขัน
2 การมีส่วนร่วมในการกระทำเพื่อส่วนรวมด้วยความเต็มใจ
3 การสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
4 การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของบ้านเมือง/เคารพในกฎกติกาของสังคม
5 การติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารและหน่วยงานของรัฐ
ทั้งนี้การมีบทบาทดังกล่าวหากทำด้วยความไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ก็ก่อให้เกิดความวุ่นวายเดือนร้อนและทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม จนถึงการล้มล้างระบบการเมืองการปกครอง กลายเป็นอนาธิปไตยแทนประชาธิปไตยได้ ในบางกรณีก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้บัญญัติความหมายของศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมไว้ดังนี้
“จริย” หมายถึง ความประพฤติ, กิริยาที่ควรประพฤติ
“ธรรม” หมายถึง คุณความดี, คำสั่งสอนในศาสนา, หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา, ความยุติธรรม, ความถูกต้อง
“จริยธรรม” หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม
“คุณธรรม” หมายถึง สภาพคุณงามความดี
“ศีล” หมายถึง ข้อบัญญัติที่กำหนดทางปฏิบัติกายและวาจาทางพระพุทธศาสนา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘, ความประพฤติที่ดี
“ศีลธรรม” หมายถึง ความประพฤติที่ดีที่ชอบ, ธรรมในระดับศีล, ศีลและธรรม
“จรรยาบรรณ” หมายถึง ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้
สรุปเป็น “ความดีงามที่พึงปฏิบัติในการทำงาน”
จริยธรรมนำชีวิต
การใช้จริยธรรมนำชีวิต ต้องเริ่มจากการปริยัติคือศึกษาทฤษฎีให้เข้าใจแล้วจึงนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการเพื่อผลในขั้นสุดท้ายอันเป็นผลที่น่ายินดีที่เรียกว่า เป็นคนมีจริยธรรม หรือปฏิเวธได้ในที่สุด
การปริยัติเพื่อการปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีจริยธรรมควรเริ่มต้นจาก มรรยาทชาวพุทธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ตนมีจริยธรรมทางกาย ต่อไปก็ต้องทำใจให้บริสุทธ์สะอาดเพื่อการมีจริยธรรมทางใจ โดยการปริยัติ สมถะ วิปัสสนา มงคลชีวิต หลักพุทธธรรมเพื่อชีวิตและสังคม
เมื่อรู้ทฤษฎีในการปฏิบัติตนเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางกายและใจแล้วควรได้ทราบว่าจะนำทฤษฎีไปพัฒนาตนอย่างไร โดยศึกษาจากเรื่อง ความสำคัญของพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันก่อนลงมือปฏิบัติตามอาจเกิดความลังเลสงสัยเกิดขึ้นว่า เมื่อปฏิบัติแล้วจะได้ผลจริงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องศึกษาแบบอย่างที่ดี ในเรื่องประวัติและคุณธรรมของพุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
ประวัติและคุณธรรมดังกล่าวมีมาแต่พุทธกาล ความลังเลสงสัยอาจจะยังคงมีอยู่ว่าในปัจจุบันพระดีๆเป็นแบบอย่างได้ ยังมีอยู่จริงหรือ ก็ให้ศึกษาได้จาก บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคม
ถ้าได้ศึกษาไปครบทั้ง 8 เรื่องแล้ว ยังลังเลว่าเรื่องเหล่านี้นำมาจากที่ใด ใครเป็นผู้สอน ให้ศึกษาจาก
พระไตรปิฎก ภาษาบาลี คำศัพท์ในพระพุทธศาสนา และพุทธศาสนสุภาษิต พุทธประวัติและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเมื่อปริยัติครบทั้ง 11 เรื่อง มีความเข้าใจ มีจินตมยปัญญา สามารถนำไปปฏิบัติได้ ท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่ถูกเรียกว่าชาวพุทธ ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติเพื่อการคงอยู่ของพระพุทธศาสนา จึงต้องศึกษา หน้าที่ชาวพุทธ ศาสนพิธีและการปกครองคณะสงฆ์ไทย
หลังจากที่ได้มีการปริยัติ และ ปฏิบัติ มรรยาทฃาวพุทธ สมถะ วิปัสสนา มงคลชีวิต หลักพุทธธรรม ฯ หน้าที่ชาวพุทธ จนสุดท้ายศาสนพิธี จริยธรรมก็จะนำชีวิตไปสู่แสงสว่างแห่งความดี เป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรม อันเป็นจุดมุ่งหมายของการพัฒนาคนตามที่สังคมต้องการ และจะให้สว่างยิ่งขึ้นก็ควรได้ศึกษา คู่มือมนุษย์ ธรรมะจากหลวงตาบัว ธรรมะจากพระอาจารย์ทูล จารึกไว้ในพระศาสนา รวมทั้งศึกษาหาแบบอย่างดีๆในปัจจุบันได้จาก ข่าวเยาวชน ปิดท้ายด้วยนิทานสนุกๆ เรื่อง มิลินทปัญหา และ ทศชาติชาดก
เว็ปไซด์ Moralism จึงเป็นเว็ปไซด์ที่จะนำชีวิตไปสู่ความดีงาม ทั้ง กาย วาจา และ ใจ เป็นผู้มีจริยธรรมในที่สุด รวมทั้งเป็นเว็ปไซด์ที่สามารถสนองตอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ 2542 ที่กำหนดให้มีการศึกษาตามอัธยาศัย คือการศึกษาด้วยตนเอง ตามความต้องการ ตามความสนใจ ตลอดเวลา และตลอดชีวิตเว็ปไซด์นี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษาตามอัธยาสัย
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บนี้ เป็นการแบ่งปันความรู้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ ตราบใดที่มีการอ้างอิงต้นฉบับ และแจ้งให้สมาชิกของประชาคมทราบในเว็บนี้ ว่าขอนำไปใช้ที่ไหน ท้งนี้ความเห็นต่างๆในเว็บนี้ เป็นความเห็นอิสระของผู้เขียน (แต่ละท่าน) ไม่จำเป็นต้องตรงกับนโยบายของเนคเทค หรือ สวทช.แต่อย่างใด สิทธิความเป็นเจ้าของในข้อเขียน เป็นของผู้เขียนแต่ละท่านโดยตรง และห้ามผู้อื่นนำไปข้อความในเว็บนี้ไปพิมพ์จำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อเขียน โปรดติดต่อกันเองระหว่างผู้ขอใช้และผู้เขียน การเสนอความเห็น ขอให้ใช้ภาษาที่สุภาพและเขียนอยู่ในเนื้อเรื่อง หากท่านพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งลบพร้อมอธิบายเหตุผลด้วย
เว็บนี้ดีได้แสดงความคิดเห็น
จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ของพระภิกษุสงฆ์สามเณร ในสภาวะปัจจุบัน ที่โลกต้องก้าวไปพร้อมตัวเลขศักราชที่ไม่เคยหยุดนิ่งคอมพิวเตอร์ (อินเตอร์เน็ต) เป็นระบบสารสนเทศที่มากด้วยคุณค่า เป็นศูนย์รวมข้อมูลสาระการเรียนรู้ต่างๆ คอมพิวเตอร์กลายสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันของมนุษย์ ไม่เว้นแม้กระทั่งพระภิกษุสงฆ์-สามเณรจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร หรือยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีสารสนเทศต่างๆมากมาย เมื่อคอมพิวเตอร์มีคุณประโยชน์แก่มนุษย์มากย่อมจะมีโทษแก่เราผู้ใช้และผู้อื่นได้เช่นเดียวกันหากผู้ใช้ขาดจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ฉะนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรมีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ล่วงมาแล้ว 2500 กว่าปี แนวทางคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังคงสามารถนำมาใช้ได้ดีอยู่ไม่คลายในยุคปัจจุบัน ในขณะเดียวกันหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาชึ่งเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์สามเณรก็ยังทำหน้าที่ในการเผยแผ่ได้เป็นอย่างดีและสมบูรณ์ ด้วยปัจจัยที่สามารถเกื้อหนุนหลายประการและสะดวกรวดเร็วในการเผยแผ่ พระภิกษุ-สามเณรผู้ศึกษาผู้สำรวมในพระธรรมวินัยแล้ว ย่อมเร่งสร้างประโยชน์แก่ชาวโลกเป็นอันมาก ที่จะต้องทำความรู้จักกับเทคโนโลยีให้มาก และใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์โลกให้สวยงาม น่าอยู่ ตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อคอมพิวเตอร์มีประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระภิกษุสงฆ์สามเณรจึงควรมีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อที่จะทำให้การเผยแผ่พระศาสนามีประสิทธิภาพมากที่สุด
จริยธรรม (Ethics) หมายถึง แนวทางแห่งความประพฤติที่เกี่ยวของกับความถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้องของบุคคล ในยุคข่าวสารสารสนเทศ การประพฤติปฏิบัติหรือพฤติกรรมของบุคคลย่อมมีผลกระทบต่อสังคมโดยส่วนรวม ด้วยเหตุว่า ทั้งเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นอย่างมาก ข่าวสารต่าง ๆ มีความรวดเร็วมาก และมีผลต่อพฤติกรรมของคนในสังคมด้วย ดังนั้น การใช้ข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องมีหลักมีเกณฑ์ หรือมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมพฤติกรรมของบุคคล จริยธรรมถือเป็นหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมพฤติกรรมหรือการปฏิบัติตนของคนในสังคม ดังนั้นการใช้ข้อมูลสารสนเทจึงต้องมีเกณฑ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จริยธรรมที่บุคคลควรยึดถือและปฏิบัติในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ สรุปได้ดังนี้
1. จริยธรรมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ในสังคมปัจจุบันเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลและการแสดงผลลัพธ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความถูกต้องแม่นยำ และสะดวกรวดเร็ว ทุกองค์กรทุกหน่วยงาน มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการปฏิบัติงาน ดังนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนในองค์กรที่ตนสังกัดอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องมีคือ จิตสำนึกในการรักองค์กร การักษาข้อมูลขององค์กร ไม่เป็นเหตุแห่งความเสียหายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร ด้วยเหตุนี้จริยธรรมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนจึงมีความสำคัญยิ่ง
2. จริยธรรมในสังคมสารสนเทศ จริยธรรมในสังคมสารสนเทเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี เพราะจริยธรรมจะเป็นตัวกำหนดหรือควบคุมพฤติกรรมต่าง ๆ ของบุคคลให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจหรือ การดำเนินชีวิต จริยธรรมที่บุคคลควรมีหรือควรตระหนักในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ สรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้
2.1) ความรับผิดขอบ ผู้ใช้สารสนเทศจะต้องมีความรับผิดชอบในการใช้สารสนเทศ ไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยเด็ดขาด
2.2) ระเบียบวินัย ผู้ใช้สารสนเทศต้องมีระเบียบวินัยในการใช้ข้อมูล ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและประเทศชาติ
2.3) น้ำใจ ผู้ใช้สารสนเทศต้องมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น ในการใช้สารสนเทศ หากมีคนอื่น ๆ ที่ใช้สารสนเทศด้วยกันต้องการความช่วยเหลือก็ควรให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เท่าที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้
2.4) ใช้สื่ออย่างระมัดระวัง จะต้องมีความเคารพในสิทธิของคนอื่น ๆ ไม่ใช้สื่อในการทำลายหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น
2.5) คอยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลการใช้สารสนเทศ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมและประเทศชาติ
2.6) ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องประพฤติตนให้อยู่ในกรอบแห่งกฎหมายของบ้านเมืองโดยเคร่งครัด จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น • ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น • ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ • ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์ • ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ • ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน • ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน • ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท.ไม่ใช้อินเตอร์เน็ทในทางลามกเสื่อมเสีย คุณธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการใช้เทคโนโลยีควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้คุ้มค่ากับคุณค่าของเทคโนโลยีทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น ดังนี้
1.ควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ถูกต้อง
2.ควรมีมารยาทในการใช้ไม่แอบดูข้อมูลของผู้อื่นที่ไม่อนุญาต
3.ไม่ใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด เช่น การขโมยข้อมูลของบุคคลอื่น หรือการทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียไม่ว่าจะทางชื่อเสียง ทางสังคม และอื่นๆ ซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง
4.ควรช่วยกันรักษาคุณธรรมในการใช้เทคโนโลยีเอาไว้
5.หากว่าเราไม่ได้เป็นผู้ที่กระทำแต่หากพบเห็นบุคคลอื่นก็ควรที่จะว่ากล่าวตักเตือนให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง
6.ใช้คอมพิวเตอร์ในเชิงสร้างสรรค์ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่บุคคลอื่น8.ควรใช้คอมพิวเตอร์ในเชิงสร้างสรรค์
9.ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
10.หากมีบุคคลใดส่งข้อมูลมาให้โดยเราไม่รู้จักก็ควรหลีกเลี่ยงโดยการไม่เปิดเพื่อป้องกันไวรัส
11.ในการทำงานต่างๆต้องตรวจเช็คข้อมูลให้ละเอียด
12.ในการทำสิ่งใดแต่ละครั้งควรคิดถึงผลที่จะตามมาให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อป้องกันการผิดพลาดในภายหลัง
13.ไม่เปิดเว็บภาพลามก
14.ไม่ส่งจดหมายลูกโซ่ให้กับผู้อื่น
15.ไม่ส่งจดหมายเท็จให้กับผู้อื่นเพราะอาจเกิดการสูญเสีย
16.ไม่ส่งแฟ้มไวรัสให้คอมเครื่องอื่น
17.ช่วยกันตรวจตราผู้ที่หน้าสงสัย
18.ช่วยกันเป็นตาให้กับส่วนรวมหากมีสิ่งใดผิดปกติจะได้หาทางแก้ใขได้ทัน
19.ช่วยกันรณรงค์การรักษาสิ่งของ
20.ช่วยกันลบข้อมูลที่ไม่ดีออกไป
21.ถ้ามีคนทำการแบบนี้ให้ทำโทษโดยการไม่ให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
22.ไม่ควรเล่นเกมการพนัน
23.ไม่ควรเลียนแบบความรุนเเรงในสิ่งเร้า
24.เล่นเกมที่มีทักษะหรือค้นหาความรู้แทน
25. หลีกเลี่ยงเกมไร้สาระ
26.เมื่อเข้าไปใช้บริการเว็บใดก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเว็บนั้น (ในทางที่ถูกต้อง)
27.ในการใช้คอมพิวเตอร์ควรติดตั้งเครื่องแสกนไวรัส
28.ไม่โหลดรูปภาพลามกไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลที่ไม่จำเป็น
29.เคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างที่จริง เมื่อพระสงฆ์สามเณรและผู้ใช้คอมพิวเตอร์ข้อมูลสารสนเทศมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมส่วนรวมและมีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ จะก่อเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล ในทางกลับกันหากพระสงฆ์และผู้ใช้ใช้สารสนเทศไม่สนใจกฎเกณฑ์หรือระเบียบวินัย ไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่มีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ก็ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากเช่นกัน
พงศ์เทพ ไชยชาญพันธ์
รหัสนักศึกษา 51222202002 นักศึกษาปี 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
51222202005สามเณรละมุล เรืองสมบัติ
ตามปกติแล้วในขณะที่ความต้องการหรือความอยากในจิตใจมีกำลังแรงอยู่นั้นถ้าในจิตอีกส่วนหนึ่งคือคุณธรรมและความรู้จักรับผิดชอบชั่วดีมาคอยกำกับหรือเรียกว่าเป็นตัวเซ็นต์เซอร์ทำงานไม่เข้มแข็งแล้ว คนเราก็จะทำตามความอยากโดยไม่อาย โดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ไม่สนใจต่อกฎเกณฑ์ของสังคม ไม่สนใจกับคำว่าจริยธรรมหรือคุณธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานะของความเป็นผู้นำหรือผู้ปกครอง ถ้าขาดคุณธรรมและจริยธรรมของความเป็นผู้นำไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายปกครองหรือทางฝ่ายประชาชนแล้วก็ย่อมจะนำพาความเดือดร้อนความเสียหายมาสู่สังคมและประเทศชาติได้ แล้วในที่สุดก็จะนำพาความเสียหายมาสู่ตนเองและครอบครัวอย่างร้ายแรงได้ ซึ่งประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ในอดีตย่อมเป็นประจักษ์พยานได้เป็นอย่างดี
จริยธรรม (Ethics) หมายถึง แนวทางแห่งความประพฤติที่เกี่ยวของกับความถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้องของบุคคล ในยุคข่าวสารสารสนเทศ การประพฤติปฏิบัติหรือพฤติกรรมของบุคคลย่อมมีผลกระทบต่อสังคมโดยส่วนรวม ด้วยเหตุว่า ทั้งเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นอย่างมาก ข่าวสารต่าง ๆ มีความรวดเร็วมาก และมีผลต่อพฤติกรรมของคนในสังคมด้วย ดังนั้น การใช้ข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องมีหลักมีเกณฑ์ หรือมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมพฤติกรรมของบุคคล จริยธรรมถือเป็นหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมพฤติกรรมหรือการปฏิบัติตนของคนในสังคม ดังนั้นการใช้ข้อมูลสารสนเทจึงต้องมีเกณฑ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จริยธรรมที่บุคคลควรยึดถือและปฏิบัติในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ
51222202044
จริยธรรมสารสนเทศหมาถึง
การนำสารธรรมที่มีประโยชน์มาประพฤติเพื่อให้เกิดความดีงามแก่ตนเองและผู้อื่น
เทสๆๆๆ 51222202037 ส.ณ.เชาวลิต เบ้าทอง
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
วัดดีค๊าบ..
ดีครับ
ดีครับ
ขอความนับถือคร้าบ...
ยินดีด้วยครับ
จริยธรรม เป็นหนึ่งในวิชาหลักของ วิชาปรัชญา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความดีงามทางสังคมมนุษย์ จำแนกแยกแยะว่าสิ่งไหนถูกและสิ่งไหนผิด หากจะอธิบายอย่างง่ายๆ แล้ว จริยธรรม หมายถึง การแยกสิ่งถูกจากผิด ดีจากเลว
ความหมายตามพจนานุกรมในภาษาไทย จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ ศีลธรรมอันดี ตามธรรมเนียมยุโรป อาจเรียก จริยธรรมว่า Moral philosophy (หลักจริยธรรม)
จริยธรรม น. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม [1]
“จริยธรรม” มาจากคำ 2 คำคือ จริย + ธรรม ซึ่งแปลตามศัพท์ คือ จริยะ แปลว่า ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ คำว่า ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์ เมื่อเอาคำ จริยะ มาต่อกับคำว่า ธรรม เป็นจริยธรรม แปลเอาความหมายว่า กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือหลักความจริงที่เป็นแนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ
ดีครับอาจารย์
คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย
คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่พึงมีต่อสังคม หมายถึงการมีคุณงามความดีในการทำหน้าที่พลเมืองของสังคมประชาธิปไตย ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดี ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการมีผู้ปกครองที่ดีมีคุณธรรม การทำหน้าที่ให้บริการประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับประชาชน เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ การทำหน้าที่ต่อประเทศชาติของประชาชนด้วย
คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย ประกอบด้วย การมีรูปแบบความคิดสร้างสรรค์ทางบวกในการแสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการร่วมพัฒนา และแก้ไขปัญหาของสังคมด้านต่าง ๆ เช่น
1 การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นสาธารณะอย่างแข็งขัน
2 การมีส่วนร่วมในการกระทำเพื่อส่วนรวมด้วยความเต็มใจ
3 การสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
4 การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของบ้านเมือง/เคารพในกฎกติกาของสังคม
5 การติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารและหน่วยงานของรัฐ
ทั้งนี้การมีบทบาทดังกล่าวหากทำด้วยความไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ก็ก่อให้เกิดความวุ่นวายเดือนร้อนและทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม จนถึงการล้มล้างระบบการเมืองการปกครอง กลายเป็นอนาธิปไตยแทนประชาธิปไตยได้ ในบางกรณีก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้บัญญัติความหมายของศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมไว้ดังนี้
“จริย” หมายถึง ความประพฤติ, กิริยาที่ควรประพฤติ
“ธรรม” หมายถึง คุณความดี, คำสั่งสอนในศาสนา, หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา, ความยุติธรรม, ความถูกต้อง
“จริยธรรม” หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม
“คุณธรรม” หมายถึง สภาพคุณงามความดี
“ศีล” หมายถึง ข้อบัญญัติที่กำหนดทางปฏิบัติกายและวาจาทางพระพุทธศาสนา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘, ความประพฤติที่ดี
“ศีลธรรม” หมายถึง ความประพฤติที่ดีที่ชอบ, ธรรมในระดับศีล, ศีลและธรรม
“จรรยาบรรณ” หมายถึง ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้
สรุปเป็น “ความดีงามที่พึงปฏิบัติในการทำงาน”
จริยธรรมนำชีวิต
การใช้จริยธรรมนำชีวิต ต้องเริ่มจากการปริยัติคือศึกษาทฤษฎีให้เข้าใจแล้วจึงนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการเพื่อผลในขั้นสุดท้ายอันเป็นผลที่น่ายินดีที่เรียกว่า เป็นคนมีจริยธรรม หรือปฏิเวธได้ในที่สุด
การปริยัติเพื่อการปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีจริยธรรมควรเริ่มต้นจาก มรรยาทชาวพุทธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ตนมีจริยธรรมทางกาย ต่อไปก็ต้องทำใจให้บริสุทธ์สะอาดเพื่อการมีจริยธรรมทางใจ โดยการปริยัติ สมถะ วิปัสสนา มงคลชีวิต หลักพุทธธรรมเพื่อชีวิตและสังคม
เมื่อรู้ทฤษฎีในการปฏิบัติตนเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางกายและใจแล้วควรได้ทราบว่าจะนำทฤษฎีไปพัฒนาตนอย่างไร โดยศึกษาจากเรื่อง ความสำคัญของพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันก่อนลงมือปฏิบัติตามอาจเกิดความลังเลสงสัยเกิดขึ้นว่า เมื่อปฏิบัติแล้วจะได้ผลจริงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องศึกษาแบบอย่างที่ดี ในเรื่องประวัติและคุณธรรมของพุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
ประวัติและคุณธรรมดังกล่าวมีมาแต่พุทธกาล ความลังเลสงสัยอาจจะยังคงมีอยู่ว่าในปัจจุบันพระดีๆเป็นแบบอย่างได้ ยังมีอยู่จริงหรือ ก็ให้ศึกษาได้จาก บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคม
ถ้าได้ศึกษาไปครบทั้ง 8 เรื่องแล้ว ยังลังเลว่าเรื่องเหล่านี้นำมาจากที่ใด ใครเป็นผู้สอน ให้ศึกษาจาก
พระไตรปิฎก ภาษาบาลี คำศัพท์ในพระพุทธศาสนา และพุทธศาสนสุภาษิต พุทธประวัติและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเมื่อปริยัติครบทั้ง 11 เรื่อง มีความเข้าใจ มีจินตมยปัญญา สามารถนำไปปฏิบัติได้ ท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่ถูกเรียกว่าชาวพุทธ ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติเพื่อการคงอยู่ของพระพุทธศาสนา จึงต้องศึกษา หน้าที่ชาวพุทธ ศาสนพิธีและการปกครองคณะสงฆ์ไทย
หลังจากที่ได้มีการปริยัติ และ ปฏิบัติ มรรยาทฃาวพุทธ สมถะ วิปัสสนา มงคลชีวิต หลักพุทธธรรม ฯ หน้าที่ชาวพุทธ จนสุดท้ายศาสนพิธี จริยธรรมก็จะนำชีวิตไปสู่แสงสว่างแห่งความดี เป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรม อันเป็นจุดมุ่งหมายของการพัฒนาคนตามที่สังคมต้องการ และจะให้สว่างยิ่งขึ้นก็ควรได้ศึกษา คู่มือมนุษย์ ธรรมะจากหลวงตาบัว ธรรมะจากพระอาจารย์ทูล จารึกไว้ในพระศาสนา รวมทั้งศึกษาหาแบบอย่างดีๆในปัจจุบันได้จาก ข่าวเยาวชน ปิดท้ายด้วยนิทานสนุกๆ เรื่อง มิลินทปัญหา และ ทศชาติชาดก
เว็ปไซด์ Moralism จึงเป็นเว็ปไซด์ที่จะนำชีวิตไปสู่ความดีงาม ทั้ง กาย วาจา และ ใจ เป็นผู้มีจริยธรรมในที่สุด รวมทั้งเป็นเว็ปไซด์ที่สามารถสนองตอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ 2542 ที่กำหนดให้มีการศึกษาตามอัธยาศัย คือการศึกษาด้วยตนเอง ตามความต้องการ ตามความสนใจ ตลอดเวลา และตลอดชีวิตเว็ปไซด์นี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษาตามอัธยาสัย
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บนี้ เป็นการแบ่งปันความรู้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ ตราบใดที่มีการอ้างอิงต้นฉบับ และแจ้งให้สมาชิกของประชาคมทราบในเว็บนี้ ว่าขอนำไปใช้ที่ไหน ท้งนี้ความเห็นต่างๆในเว็บนี้ เป็นความเห็นอิสระของผู้เขียน (แต่ละท่าน) ไม่จำเป็นต้องตรงกับนโยบายของเนคเทค หรือ สวทช.แต่อย่างใด สิทธิความเป็นเจ้าของในข้อเขียน เป็นของผู้เขียนแต่ละท่านโดยตรง และห้ามผู้อื่นนำไปข้อความในเว็บนี้ไปพิมพ์จำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อเขียน โปรดติดต่อกันเองระหว่างผู้ขอใช้และผู้เขียน การเสนอความเห็น ขอให้ใช้ภาษาที่สุภาพและเขียนอยู่ในเนื้อเรื่อง หากท่านพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งลบพร้อมอธิบายเหตุผลด้วย
เว็บนี้ดีได้แสดงความคิดเห็น
การปริยัติเพื่อการปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีจริยธรรมควรเริ่มต้นจาก มรรยาทชาวพุทธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ตนมีจริยธรรมทางกาย ต่อไปก็ต้องทำใจให้บริสุทธ์สะอาดเพื่อการมีจริยธรรมทางใจ โดยการปริยัติ สมถะ วิปัสสนา มงคลชีวิต หลักพุทธธรรมเพื่อชีวิตและสังคม
เมื่อรู้ทฤษฎีในการปฏิบัติตนเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางกายและใจแล้วควรได้ทราบว่าจะนำทฤษฎีไปพัฒนาตนอย่างไร โดยศึกษาจากเรื่อง ความสำคัญของพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันก่อนลงมือปฏิบัติตามอาจเกิดความลังเลสงสัยเกิดขึ้นว่า เมื่อปฏิบัติแล้วจะได้ผลจริงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องศึกษาแบบอย่างที่ดี ในเรื่องประวัติและคุณธรรมของพุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาวพุทธตัวอย่าง
ประวัติและคุณธรรมดังกล่าวมีมาแต่พุทธกาล ความลังเลสงสัยอาจจะยังคงมีอยู่ว่าในปัจจุบันพระดีๆเป็นแบบอย่างได้ ยังมีอยู่จริงหรือ ก็ให้ศึกษาได้จาก บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคม
จริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ของพระภิกษุสงฆ์สามเณร ในสภาวะปัจจุบัน ที่โลกต้องก้าวไปพร้อมตัวเลขศักราชที่ไม่เคยหยุดนิ่งคอมพิวเตอร์ (อินเตอร์เน็ต) เป็นระบบสารสนเทศที่มากด้วยคุณค่า เป็นศูนย์รวมข้อมูลสาระการเรียนรู้ต่างๆ คอมพิวเตอร์กลายสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันของมนุษย์ ไม่เว้นแม้กระทั่งพระภิกษุสงฆ์-สามเณรจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร หรือยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีสารสนเทศต่างๆมากมาย เมื่อคอมพิวเตอร์มีคุณประโยชน์แก่มนุษย์มากย่อมจะมีโทษแก่เราผู้ใช้และผู้อื่นได้เช่นเดียวกันหากผู้ใช้ขาดจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ฉะนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรมีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ล่วงมาแล้ว 2500 กว่าปี แนวทางคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังคงสามารถนำมาใช้ได้ดีอยู่ไม่คลายในยุคปัจจุบัน ในขณะเดียวกันหน้าที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาชึ่งเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์สามเณรก็ยังทำหน้าที่ในการเผยแผ่ได้เป็นอย่างดีและสมบูรณ์ ด้วยปัจจัยที่สามารถเกื้อหนุนหลายประการและสะดวกรวดเร็วในการเผยแผ่ พระภิกษุ-สามเณรผู้ศึกษาผู้สำรวมในพระธรรมวินัยแล้ว ย่อมเร่งสร้างประโยชน์แก่ชาวโลกเป็นอันมาก ที่จะต้องทำความรู้จักกับเทคโนโลยีให้มาก และใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์โลกให้สวยงาม น่าอยู่ ตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อคอมพิวเตอร์มีประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระภิกษุสงฆ์สามเณรจึงควรมีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อที่จะทำให้การเผยแผ่พระศาสนามีประสิทธิภาพมากที่สุด
จริยธรรม (Ethics) หมายถึง แนวทางแห่งความประพฤติที่เกี่ยวของกับความถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้องของบุคคล ในยุคข่าวสารสารสนเทศ การประพฤติปฏิบัติหรือพฤติกรรมของบุคคลย่อมมีผลกระทบต่อสังคมโดยส่วนรวม ด้วยเหตุว่า ทั้งเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นอย่างมาก ข่าวสารต่าง ๆ มีความรวดเร็วมาก และมีผลต่อพฤติกรรมของคนในสังคมด้วย ดังนั้น การใช้ข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องมีหลักมีเกณฑ์ หรือมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมพฤติกรรมของบุคคล จริยธรรมถือเป็นหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมพฤติกรรมหรือการปฏิบัติตนของคนในสังคม ดังนั้นการใช้ข้อมูลสารสนเทจึงต้องมีเกณฑ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จริยธรรมที่บุคคลควรยึดถือและปฏิบัติในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ สรุปได้ดังนี้
1. จริยธรรมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ในสังคมปัจจุบันเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลและการแสดงผลลัพธ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความถูกต้องแม่นยำ และสะดวกรวดเร็ว ทุกองค์กรทุกหน่วยงาน มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการปฏิบัติงาน ดังนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนในองค์กรที่ตนสังกัดอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องมีคือ จิตสำนึกในการรักองค์กร การักษาข้อมูลขององค์กร ไม่เป็นเหตุแห่งความเสียหายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร ด้วยเหตุนี้จริยธรรมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนจึงมีความสำคัญยิ่ง
2. จริยธรรมในสังคมสารสนเทศ จริยธรรมในสังคมสารสนเทเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี เพราะจริยธรรมจะเป็นตัวกำหนดหรือควบคุมพฤติกรรมต่าง ๆ ของบุคคลให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจหรือ การดำเนินชีวิต จริยธรรมที่บุคคลควรมีหรือควรตระหนักในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ สรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้
2.1) ความรับผิดขอบ ผู้ใช้สารสนเทศจะต้องมีความรับผิดชอบในการใช้สารสนเทศ ไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยเด็ดขาด
2.2) ระเบียบวินัย ผู้ใช้สารสนเทศต้องมีระเบียบวินัยในการใช้ข้อมูล ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและประเทศชาติ
2.3) น้ำใจ ผู้ใช้สารสนเทศต้องมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น ในการใช้สารสนเทศ หากมีคนอื่น ๆ ที่ใช้สารสนเทศด้วยกันต้องการความช่วยเหลือก็ควรให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เท่าที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้
2.4) ใช้สื่ออย่างระมัดระวัง จะต้องมีความเคารพในสิทธิของคนอื่น ๆ ไม่ใช้สื่อในการทำลายหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น
2.5) คอยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลการใช้สารสนเทศ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมและประเทศชาติ
2.6) ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องประพฤติตนให้อยู่ในกรอบแห่งกฎหมายของบ้านเมืองโดยเคร่งครัด จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือละเมิดผู้อื่น • ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น • ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร • ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ • ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์ • ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ • ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน • ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน • ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท.ไม่ใช้อินเตอร์เน็ทในทางลามกเสื่อมเสีย คุณธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในการใช้เทคโนโลยีควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้คุ้มค่ากับคุณค่าของเทคโนโลยีทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น ดังนี้
1.ควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ถูกต้อง
2.ควรมีมารยาทในการใช้ไม่แอบดูข้อมูลของผู้อื่นที่ไม่อนุญาต
3.ไม่ใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด เช่น การขโมยข้อมูลของบุคคลอื่น หรือการทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียไม่ว่าจะทางชื่อเสียง ทางสังคม และอื่นๆ ซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง
4.ควรช่วยกันรักษาคุณธรรมในการใช้เทคโนโลยีเอาไว้
5.หากว่าเราไม่ได้เป็นผู้ที่กระทำแต่หากพบเห็นบุคคลอื่นก็ควรที่จะว่ากล่าวตักเตือนให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง
6.ใช้คอมพิวเตอร์ในเชิงสร้างสรรค์ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่บุคคลอื่น8.ควรใช้คอมพิวเตอร์ในเชิงสร้างสรรค์
9.ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
10.หากมีบุคคลใดส่งข้อมูลมาให้โดยเราไม่รู้จักก็ควรหลีกเลี่ยงโดยการไม่เปิดเพื่อป้องกันไวรัส
11.ในการทำงานต่างๆต้องตรวจเช็คข้อมูลให้ละเอียด
12.ในการทำสิ่งใดแต่ละครั้งควรคิดถึงผลที่จะตามมาให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อป้องกันการผิดพลาดในภายหลัง
13.ไม่เปิดเว็บภาพลามก
14.ไม่ส่งจดหมายลูกโซ่ให้กับผู้อื่น
15.ไม่ส่งจดหมายเท็จให้กับผู้อื่นเพราะอาจเกิดการสูญเสีย
16.ไม่ส่งแฟ้มไวรัสให้คอมเครื่องอื่น
17.ช่วยกันตรวจตราผู้ที่หน้าสงสัย
18.ช่วยกันเป็นตาให้กับส่วนรวมหากมีสิ่งใดผิดปกติจะได้หาทางแก้ใขได้ทัน
19.ช่วยกันรณรงค์การรักษาสิ่งของ
20.ช่วยกันลบข้อมูลที่ไม่ดีออกไป
21.ถ้ามีคนทำการแบบนี้ให้ทำโทษโดยการไม่ให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
22.ไม่ควรเล่นเกมการพนัน
23.ไม่ควรเลียนแบบความรุนเเรงในสิ่งเร้า
24.เล่นเกมที่มีทักษะหรือค้นหาความรู้แทน
25. หลีกเลี่ยงเกมไร้สาระ
26.เมื่อเข้าไปใช้บริการเว็บใดก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเว็บนั้น (ในทางที่ถูกต้อง)
27.ในการใช้คอมพิวเตอร์ควรติดตั้งเครื่องแสกนไวรัส
28.ไม่โหลดรูปภาพลามกไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลที่ไม่จำเป็น
29.เคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างที่จริง เมื่อพระสงฆ์สามเณรและผู้ใช้คอมพิวเตอร์ข้อมูลสารสนเทศมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมส่วนรวมและมีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ จะก่อเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล ในทางกลับกันหากพระสงฆ์และผู้ใช้ใช้สารสนเทศไม่สนใจกฎเกณฑ์หรือระเบียบวินัย ไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่มีจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ก็ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากเช่นกัน
พงศ์เทพ ไชยชาญพันธ์
รหัสนักศึกษา 51222202002 นักศึกษาปี 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
จริยธรรม เป็นหนึ่งในวิชาหลักของ วิชาปรัชญา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความดีงามทางสังคมมนุษย์ จำแนกแยกแยะว่าสิ่งไหนถูกและสิ่งไหนผิด หากจะอธิบายอย่างง่ายๆ แล้ว จริยธรรม หมายถึง การแยกสิ่งถูกจากผิด ดีจากเลว
ความหมายตามพจนานุกรมในภาษาไทย จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ ศีลธรรมอันดี ตามธรรมเนียมยุโรป อาจเรียก จริยธรรมว่า Moral philosophy (หลักจริยธรรม)
จริยธรรม น. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม [1]
“จริยธรรม” มาจากคำ 2 คำคือ จริย + ธรรม ซึ่งแปลตามศัพท์ คือ จริยะ แปลว่า ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ คำว่า ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์ เมื่อเอาคำ จริยะ มาต่อกับคำว่า ธรรม เป็นจริยธรรม แปลเอาความหมายว่า กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือหลักความจริงที่เป็นแนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ
51222202005สามเณรละมุล เรืองสมบัติ
ตามปกติแล้วในขณะที่ความต้องการหรือความอยากในจิตใจมีกำลังแรงอยู่นั้นถ้าในจิตอีกส่วนหนึ่งคือคุณธรรมและความรู้จักรับผิดชอบชั่วดีมาคอยกำกับหรือเรียกว่าเป็นตัวเซ็นต์เซอร์ทำงานไม่เข้มแข็งแล้ว คนเราก็จะทำตามความอยากโดยไม่อาย โดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ไม่สนใจต่อกฎเกณฑ์ของสังคม ไม่สนใจกับคำว่าจริยธรรมหรือคุณธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานะของความเป็นผู้นำหรือผู้ปกครอง ถ้าขาดคุณธรรมและจริยธรรมของความเป็นผู้นำไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายปกครองหรือทางฝ่ายประชาชนแล้วก็ย่อมจะนำพาความเดือดร้อนความเสียหายมาสู่สังคมและประเทศชาติได้ แล้วในที่สุดก็จะนำพาความเสียหายมาสู่ตนเองและครอบครัวอย่างร้ายแรงได้ ซึ่งประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ในอดีตย่อมเป็นประจักษ์พยานได้เป็นอย่างดี
จริยธรรม (Ethics) หมายถึง แนวทางแห่งความประพฤติที่เกี่ยวของกับความถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้องของบุคคล ในยุคข่าวสารสารสนเทศ การประพฤติปฏิบัติหรือพฤติกรรมของบุคคลย่อมมีผลกระทบต่อสังคมโดยส่วนรวม ด้วยเหตุว่า ทั้งเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมเป็นอย่างมาก ข่าวสารต่าง ๆ มีความรวดเร็วมาก และมีผลต่อพฤติกรรมของคนในสังคมด้วย ดังนั้น การใช้ข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องมีหลักมีเกณฑ์ หรือมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมพฤติกรรมของบุคคล จริยธรรมถือเป็นหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมพฤติกรรมหรือการปฏิบัติตนของคนในสังคม ดังนั้นการใช้ข้อมูลสารสนเทจึงต้องมีเกณฑ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จริยธรรมที่บุคคลควรยึดถือและปฏิบัติในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ
51222202044
จริยธรรมสารสนเทศหมาถึง
การนำสารธรรมที่มีประโยชน์มาประพฤติเพื่อให้เกิดความดีงามแก่ตนเองและผู้อื่น
เทสๆๆๆ 51222202037 ส.ณ.เชาวลิต เบ้าทอง