ทฤษฎีการบริหารแบบร่วมคิดร่วมทำ
การบริหารแบบร่วมคิดร่วมทำ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
คุณครูจากเมืองพนัส · 6 ก.ย. 2551
น้องข้าวฟ่าง · 6 ก.ย. 2551
AnthroCat-Thailand · 6 ก.ย. 2551
ผอ.พอเพียง · 6 ก.ย. 2551
ลักษณะของการบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำ
1. การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำจะเกี่ยวข้องกับคนอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือ (1) กลุ่มกำหนดนโยบาย (Policy Group) และ (2) กลุ่มจัดทำแผนงาน / โครงการ
(Programme Group) ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะต้องปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเหนียวแน่นและสอดประสานกัน
2. การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำ เป็นความร่วมมือช่วยเหลือและประสานสัมพันธ์กันระหว่างบุคลากรทั้งหมดของโรงเรียน นักเรียนและชุมชน
3. จุดเน้นของการบริหารแบบร่วมคิดร่วมทำ เน้นการทำหน้าที่หลักของโรงเรียน นั่นคือ กิจกรรมการเรียนและกิจกรรมการสอน
4. กลุ่มกำหนดนโยบาย (Policy Group) ซึ่งได้แก่คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จะทำหน้าที่สำคัญอยู่ 4 ประการ
4.1 กำหนดเป้าหมายและวิเคราะห์ปัญหา / ความต้องการ
4.2 กำหนดนโยบาย
4.3 ให้ความเห็นชอบในการจัดสรรงบประมาณ
4.4 ประเมินผลสำเร็จของเป้าหมาย นโยบาย และการสนองตอบต่อปัญหา/ความต้องการ
5. กลุ่ม / ทีมงานจัดทำแผนงาน / โครงการ (Programme Group) ซึ่งปกติจะประกอบไปด้วย คณะครู – อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะ Policy Group เป็นผู้กำหนดขึ้น มีหน้าที่จัดทำแผนงาน / โครงการที่สอดคล้องเป้าหมายและนโยบาย
6. แผนงาน / โครงการที่จัดทำขึ้น จะสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการจัดสรรทรัพยากรที่จะใช้ในการดำเนินงานตามแผน
7. การนำแผนงาน / โครงการไปปฏิบัติและการประเมินผลโครงการ เป็นภารกิจสำคัญของทีมงานแผนงาน /โครงการ (Programme Group)
8. มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มนโยบาย (Policy Group ) กับกลุ่มแผนงาน /โครงการ (Programme Group) แต่ก็มีบางกิจกรรมที่สมาชิกบางคนอาจจะปฏิบัติงานอยู่ทั้งสองกลุ่ม เช่น สมาชิกฝ่ายแผนงาน /โครงการ จะเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร (สารสนเทศ) แก่กลุ่มนโยบาย เช่น การเตรียมงบประมาณ การเตรียมทางเลือกในการแก้ปัญหา / สนองความต้องการ เป็นต้น
9. กระบวนการบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำ ประกอบไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
ขั้นที่ 1 การกำหนดเป้าหมายและวิเคราะห์ปัญหา/ความต้องการ
( Goal setting and need Identification)
ขั้นที่ 2 การกำหนดนโยบาย (Policy – Making)
ขั้นที่ 3 การวางแผน (Planning)
ขั้นที่ 4 การกำหนดงบประมาณ (Budgeting)
ขั้นที่ 5 การนำแผนไปปฏิบัติ (Implementing)
ขั้นที่ 6 การประเมินผล (Evaluating)
ผลดีของการบริหารจัดการโรงเรียนแบบร่วมคิดร่วมทำ
ประโยชน์ต่อนักเรียน
โดยหลักการ การบริหารจัดการโรงเรียนแบบร่วมคิดร่วมทำ “ นักเรียน” เป็นบุคคลสำคัญหรือคือ “หัวใจ” ของการบริหาร ดังนั้นหากกิจกรรมทีโรงเรียนจัดขึ้นจะต้องมีผลประโยชน์โดยตรงหรือโดยอ้อมต่อนักเรียน การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำเป็นผลดีแก่นักเรียน 3 ประการ คือ
1) การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำมุ่งเน้นประโยชน์ต่อนักเรียน การนำรูปแบบการบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำมาใช้อย่างประสบผลสำเร็จ ทำให้มั่นใจได้ว่าทรัพยากรทั้งมวล เช่น ครู – อาจารย์ เวลา สถานที่ เครื่องอำนวยความสะดวก วัสดุ ครุภัณฑ์ เครื่องมือและบริการ ต่างๆ สะท้อนให้เห็นชัดเจนในการที่จะให้บรรลุกระบวนการเรียนการสอนและสนองเป้าหมายความต้องการของชุมชน รวมทั้งสังคมประเทศชาติ
2) นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายร่วมกับคณะกรรมการโรงเรียน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการจัดทำโปรแกรมการเรียนต่างๆ ที่จะสนองความสนใจและความสามารถพิเศษของนักเรียน
3) กระบวนการบริหารจัดการตามขั้นตอนต่างๆที่กำหนดขึ้นจะช่วยสร้างความรู้และความเข้าใจด้านโปรแกรมการศึกษาของโรงเรียนแก่นักเรียนได้เป็นอย่างดี ชุมชนรวมทั้งนักเรียนจะได้เอกสารนโยบาย แผนงาน/โครงการ งบประมาณและรายงานการประเมินผล
ประโยชน์ต่อครู-อาจารย์
ครู-อาจารย์เป็นกุญแจสำคัญผลสำเร็จของบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำเพราะครู-อาจารย์เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการกำหนดนโยบาย แผนงาน/โครงการการจัดทำแผนและปฏิบัติตามแผน
1 การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำเปิดโอกาสให้โอกาสให้ครู-อาจารย์ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
2 ครู-อาจารย์มีโอกาสใช้ความรู้ ความชำนาญในการมีส่วนร่วมกระบวนการตัดสินใจ
3 เนื่องจากการกำหนดนโยบายและการวางแผนชัดเจน ดังนั้นจึงไม่มีข้อสงสัยคลุมเครือตลอดจนข้อขัดแย้ง
4 ครู-อาจารย์ทุกคนเป็นทีมงานจึงพร้อมที่จะใช้ความรู้ ความสามารถกำลังกาย-ใจ ในการพิจารณาใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในสาขา/วิชาตนเองถนัดและสนใจ
5 ครู-อาจารย์เข้าใจงาน/โครงการตลอดจนงบประมาณของเพื่อนร่วมงานซึ่งโดยปกติไม่ค่อยจะมีข้อมูลให้ทราบได้ โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดใหญ่
6 ลดความขัดแย้งในระหว่างครู-อาจารย์ ทั้งนี้เพราะทุกคนมีโอกาสให้ความร่วมมือช่วยเหลือเปิดเผยและเปิดกว้าง ความขัดแย้งก็จะลดลงซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ครู-อาจารย์มีข้อมูลสารสนเทศแลกเปลี่ยนกันแลกะกัน
7 ครู-อาจารย์มีโอกาสจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับสภาพงานและกระจายอย่างทั่วถึงไปยังกิจกรรมต่างๆ
8 การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำ ถือว่าครู-อาจารย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการะบวนการเรียนรู้
9 การบริหารจัดการแบบร่วมคิดร่วมทำ เปิดโอกาสให้ครู-อาจารย์ได้รับผิดชอบในหน้าที่อย่างเต็มที่
บทบาทของผู้บริหารในการบริหารแบบร่วมคิดร่วมทำ
ผู้บริหารต้องแสดงออกถึงภาวะผู้นำแบบ“ร่วมคิดร่วมทำ”Collaborative leadership ) อย่างชัดเจน นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงความเชื่อและการปฏิบัติที่เคยใช้อำนาจไปสู่การมีส่วนร่วม ในการจัดการเรื่องงาน และเรื่องคน เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางและใช้วิธีการเจรจาต่อรองมากกว่า การใช้วิธีการอำนาจบังคับ ฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรในโรงเรียนจะต้องเป็นความสัมพันธ์ที่มีบรรยากาศแบบร่วมคิดร่วมทำ ร่วมมือประสานงานให้มากที่สุด ลดการแข่งขัน ลดความขัดแย้งระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล รวมทั้งองค์ให้น้อยที่สุด บรรยากาศดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นได้นั้นผู้บริหารโรงเรียนในฐานะผู้นำ มีส่วนผลักดันให้เป็นสัดส่วนที่สูงยิ่ง ดังแผนภูมิที่แสดงให้เห็นระดับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในโรงเรียนซึ่งแต่ละระดับจะส่งผลต่อการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป