ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติ
การบริหารงานนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ดังได้เคยกล่าวไว้แล้วดังนั้นนักบริหารการศึกษาจะต้องบริหารงานในภารกิจหน้าที่ที่ตนกระทำอยู่อย่างชาญฉลาดมีความแนบเนียนในการปฏิบัติให้งานนั้นดำเนินไปได้โดยราบรื่นสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้เมื่อมีปัญหาก็สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีเสมอ
ทฤษฎีกับการปฏิบัตินั้นมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันใน 3 ลักษณะดังต่อไปนี้
1. ทฤษฎีวางกรอบความคิดแก่ผู้ปฏิบัติ
ทฤษฎีช่วยให้ผู้ปฏิบัติมีเครื่องมือใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาที่ประสบนักบริหารการศึกษาที่มีความสามารถนั้นจะต้องมีความสามารถสูงในการใช้ความคิด (Conceptual Skill) โดยรู้จักตีความและนำเอาทฤษฎีการบริหารการศึกษามาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่มีขีดจำกัดและมีทรัพยากรต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านเวลากำลังคนหรือทรัพย์สินเงินทองอย่างจำกัดด้วยเช่นกัน
2. การนำเอาทฤษฏีมาใช้ช่วยให้แนวทางวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ
การที่ผู้บริหารนำทางเลือกต่างๆมาพิจารณาและตัดสินใจดำเนินการลงไปโดยอาศัยทฤษฎีการบริหารมาประยุกต์ใช้เพื่อประกอบเป็นเหตุผลในการตัดสินใจวินิจฉัยสั่งการอันเนื่องมาจากความมีประสบการณ์สูงของนักบริหารการศึกษาเท่านั้น
3. ทฤษฏีช่วยในการตัดสินใจ
ทฤษฎีช่วยให้ข้อมูลพื้นฐานแก่การตัดสินใจ การตัดสินใจที่ดีนั้น จะต้องประกอบไปด้วยกรอบความคิดที่แน่นอนชัดเจน หากปราศจากกรอบความคิดเสียแล้ว การตัดสินใจก็อาจจะไม่ถูกต้อง ไม่บังเกิดผลดี ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาข้อมูลนั้น บางครั้งอาจไม่ชัดเจน ต้องมีการตีความเสียก่อน การมีพื้นฐานของทฤษฏีที่ดีจะช่วยให้นักบริหารการศึกษาสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว มีความั่นใจในการตัดสินใจนั้น และผลลัพธ์ที่ได้รับนั้น มักจะถูกต้อง และบังเกิดผลดีต่อองค์การเสมอ
ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ทฤษฎีอะไร
ไว้เรียบร้อยแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ
ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ทฤษฎีอะไร
ไว้เรียบร้อยแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ