เมื่อก่อนนั้นตอนที่ฉันได้เข้าเรียนชั้น ม.๑ ที่โรงเรียนคลองลานวิทยา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร พ่อของฉันส่งฉันให้กับครูเล็ก (อาจารย์ณรงค์ รัตนไทรแก้ว) ดัดฉัน เคี่ยวฉันให้ทำงานหนัก ขนของ แบกตู้ลำโพง บุกตะลุยไปตามที่ต่าง ๆ ขึ้นรถ ลงเรือ นอนกลางดิน กินกลางทราย เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นฉัน “เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ...”
สามปีที่ครูเล็ก ฝึกฉัน ดัดฉัน ทำให้ฉันแกร่งขึ้น แข็งขึ้น ไม่ทำอะไรหยิบโหย่งเหมือนเคย
เมื่อเดี๋ยวนี้ฉันเองก็กำลังถูกดัด เคี่ยว ตี หลอม ให้แกร่งขึ้นไปอีกด้วยปัญญาและปฏิปทาแห่งองค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์
ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันต้องผันตัวจากลูกคุณหนูที่มักจะคอยเป็นแต่ผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดินลงไปเป็น “กรรมกร...”

งานสร้างเมรุนี้ ฉันรับหน้าที่ตั้งแต่การหาข้อมูล มุดเมรุโน้น ปีนขึ้นเมรุนี้ เขียนแบบ ถอดโครงสร้าง สั่งซื้อสินค้า คุมงาน เป็นกรรมกรแบกหาม และน่าจะรวมถึง “สัปเหร่อ...”
มือของฉันเริ่มกร้านขึ้น ใจของฉันเริ่มแกร่งขึ้น ผิวหนังของฉันในวันนี้ถึงว่าจะลอกออกเป็นขุย ๆ ด้วยเพราะแดดเผา แต่ก็เป็นธรรมดาของเศษเหล็กที่จะถูกหลอมด้วยความร้อน ถูกตีด้วยของแข็ง เศษเหล็กนั้นจึงจะมีคุณค่า มีราคาขึ้นมาได้
วันนี้ฉันถูกเคี่ยว ถูกกรำอย่างหนัก ไม่ใช่เพียงแต่เฉพาะกาย แต่ฉันถูกตบเข้าที่ใจ
อัตตา ตัวตน ความมักใหญ่ใฝ่สูง ความหลงทะนงตนที่เคยติดตัวมา กำลังถูกปั่น ถูกปั่น ถูกตบ ถูกขุด ถูกดึง ให้โผล่ ให้ชะโงกหัวขึ้นมา เพื่อให้ฉันดูมัน รู้จักมัน แล้วก็ปล่อยมัน “วางมัน...”
วันนี้ฉันเหนื่อย ฉันท้อ ฉันหมดแรงด้วยเพราะกิเลส ตัณหา และอัตตามันโผล่ขึ้นมาทำร้ายตัวฉันเอง
แต่พรุ่งนี้ฉันจะมีกำลัง เพราะฉันเห็นมันแล้ว ฉันรู้จักมันแล้ว และฉันจะวางมัน...
เหนื่อยกาย เหนื่อยใจวันนี้ เพื่อความสุขที่แท้ในวันหน้า
ความสุขที่แท้นั้นมีไว้รอท่าคนกล้าที่จะเผชิญ...
กล้าเผชิญ กล้าดู กล้ารู้จัก กล้าสู้ เพื่อกล้าที่จะ “วาง...”

น้องครับ
ติดต่อมาที่ [email protected]
พี่ไม่รู้ว่าน้องเป็นใคร แต่พี่เป็นหนึ่งในศิษย์เอกของ อ.ณรงค์
ที่ ค.ล.ว.
ดีใจจังได้เจอ คนที่พูดถึงอาจารย์ณรงค์ด้วย รักอาจารย์มาก ๆๆๆๆๆ