
การปฏิบัติธรรมแบบเข้าถึงสัจจะ
การปฏิบัติธรรมแบบธรรมดาๆ ของชาวบ้านชาวเมืองก็ได้สาธยายมาแล้ว ตลอดถึงหัวข้อธรรมต่างๆ สำนักต่างๆ ก็พอเข้าใจแล้ว ปฏิบัติตามสัมมาอาริยมรรคมีองค์๘ จนครบรอบ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ก็ได้อธิบายไว้พอสมควรแล้ว
เราควรมาสนใจรู้เรื่อง สติปัฏฐาน กรรมฐาน ให้ยิ่งขึ้น เพราะปฏิบัติแบบที่ ๒นี้ ต้องออกคบบัณฑิต อยู่กับบัณฑิตหรือไม่ก็ออกบวชเป็นพระภิกษุ สามเณร ถือศีล ๕ ศีล ศีล๘ ขึ้นไป เพราะเพศบรรชิต เป็นอุดมเพศสูงสุดอยู่แล้ว เป็นชีวิตอันมีค่า ที่ราคาเงินตราเปรียบเทียบไม่ได้ คือจะเอาเงินตรากี่ล้านมาซื้อการละกิเลส ไม่ได้ เพราะการบวชถือเอาการละกิเลสเป็นเลิศกว่าทุกอย่างในโลก บัดนี้เรามาเรียนรู้ กรรมฐาน สติปัฏฐาน๔ สมถะวิปัสสนา ธุดงค์ ๑๓ เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติและหลักธรรมไว้จริงๆ แล้วจึงค่อย ลงมือปฏิบัติสืบต่อไป สติปัฏฐาน ๔ ก็คือ สติสัมปชัญญะ นี้เอง
...... ฐาน ก็คือที่ตั้ง ๔ฐาน คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ...เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
.....จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
.....ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน..เรียกย่อๆ ว่า กาย-เวทนา-จิต-ธรรม..
กรรมฐาน ก็อันเดียวกันตามความหมายหรืออรรถ ต่างแต่พยัญชนะเท่านั้น
.....กรรม เเปลว่า การกระทำ คือ ทำการทำงานต่างๆนี่เอง ทำกรรมอะไรก็มีที่ตั้ง คือ กาย วาจา ใจ เช่น กรรมบถ ๑๐ เป็นหลัก ได้แก่
......กายกรรม ๓คือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม
......วจีกรรม ๔ คือ พูดโกหก พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
...... มโนกรรม ๓ คือ โลภอยากได้ของผู้อื่น พยาบาทปองร้ายผู้อื่น มีความเห็นผิดจากคลองธรรม(มิจฉาทิฏฐิ) รวมเป็นกรรมฐาน ๑๐ ฝ่าย อกุศล ฝ่ายกุศล ๑๐
ฐานะ คือ ที่ตั้งหรือแบบการงาน ๒อย่าง คือ
๑.งานคันถธุระ หรือ ปริยัติธรรม ได้แก่ การทำไร่ ทำนา ค้าขาย จนถึงข้าราชการทุกแผนกทุกระดับ
๒.งานวิปัสสนาธุระ ..ก็คือ
การ เรียนรู้ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คือเรียนรู้อาริยสัจ ๔ หรือสัมมาอาริยมรรคมีองค์ ๘ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ นี้เอง โดยเริ่มต้นจาก ศีล-สมาธิ-ปัญญา จนถึงอาริยสัจ ๔ ดังกล่าว สติปัฏฐาน๔ สติสัมโพชฌงค์ ๗ สูงต่ำตามลำดับ
ธุดงค์มี ๑๓ ข้อ ความหมายของธุดงค์ก็คือ "ขูดเกลา" ได้แก่การขูดเกลากิเลสทั้งหมดให้บริสุทธิ์สิ้นรอบ
คน ธรรมดาเข้าใจธุดงค์ ว่า ต้องแบกกลด สะพายบาตร ห่มผ้าสีคล้ำๆ เข้าป่า เข้าดงไปเลย เข้าไปกินผลไม้ ไม่กินข้าว ไม่ปลงผม ไม่โกนหนวด สู้กับเสือ สู้กับช้าง ไม่ใช่เลย ถ้าทำอย่างนั้นก็เป็นธุดงค์ของฤาษี ชีไพร ไม่ใช่ธุดงค์ของพุทธ
คำ ว่าเดินธุดงค์ไม่มีในพระไตรปิฏก มีแต่จาริกไปโปรดสัตว์ของพระอรหันต์ ๖๐องค์ ชุดแรกที่ไปประกาศพระศาสนาธุดงค์เดิน เข้าป่าพึ่งเกิดใหม่ เลือกเอาธุดงค์อย่างนี้คือ ป่าช้า ป่าชัฏ ลอมฟาง ที่แจ้ง เรือนว่าง
โคน ไม้ ภูเขา ซอกถ้ำ ในพระวินัยให้พระอยู่ป่า ๗ เดือน สมัยนี้ กุฎีนับวันจะมีแอร์ชโลมเข้ามามากแล้วฯลฯ(การจะให้พระไปอยู่ป่าก็ยากเพราะป่า และสัตว์ป่าเกือบสูญพันธ์แล้ว)
ธุดงค์ของพุทธ คือ ขูดเกลากิเลส และการปฏิบัติมีผัสสะ คือ การกระทบทางตา -หู-จมูก-ลิ้น-กายและใจเห็นปัจจัยหรือเห็นอารมณ์ อยู่ป่าก็ได้ อยู่บ้านก็ได้ อยู่ที่ห้องสงบๆก็ได้..
